พุทธธรรมสงฆ์


พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค (เล่ม 10)

[๑๖๗] ดูกรอานนท์ อีกประการหนึ่ง แก้วมณีได้ปรากฏแก่พระเจ้า มหาสุทัสสนะ
เป็นแก้วไพฑูรย์อันงามเกิดเองอย่างบริสุทธิ์ แปดเหลี่ยม นาย ช่างเจียรไนดีแล้ว สุกใสแวววาว
สมส่วนทุกอย่าง ดูกรอานนท์ แสงสว่าง ของแก้วมณีนั้น แผ่ไปโดยรอบประมาณโยชน์หนึ่ง
ดูกรอานนท์ เรื่องเคยมี มาแล้ว พระเจ้ามหาสุทัสสนะเมื่อจะทรงทดลองแก้วมณีดวงนั้น ทรงยัง
จตุรงค เสนาให้ผูกสอดเครื่องรบ ทรงยกแก้วมณีไว้ปลายธง แล้วเสด็จไปยืนในที่มืด ในราตรี
กาล ดูกรอานนท์ ชาวบ้านที่อยู่โดยรอบ ต่างพากันสำคัญว่ากลางวัน ประกอบการงานด้วยแสง
สว่างนั้น ดูกรอานนท์ แก้วมณีเห็นปานนี้ ได้ ปรากฏแก่พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค (เล่ม 10)

[๑๖๘] ดูกรอานนท์ อีกประการหนึ่ง นางแก้วได้ปรากฏแก่พระเจ้า มหาสุทัสสนะ
เป็นสตรีรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส กอปรด้วยผิวพรรณผุดผ่อง ยิ่งนัก ไม่สูงเกิน ไม่ต่ำเกิน
ไม่ผอมเกิน ไม่อ้วนเกิน ไม่ดำเกิน ไม่ขาวเกิน เย้ยวรรณของหญิงมนุษย์ แต่ไม่ถึงวรรณทิพย์ ดูกร
อานนท์
สัมผัสแห่งกายของ นางแก้วนั้น เห็นปานนี้ คือ เหมือนปุยนุ่นหรือปุยฝ้าย นางแก้วนั้น ฤดู
หนาว ตัวอุ่น ฤดูร้อนตัวเย็น กลิ่นจันทร์ฟุ้งออกจากกาย กลิ่นอุบลฟุ้งออกจากปาก ของนางแก้ว
นั้น นางแก้วนั้นมีปรกติตื่นก่อน มีปรกตินอนภายหลัง คอยฟังว่าจะ โปรดให้ทำอะไร ประพฤติ
ต้องพระทัย เพ็ดทูลด้วยถ้อยคำที่น่ารัก นางแก้วนั้น แม้ใจก็ไม่คิดนอกพระทัยพระเจ้ามหา
สุทัสสนะ ไหนเลยกายนางจะเป็นได้เล่า ดูกรอานนท์ นางแก้วเห็นปานนี้ ได้ปรากฏแก่
พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค (เล่ม 10)

[๑๖๙] ดูกรอานนท์ อีกประการหนึ่ง คฤหบดีแก้วได้ปรากฏแก่พระเจ้ามหาสุทัสสนะ
คฤหบดีแก้วนั้นปรากฏว่ามีจักษุเป็นทิพย์ซึ่งเกิดแต่ผลแห่งกรรม อาจเห็นขุมทรัพย์ทั้งที่มีเจ้าของ
และไม่มีเจ้าของ คฤหบดีแก้วนั้นเข้าเฝ้าพระเจ้า มหาสุทัสสนะ แล้วกราบทูลอย่างนี้ว่า ขอเดชะ
พระองค์จงมีความขวนขวายน้อย ข้าพระพุทธเจ้าจักกระทำหน้าที่เรื่องทรัพย์ด้วยทรัพย์ของพระองค์
ดูกรอานนท์ เรื่องเคยมีมาแล้ว พระเจ้ามหาสุทัสสนะเมื่อจะทรงทดลองคฤหบดีแก้วนั้นแหละ
ได้เสด็จลงเรือตัดข้ามกระแสน้ำไปกลางแม่น้ำคงคา แล้วตรัสกะคฤหบดีแก้วว่า คฤหบดี เราต้อง
การเงินและทอง คฤหบดีแก้วกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราช ถ้า เช่นนั้น จงเทียบเรือเข้าไปริมตลิ่ง
ข้างหนึ่ง ดูกรคฤหบดี เราต้องการเงินและทอง ที่นี่ ดูกรอานนท์ ลำดับนั้น คฤหบดีแก้วนั้น
เอามือทั้งสองจุ่มน้ำลงไปยกหม้อ อันเต็มด้วยเงินและทองขึ้นมา แล้วกราบทูลพระเจ้ามหาสุทัสสนะ
ว่า ขอเดชะ เท่านี้พอละ เท่านี้เป็นอันทำแล้ว พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ตรัสอย่างนี้ว่า คฤหบดี
เท่านี้พอละ เท่านี้เป็นอันทำแล้ว เท่านี้เป็นอันบูชาแล้ว ดังนี้ ดูกรอานนท์ คฤหบดีแก้ว
เห็นปานนี้ได้ปรากฏแก่พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค (เล่ม 10)

