สมบูรณ์กว่า ด้วยศีลนี้. ส่วนบทว่า สเทวมนุสฺสาย นี้ทรงถือเอาเพื่อทรง
แสดงโดยสิ้นเชิง ครั้นทรงถือเอาแล้วจึงตรัส อนึ่ง ในคำนี้ สามบทแรกตรัส
ด้วยอำนาจโลก สองบทหลังตรัสด้วยอำนาจหมู่สัตว์. บทว่า สีลสมฺปนฺนตรํ
ความว่า ผู้สมบูรณ์กว่า คือผู้ยิ่งกว่าด้วยศีล. ก็ในข้อนี้ ธรรม ๔ มีศีลเป็นต้น
ตรัสทั้งโลกิยะทั้งโลกุตระ.
วิมุตติญาณทัสสนะ และปัจจเวกขณญาณ เป็นโลกิยะอย่างเดียว.
บทว่า ปาตุรโหสิ ความว่า สหัมบดีพรหม คิดว่า พระศาสดานี้ เมื่อไม่
ทรงเห็นผู้ที่ยิ่งกว่าพระองค์ด้วยศีลเป็นต้น ตั้งแต่อเวจีจนถึงภวัคคพรหม ทรง
ดำริว่า เราจักทำสักการะโลกุตรธรรม ๙ ที่เราแทงตลอดแล้วเข้าอาศัยอยู่
พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงดำริถึงเหตุ ทรงดำริถึงประโยชน์ คุณวุฒิพิเศษ
จำเราจักไป ทำอุตสาหะให้เกิดแด่พระองค์ ดังนี้ จึงได้ปรากฏ ณ เบื้อง
พระพักตร์. อธิบายว่า ได้ยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์. ในบทว่า วิหํสุ วิหรนฺติ จ
นี้พึงทราบวินิจฉัยดังนี้ ผู้ใดพึงกล่าวว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นอันมาก
แม้ในปัจจุบัน เพราะพระบาลีว่า วิหรนฺติ ดังนี้ ผู้นั้นพึงถูกคัดค้าน ด้วย
บาลีนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้พระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ทรงเป็นพระ-
อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในบัดนี้ ดังนี้. พึงแสดงความไม่มีพระพุทธะทั้งหลาย
อื่นแก่ผู้นั้นด้วยสูตรทั้งหลายเป็นอาทิว่า
น เม อาจริโย อตฺถิ สทิโส เม น วิชฺชติ
สเทวกสฺมึ โลกสฺมึ นตฺถิ เม ปฏิปุคฺคโล
เราไม่มีอาจารย์ ไม่มีคนเสมือนเรา
คนที่จะเทียบเราไม่มีในโลก ทั้งเทวโลก.
บทว่า ตสฺมา ความว่า เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าทุกพระองค์จึงทรงเคารพ
พระสัทธรรม บทว่า มหตฺตมภิกงฺขตา ความว่า ปรารถนาความ