ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 451 (เล่ม 41)

พระเถระกล่าวว่า "ท่านไม่รู้ทางแห่งพรหมโลกทีเดียว, แม้พวก
อาจารย์ของท่านก็ไม่รู้: พระศาสดาพระองค์เดียวเท่านั้น ทรงรู้, มาเถิด
พราหมณ์. ฉันจะทูลอาราธนาให้พระองค์ตรัสบอกทางแห่งพรหมโลกแก่
ท่าน" ดังนี้แล้ว พาพราหมณ์นั้น นำไปสู่สำนักของพระศาสดา กราบ
ทูลเรื่องนั้นว่า พราหมณ์ผู้นี้ กล่าวอย่างนั้น พระเจ้าข้า" แล้วกราบทูล
ว่า "ดีละหนอ ขอพระองค์ตรัสบอกทางแห่งพรหมโลกแก่พราหมณ์นั้น."
พระศาสดาทรงแสดงธรรมโปรดพราหมณ์
พระศาสดาตรัสถามว่า "ได้ยินว่า อย่างนั้นหรือ ? พราหมณ์"
เมื่อพราหมณ์นั้นทูลว่า " อย่างนั้น พระโคคมผู้เจริญ " จึงตรัสว่า
"พราหมณ์ การแลดูสาวกของเราด้วยจิตอันเลื่อมใสเพียงครู่เดียว หรือ
การถวายอาหารวัตถุเพียงภิกษาทัพพีเดียว มีผลมากแม้กว่าทานที่ท่านเมื่อ
ให้อย่างนั้น ให้แล้วตั้ง ๑๐๐ ปี เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม
จึงตรัสพระคาถานี้ว่า:-
๕. มาเส มาเส สหสฺเสน โย ยเชถ สตํ สมํ
เอญฺจ ภาวิตตฺตานํ มุหุตฺตมปิ ปูชเย
สา เย ปูชนา เสยฮ ย ยญฺเจ วสฺสสตํ หุตํ.
"ผู้ใด พึงบูชาด้วยทรัพย์พันหนึ่งทุก ๆ เดือน
สิ้น ๑๐๐ ปี, ส่วนการบูชานั้นนั่นแล ของผู้ที่พึง
บูชาท่านผู้มีตนอบรนแล้วคนเดียวแม้ตรู่หนึ่ง ประ-
เสริฐกว่าการบูชาของผู้นั้น, การบูชา สิ้น ๑๐๐ ปี
จะประเสริฐอะไรเล่า ?"

451
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 452 (เล่ม 41)

แก้อรรถ
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สหสฺเสน ความว่า ด้วยการบริจาค
ทรัพย์พันหนึ่ง.
บาทพระคาถาว่า โย ยเชถ สตํ สมํ ความว่า ผู้ใดเมื่อบริจาค
ทรัพย์พันหนึ่งทุก ๆ เดือน พึงให้ทานแก่โลกิยมหาชน สิ้น ๑๐๐ ปี.
บาทพระคาถาว่า เอกญฺจ ภาวิตฺตานํ ความว่า ส่วนผู้ใดพึง
บูชาท่านผู้มีในอบรมแล้ว ด้วยอำนาจแห่งคุณผู้เดียว โดยที่สุดเบื้องต่ำเป็น
พระโสดาบัน โดยที่สุดเบื้องสูงเป็นพระขีณาสพ ผู้มาถึงแทบประตูเรือน
ด้วยอำนาจถวายภิกษาทัพพีหนึ่ง ด้วยอำนาจถวายอาหาร พอยังอัตภาพ
ให้เป็นไปได้ หรือด้วยเพียงถวายผ้าเนื้อหยาบ, บูชาของผู้นั้นนั่นแล
ประเสริฐ คือล้ำเลิศ ได้แก่ สูงสุดกว่าความบูชาอันบุคคลนอกนี้บูชา
แล้ว สิ้น ๑๐๐ ปี.
ในเวลาจบเทศนา พราหมณ์นั้นบรรลุโสดาปัตติผลแล้ว, ชนแม้
เหล่าอื่นเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผลเป็นต้น ดังนี้แล.
เรื่องพราหมณ์ผู้เป็นลุงของพระสารีบุตรเถระ จบ.