[๑๗๐] ดูกรอานนท์ อีกประการหนึ่ง ปริณายกแก้วได้ปรากฏแก่ พระเจ้ามหาสุทัสสนะ
ปริณายกแก้วนั้นเป็นบัณฑิต เฉียบแหลม มีปัญญาสามารถ เพื่อยังพระเจ้ามหาสุทัสสนะ ให้
ดำเนินเข้าไปยังที่ที่ควรเข้าไป ให้หลีกไปยังที่ที่ ควรหลีกไป หรือให้ทรงยับยั้ง ในที่ที่ควรยับยั้ง
ปริณายกแก้วนั้นเข้าเฝ้าพระเจ้า มหาสุทัสสนะ แล้วกราบทูลอย่างนี้ว่า ขอเดชะ ขอพระองค์จง
เป็นผู้ขวนขวาย น้อย ข้าพระพุทธเจ้าจักปกครองเอง ดูกรอานนท์ ปริณายกแก้วเห็นปานนี้ ได้
ปรากฏแก่พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ดูกรอานนท์ พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงประกอบด้วยแก้ว ๗
ประการ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค (เล่ม 10)

[๑๗๑] ดูกรอานนท์ พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงประกอบได้ด้วยฤทธิ์ ๔ ประการ ฤทธิ์
๔ ประการ เป็นไฉน ฯ
ดูกรอานนท์ พระเจ้ามหาสุทัสสนะ มีพระรูปงามน่าดู น่าเลื่อมใส กอปรด้วยผิวพรรณ
ผุดผ่องยิ่งนัก เกินกว่ามนุษย์อื่นๆ ดูกรอานนท์ พระเจ้ามหา สุทัสสนะทรงประกอบด้วยฤทธิ์
นี้ เป็นที่หนึ่ง ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค (เล่ม 10)

[๑๗๒] ดูกรอานนท์ อีกประการหนึ่ง พระเจ้ามหาสุทัสสนะ เป็นผู้มี พระชนม์ยืน
ดำรงอยู่สิ้นกาลนานกว่ามนุษย์เหล่าอื่นยิ่งนัก ดูกรอานนท์ พระเจ้า มหาสุทัสสนะทรงประกอบ
ด้วยฤทธิ์นี้เป็นที่สอง ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค (เล่ม 10)

[๑๗๓] ดูกรอานนท์ อีกประการหนึ่ง พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงมี พระโรคาพาธน้อย
มีทุกข์น้อย ประกอบด้วยไฟธาตุ อันเกิดแต่วิบากสม่ำ เสมอ ไม่เย็นนัก ไม่ร้อนนัก เกินกว่า
มนุษย์เหล่าอื่น ดูกรอานนท์ พระเจ้า มหาสุทัสสนะทรงประกอบด้วยฤทธิ์นี้ เป็นที่สาม ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค (เล่ม 10)

