บัดนี้ เมื่อจะตรัสบอกธรรมเนียมภิกขาจาร ของเหล่าภิกษุผู้อยู่ใน
เสนาสนะป่าเหล่านั้น จึงตรัสว่า อนฺนปานํ เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น
บทว่า เสนาสนานิ ได้แก่ เตียงและตั่งเป็นต้น. บทว่า วิปฺปสนฺเนน
ความว่า แม้เมื่อจะถวายแก่พระขีณาสพ ไม่ถวายด้วยจิตมีความสงสัย มีมลทิน
คือกิเลส พึงถวายด้วยจิตที่ผ่องใสเท่านั้น. บทว่า ถนยํ ได้แก่ คำราม.
บทว่า สตกฺกุกฺกุ ได้แก่ มีปลายร้อยหนึ่ง อธิบายว่า มียอดเป็นอันมาก.
บทว่า อภิสงฺขจฺจ ได้แก่ ปรุงแต่ง คือรวบรวมทำเป็นอาหาร.
บทว่า อนุโมทมาโน ได้แก่ เป็นผู้มีใจยินดี. บทว่า ปกิเรติ
ได้แก่ เที่ยวในโรงทาน หรือประหนึ่งโปรยให้ทาน. บทว่า ปุญฺญธรา ได้แก่
ธารแห่งบุญที่สำเร็จมาแต่ทานเจตนามิใช่น้อย. บทว่า ทาตารํ อภิวสฺสติ
ความว่า สายน้ำที่หลั่งออกจากเมฆ ซึ่งตั้งในในอากาศ ย่อมตกรดแผ่นดิน
เปียกชุ่ม ฉันใด ธารแห่งบุญที่เกิดในภายในทายกแม้นี้ ก็หลั่งรดภายในทายก
นั้นให้ชุ่มเต็มเปี่ยม ฉันนั้นเหมือนกัน ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึง
ตรัสว่า ทาตารํ อภิวสฺสติ.
จบอรรถกถาอิสสัตถสูตรที่ ๔