452
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 453 (เล่ม 41)

๖. เรื่องพราหมณ์ผู้เป็นหลานของพระสารีบุตรเถระ [๘๖]
ข้อความเบื้องต้น
พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ในพระเวฬุวัน ทรงปรารภหลานของ
พระสารีบุตรเถระ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "โย จ วสฺสสตํ ชนฺตุ"
เป็นต้น .
พระเถระพาหลานไปเฝ้าพระศาสดา
ความพิสดารว่า พระเถระเข้าไปหาหลานแม้นั้นแล้ว ถามว่า
"พราหมณ์ เธอทำกุศลหรือ ?"
พราหมณ์. อย่างนั้น ขอรับ.
พระเถระ. ทำกุศลอะไร ?
พราหมณ์. ฆ่าสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งแล้วบำเรอไฟทุก ๆ เดือน.
พระเถระ. ทำอย่างนั้น เพื่ออะไร ?
พราหมณ์. เขาว่า นั่นเป็นทางแห่งพรหมโลก.
พระเถระ. ใคร ว่าอย่างนั้น ?
พราหมณ์. พวกอาจารย์ของกระผม ขอรับ.
พระเถระกล่าวว่า " เธอไม่รู้ทางแห่งพรหมโลกเลย. แม้พวก
อาจารย์ของเธอก็ไม่รู้ มาเถิด, เราจักไปสำนักของพระศาสดา" ดังนี้
แล้ว นำหลานนั้นไปสู่สำนักของพระศาสดา ทูลเรื่องนั้นแล้ว กราบทูลว่า
" พระเจ้าข้า ขอพระองค์ตรัสบอกทางแห่งพรหมโลกแก่พราหมณ์นี้."

453
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 454 (เล่ม 41)

พระศาสดาทรงแสดงธรรมโปรดพราหมณ์
พระศาสดาตรัสถามว่า "ได้ยินว่า อย่างนั้นหรือ ?" เมื่อพราหมณ์
นั้นทูลว่า "อย่างนั้น พระโคดมผู้เจริญ" จึงตรัสว่า "พราหมณ์
การบำเรอไฟของท่านผู้บำเรอไฟอย่างนั้น ตั้ง ๑๐๐ ปี ย่อมไม่ถึงแม้
การบูชาสาวกของเรา เพียงขณะเดียว" เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม
จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :-
๖. โย จ วสฺสสตํ ชนฺตุ อคฺคึ ปริจเร วเน
เอกญฺจ ภาวิตตฺตานํ มุหุติตมปิ ปูชเย
สา เยว ปูชนา เสยฺโย ยญฺเจ วสฺสสตํ หุตํ.
"ก็สัตว์ใด พึงบำเรอไฟในป่า ตั้ง ๑๐๐ ปี,
ส่วนเขา พึงบูชาท่านผู้มีตนอบรมแล้วผู้เดียว แม้
ครู่หนึ่ง, การบูชานั้นนั่นแลประเสริฐกว่า ( การบูชา
ตั้ง ๑๐๐ ปี ของสัตว์นั้น) การบูชา ๑๐๐ ปี
จะประเสริฐอะไรเล่า ?"
แก้อรรถ
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชนฺตุ นี้ เป็นชื่อของสัตว์. บาทพระ-
คาถาว่า อคฺคึ ปริจเร วเน ความว่า แม้เข้าไปสู่ป่า ด้วยปรารถนา
ความเป็นผู้ไม่มีธรรมเครื่องเนิ่นช้า พึงบำเรอไฟในป่านั้น.
คำที่เหลือ เช่นเดียวกับคำที่มีในก่อนนั้นแล.

454
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 455 (เล่ม 41)

ในเวลาจบเทศนา พราหมณ์บรรลุโสดาปัตติผล. ชนแม้เหล่าอื่น
เป็นอัน มากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผลเป็นต้น ดังนี้แล.
เรื่องพราหมณ์ผู้เป็นหลานของพระสารีบุตรเถระ จบ.

