ทั้งหลาย เราตถาคตแสดงข้ออุปมานี้แล เพื่อจะให้แจ่มแจ้งซึ่งเนื้อความ ก็ใน
อุปมานี้มีเนื้อความดังต่อไปนี้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คำว่า กระแสแห่งแม่น้ำ
นี้แล เป็นชื่อแห่งตัณหา คำว่า ปิยรูปและสาตรูป เป็นชื่ออายตนะภายใน ๖
คำว่า ห้วงน้ำในภายใต้ เป็นชื่อแห่งโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ คำว่า มีคลื่น
เป็นชื่อแห่งความโกรธและความแค้นใจ คำว่า มีน้ำวน เป็นชื่อแห่งกามคุณ ๕
คำว่า มีสัตว์ร้าย มีรากษส เป็นชื่อของมาตุคาม คำว่า ทวนกระแสน้ำ
เป็นชื่อของเนกขัมมะ คำว่า พยายามด้วยมือทั้งสองและด้วยเท้าทั้งสอง เป็น
ชื่อแห่งการปรารภความเพียร คำว่า บุรุษผู้มีจักษุยืนอยู่ที่ฝั่ง เป็นพระนามของ
พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า.
ภิกษุพึงละกามทั้งหลาย แม้กับด้วย
ทุกข์เมื่อปรารถนาซึ่งความเกษมจากโยคะ
ต่อไป พึงเป็นผู้มีสัมปชัญญะ มีจิตหลุด
พ้นแล้วด้วยดี ถูกต้องวิมุตติในกาลเป็นที่
บรรลุมรรคและผลนั้นภิกษุนั้นผู้ถึงเวทอยู่
จบพรหมจรรย์แล้ว ถึงที่สุดแห่งโลกเรา
กล่าวว่า เป็นผู้ถึงฝั่งแล้ว.
จบปุริสสูตรที่ ๑๐