[๑๗๔] ดูกรอานนท์ อีกประการหนึ่ง พระเจ้ามหาสุทัสสนะ เป็นที่ รักใคร่ เป็นที่
ชอบใจของพวกพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย เหมือนอย่างบิดา ย่อมเป็นที่รักใคร่ เป็นที่ชอบใจ
ของบุตรทั้งหลายฉันใด พระเจ้ามหาสุทัสสนะก็เป็นที่รักใคร่ เป็นที่ชอบใจของพราหมณ์และ
คฤหบดีทั้งหลาย ฉันนั้น ดูกร อานนท์ พราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย เป็นที่รักใคร่ เป็นที่
ชอบใจของ พระเจ้ามหาสุทัสสนะเหมือนอย่างบุตร ย่อมเป็นที่รักใคร่ เป็นที่ชอบใจของบิดา
ฉันใด พราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย ก็เป็นที่รักใคร่ เป็นที่ชอบใจของพระเจ้า มหาสุทัสสนะ
ฉันนั้น ดูกรอานนท์ เรื่องเคยมีมาแล้ว พระเจ้ามหาสุทัสสนะ เสด็จออกประพาสพระราช
อุทยานด้วยจาตุรงคเสนา ลำดับนั้น พวกพราหมณ์และ คฤหบดีเข้าเฝ้าพระเจ้ามหาสุทัสสนะ
แล้วกราบทูลอย่างนี้ว่า ขอเดชะ ขอ พระองค์อย่าด่วนเสด็จไป พวกข้าพระพุทธเจ้าจักได้เห็น
พระองค์นานๆ ดูกร อานนท์ ฝ่ายพระเจ้ามหาสุทัสสนะตรัสเตือนสารถีว่า จงขับรถช้าๆ เราจะ
พึง ได้ดูพวกพราหมณ์และคฤหบดีนานๆ ดูกรอานนท์ พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ทรงประกอบด้วย
ฤทธิ์นี้เป็นที่สี่ พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงประกอบด้วยฤทธิ์ ๔ ประการนี้ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค (เล่ม 10)

[๑๗๕] ครั้งนั้นแล อานนท์ พระเจ้ามหาสุทัสสนะได้ทรงพระดำริว่า ถ้ากระไร
เราจะพึงขุดสระโบกขรณีระยะห่างกันสระละร้อยชั่วธนู ในระหว่าง ต้นตาลเหล่านี้ ดูกรอานนท์
พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ให้สร้างสระโบกขรณีระยะห่าง กันสระละร้อยชั่วธนู ในระหว่างต้นตาล
เหล่านั้น สระโบกขรณีเหล่านั้น ก่อด้วยอิฐ ๔ ชนิด อิฐชนิดหนึ่งแล้วด้วยทอง ชนิดหนึ่งแล้ว
ด้วยเงิน ชนิดหนึ่งแล้วด้วย แก้วไพฑูรย์ ชนิดหนึ่งแล้วด้วยแก้วผลึก ในบรรดาสระโบกขรณี
เหล่านั้น สระ หนึ่งมีบันได ๔ ด้าน ๔ ชนิด บันไดด้านหนึ่งแล้วด้วยทอง ด้านหนึ่งแล้วด้วยเงิน
ด้านหนึ่งแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ ด้านหนึ่งแล้วด้วยแก้วผลึก บันไดแล้วด้วยทอง แม่บันไดแล้ว
ด้วยทอง ลูกบันไดและพนักแล้วด้วยเงิน บันไดแล้วด้วยเงิน แม่บันได แล้วด้วยเงิน ลูกบันได
และพนักแล้วด้วยทอง บันไดแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ แม่บันได แล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ ลูกบันได
และพนักแล้วด้วยแก้วผลึก บันไดแล้วด้วยแก้วผลึก แม่บันไดแล้วด้วยแก้วผลึก ลูกบันได
และพนักแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ ดูกรอานนท์ระโบกขรณีเหล่านั้นแวดล้อมด้วยเวทีสองชั้น
เวทีชั้นหนึ่งแล้วด้วยทอง เวที ชั้นหนึ่งแล้วด้วยเงิน เวทีแล้วด้วยทอง เสาแล้วด้วยทอง คั่น
และกรอบแล้ว ด้วยเงิน เวทีแล้วด้วยเงิน เสาแล้วด้วยเงิน คั่นและกรอบแล้วด้วยทอง ฯ
ดูกรอานนท์ ลำดับนั้น พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงพระดำริว่า ถ้ากระไร เราพึงให้
ปลูกไม้ดอกเห็นปานนี้ ในสระโบกขรณีเหล่านี้ คืออุบล ปทุม โกมุท บุณฑริก อันเผล็ดดอก
ได้ทุกฤดูกาล ไม่ต้องให้ปวงชนผู้มาต้องกลับไปมือเปล่า ดูกรอานนท์ พระเจ้ามหาสุทัสสนะ
รับสั่งให้คนปลูกไม้ดอกเห็นปานนั้น ในสระ โบกขรณีเหล่านั้น คือ อุบล ปทุม โกมุท บุณฑริก
อันเผล็ดดอกได้ทุก ฤดูกาล ไม่ต้องให้ชนผู้มาต้องกลับไปมือเปล่า ครั้งนั้นแล อานนท์ พระเจ้า
มหาสุทัสสนะ ได้ทรงพระดำริว่า ถ้ากระไร เราพึงวางบุรุษผู้เชิญคนให้อาบน้ำ ไว้ที่ฝั่งสระโบกขรณี
เหล่านี้ จักได้เชิญคนผู้มาแล้วๆ ให้อาบ ดูกรอานนท์ พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ทรงวางบุรุษผู้
เชิญคนให้อาบน้ำไว้ที่ขอบสระโบกขรณี เหล่านั้น สำหรับเชิญคนผู้มาแล้วๆ ให้อาบ ฯ
ดูกรอานนท์ ลำดับนั้น พระเจ้ามหาสุทัสสนะได้ทรงพระดำริว่า ถ้า กระไร เราพึง
ตั้งทานเห็นปานนี้ไว้ที่ขอบสระโบกขรณีเหล่านี้ คือ ข้าวสำหรับ ผู้ต้องการข้าว น้ำสำหรับผู้ต้องการ
น้ำ ผ้าสำหรับผู้ต้องการผ้า ยานสำหรับผู้ต้อง การยาน ที่นอนสำหรับผู้ต้องการที่นอน สตรีสำหรับ
ผู้ต้องการสตรี เงินสำหรับ ผู้ต้องการเงิน และทองสำหรับผู้ต้องการทอง ดูกรอานนท์ พระเจ้า
มหาสุทัสสนะ ได้ทรงตั้งทานเห็นปานนี้ไว้ที่ขอบสระโบกขรณีเหล่านั้น คือข้าวสำหรับผู้ต้องการ
ข้าว น้ำสำหรับผู้ต้องการน้ำ ผ้าสำหรับผู้ต้องการผ้า ยานสำหรับผู้ต้องการยาน ที่นอน สำหรับผู้
ต้องการที่นอน สตรีสำหรับผู้ต้องการสตรี เงินสำหรับผู้ต้องการเงิน และทองสำหรับผู้ต้องการทอง ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค (เล่ม 10)