455
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 456 (เล่ม 41)

๗. เรื่องพราหมณ์ผู้เป็นสหายของพระสารีบุตรเถระ [๘๗]
ข้อความเบื้องต้น
พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ในพระเวฬุวัน ทรงปรารภพราหมณ์ผู้
เป็นสหายของพระสารีบุตรเถระ. ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "ยงฺกิญฺจิ
ยิฏฺฐญฺจ" เป็นต้น.
พระเถระพาสหายไปเฝ้าพระศาสดา
ความพิสดารว่า พระเถระเข้าไปหาพราหมณ์แม้นั้นแล้ว ถามว่า
"พราหมณ์ ท่านทำกุศลบางอย่างหรือ ?"
พราหมณ์. อย่างนั้น ขอรับ.
พระเถระ. ทำกุศลอะไร ?
พราหมณ์. บูชายัญอย่างที่เขาบูชากัน.
ทราบว่า ครั้งนั้น ชนทั้งหลายย่อมบูชายัญนั้น ด้วยการบริจาค
อย่างมาก. ต่อแต่นี้ พระเถระถามโดยนัยก่อนนั่นแล แล้วนำพราหมณ์
นั้นไปยังสำนักของพระศาสดา ทูลเรื่องนั้นแล้ว กราบทูลว่า " พระ-
เจ้าข้า ขอพระองค์ตรัสบอกทางแห่งพรหมโลก แก่พราหมณ์นี้."
พระศาสดาทรงแสดงธรรมโปรดพราหมณ์
พระศาสดาตรัสถามว่า ได้ยินว่าอย่างนั้นหรือ ? พราหมณ์"
เมื่อพราหมณ์ทูลรับว่า "อย่างนั้น" แล้ว จึงตรัสว่า "พราหมณ์
ทานที่ท่านบูชายัญอย่างที่เขาบูชากัน ให้แก่โลกิยมหาชนตั้งปี ย่อมไม่ถึง

456
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 457 (เล่ม 41)

แม้เพียงส่วนที่ ๔ แห่งกุศลเจตนาที่เกิดขึ้นแก่คนทั้งหลาย ผู้ไหว้สาวก
ของเราด้วยจิตที่เลื่อมใส" เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม จึงตรัส
พระคาถานี้ว่า :-
๗. ยงฺกิญฺจิ ยิฏฺฐํ ว หุตํ ว โลเก
สํวจฺฉรํ ยเชถ ปุญฺญเปกฺโข
สพฺพํปิ ตํ น จตุภาคเมติ
อภิวาทนา อุชุคเตสุ เสยฺโย.
"ผู้มุ่งบุญพึงบูชายัญ และทำบำบวงอย่างใด
อย่างหนึ่งในโลกตลอดปี, ทานนั้นแม้ทั้งหมดไม่ถึง
ส่วนที่ ๔, การอภิวาทในท่านผู้ดำเนินตรงประเสริฐ
สุด."
แก้อรรถ
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยงฺกิญฺจิ นี้ เป็นคำรวบถือไม่มีส่วน
เหลือ. บทว่า ยิฏฺฐํ ได้แก่ ทานที่เขาให้ด้วยอำนาจการทำมงคลเป็นต้น
โดยมาก. บทว่า หุตํ ได้แก่ ทานเพื่อแขกที่เขาจัดแจงทำ และทานที่
เขาเธอกรรมและผลของกรรมทำ.
สองบทว่า สํวจฺฉรํ ยเชถ ความว่า พึงให้ทานมีประการ
ดังกล่าวแล้วแก่โลกิยมหาชนแม้ในจักรวาลทั้งสิ้น ตลอดปีหนึ่งไม่มีระหว่าง
เลย. บทว่า ปุญฺญเปกฺโข ได้แก่ ผู้ปรารถนาบุญ. บทว่า อุชุคเตสุ
ความว่า ในพระโสดาบันโดยที่สุดอย่างต่ำ ในพระขีณาสพโดยที่สุดอย่างสูง.

457
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 458 (เล่ม 41)

คำนี้ เป็นคำที่พระศาสดาตรัสไว้ว่า "ทานนั้นทั้งหมด ไม่ถึงแม้
ส่วนที่ ๔ จากผลแห่งกุศลเจตนา ของผู้น้อมสรีระไหว้ ด้วยจิตที่เลื่อมใส
เห็นปานนั้น; เพราะฉะนั้น การอภิวาทในท่านผู้ดำเนินตรงเท่านั้น
ประเสริฐสุด.
ในเวลาจบเทศนา พราหมณ์บรรลุโสดาปัตติผลแล้ว. ชนแม้เหล่า
อื่นเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผลเป็นต้น ดังนี้แล.
เรื่องพราหมณ์ผู้เป็นสหายของพระสารีบุตรเถระ จบ.

458
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 459 (เล่ม 41)

๘. เรื่องอายุวัฒนกุมาร [๘๘]
ข้อความเบื้องต้น
พระศาสดาเมื่อทรงอาศัยทีฆลัมพิกนคร ประทับอยู่ ณ กุฎีในป่า๑
ทรงปรารภกุมารผู้อายุยืน ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "อภิวาทนสีลิสฺส"
เป็นต้น.
พราหมณ์ ๒ สหายออกบวช
ได้ยินว่า พราหมณ์ ๒ คนชาวทีฆลัมพิกนคร บวชในลัทธิภาย
นอก บำเพ็ญตบะสิ้นกาล ๔๘ ปี. บรรดาพราหมณ์ ๒ คนนั้น คนหนึ่ง
คิดว่า "ประเพณีของเราจักเสื่อมเสีย, เราจักสึก " ดังนี้แล้ว จึงขาย
บริขารตบะที่ตนทำไว้แก่คนเหล่าอื่น ได้ภรรยาพร้อมด้วยโค ๑๐๐ ตัว
และทรัพย์ ๑๐๐ กหาปณะ ให้ตั้งไว้เป็นกองทุน. ครั้งนั้น ภรรยาของ
เขาคลอดเด็ก.
ส่วนสหายของเขานอกจากนี้ไปสู่ต่างถิ่นแล้ว ก็กลับมาสู่นครนั้นอีก
นั่นแล. เขาได้ยินความที่สหายนั้นมา จึงได้พาบุตรและภรรยาไปเพื่อ
ต้องการเยี่ยมสหาย, ครั้นถึงแล้วให้บุตรในมือของมารดาแล้วก็ไหว้เอง
ก่อน. แม้มารดาให้บุตรในมือของบิดาแล้วก็ไหว้. สหายนั้นกล่าวว่า
" ขอท่านจงเป็นผู้มีอายุยืน" แต่เมื่อมารดาบิดาให้บุตรไหว้แล้ว สหาย
นั้นได้นิ่งเสีย.
๑. กุฏิกศัพท์ แปลว่า กระท่อม ก็มี คำว่า อรญฺญกุฏิกายํ คงเป็นกระท่อมที่เขาสร้าง
ไว้ในป่า ไม่ใช่สถานที่ประทับยืน เป็นที่ประทับชั่วคราว.

459
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 460 (เล่ม 41)

พราหมณ์ถามเหตุที่สหายไม่ให้พรแก่บุตร
สำคัญนั้น เขากล่าวกะสหายนั้นว่า "ผู้เจริญ ก็เพราะเหตุไร ?
เมื่อผมไหว้ ท่านจึงกล่าวว่า ' ขอท่านจงเป็นผู้มีอายุยืน.' ในเวลาที่เด็ก
นี้ไหว้ ไม่กล่าวคำอะไร ๆ ?"
สหาย. พราหมณ์ อันตรายอย่างหนึ่งของเด็กนี้มีอยู่.
พราหมณ์. เด็กจักเป็นอยู่ตลอดกาลเท่าไร ? ขอรับ.
สหาย. ๗ วัน พราหมณ์.
พราหมณ์. เหตุเป็นเครื่องป้องกัน มีไหม ? ขอรับ.
สหาย. เราไม่รู้เหตุเป็นเครื่องป้องกัน.
พราหมณ์. ก็ใครพึงรู้เล่า ? ขอรับ.
สหาย. พระสมณโคดม, ท่านจงไปสำนักของพระสมณโคดมนั้น
แล้วถามเถิด.
พราหมณ์. ผมไปในที่นั้น กลัวแต่การเสื่อมแห่งตบะ.
สหาย. ถ้าความรักในบุตรของท่านมีอยู่, ท่านอย่าคิดถึงการเสื่อม
แห่งตบะ จงไปสำนักของพระสมณโคดมนั้น ถามเถิด.
พราหมณ์ไปเฝ้าพระศาสดา
พราหมณ์นั้นไปสู่สำนักของพระศาสดาไหว้เองก่อน. พระศาสดา
ตรัสว่า "ท่านจงมีอายุยืน," แม้ในเวลาที่ปชาบดีไหว้ ก็ตรัสแก่นาง
อย่างนั้นเหมือนกัน ในเวลาที่เวลาให้บุตรไหว้ได้ทรงนิ่งเสีย. เขาทูลถาม
พระศาสดาโดยนัยก่อนนั่นแล. แม้พระศาสดาก็ทรงพยากรณ์แก่เขาอย่าง
นั้นเหมือนกัน.

460