[๑๗๖] ดูกรอานนท์ ครั้งนั้นแล พวกพราหมณ์และคฤหบดี ถือเอาทรัพย์ สมบัติ
เป็นอันมาก เข้าไปเฝ้าพระเจ้ามหาสุทัสสนะ แล้วกราบทูลอย่างนี้ว่า ขอเดชะ ทรัพย์สมบัติเป็น
จำนวนมากนี้ พวกข้าพระพุทธเจ้านำมาเฉพาะพระองค์เท่านั้น ขอพระองค์จงทรงรับทรัพย์สมบัติ
นั้น มีพระราชดำรัสว่า ช่างเถอะ พ่อผู้เจริญ ทรัพย์สมบัติอันมากมายนี้ พวกท่านนำมาเพื่อเรา
โดยพลีอันชอบธรรม จงเป็นของ พวกท่านเถิด และจงนำเอาไปยิ่งกว่านี้ พวกเขาถูกพระราชา
ตรัสห้าม ได้หลีก ไปข้างหนึ่ง แล้วปรึกษากันอย่างนี้ว่า การที่พวกเราจะนำทรัพย์สมบัติเหล่านี้
กลับคืนไปยังเรือนของตนอีกนั้น ไม่สมควรเลย ถ้ากระไร พวกเราจงช่วยกัน สร้างนิเวศน์ถวาย
พระเจ้ามหาสุทัสสนะ พวกเขาได้เข้าเฝ้าพระเจ้ามหาสุทัสสนะ กราบทูลอย่างนี้ว่า ขอเดชะ
พวกข้าพระพุทธเจ้าจะช่วยกันสร้างนิเวศน์ถวายแด่ พระองค์ ดูกรอานนท์ พระเจ้ามหาสุทัสสนะ
ทรงรับด้วยดุษณีภาพ ฯ