พุทธธรรมสงฆ์


พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๘๐] ถามว่า เพราะปัจจัย คือ อาปัตตาธิกรณ์ ต้องอาบัติเท่าไร?
ตอบว่า เพราะปัจจัย คือ อาปัตตาธิกรณ์ ต้องอาบัติ ๔ คือ
๑. ภิกษุณีรู้อยู่ปกปิดปาราชิกธรรม ต้องอาบัติปาราชิก.
๒. สงสัยปกปิด ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
๓. ภิกษุปกปิดอาบัติสังฆาทิเสส ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
๔. ปกปิดอาจารวิบัติ ต้องอาบัติทุกกฏ.
เพราะปัจจัย คือ อาปัตตาธิกรณ์ ต้องอาบัติ ๔ เหล่านี้.
ถามว่า อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔? ... ระงับด้วยสมถะเท่าไร
บรรดาสมถะ ๗?
ตอบว่า อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือ บางทีเป็นศีลวิบัติ บางที
เป็นอาจารวิบัติ.
สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๔ บรรดากองอาบัติ ๗ คือ บางทีด้วยกองอาบัติปาราชิก
บางทีด้วยกองอาบัติถุลลัจจัย บางทีด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์ บางทีด้วยกองอาบัติทุกกฏ.
เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง บรรดาสมุฏฐานอาบัติ ๖ คือ เกิดแต่กายวาจาและจิต.
จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔.
ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ บางทีด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วย
ปฏิญญาตกรณะ ๑ บางทีด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ๑

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๘๑] ถามว่า เพราะปัจจัย คือ กิจจาธิกรณ์ ต้องอาบัติเท่าไร?
ตอบว่า เพราะปัจจัย คือ กิจจาธิกรณ์ ต้องอาบัติ ๕ คือ
๑. ภิกษุณีประพฤติตามภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกวัตร ไม่สละกรรมเพราะสวดประกาศห้ามครบ
๓ จบ จบญัตติ เป็นทุกกฏ.
๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง เป็นถุลลัจจัย.
๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติปาราชิก
๔. ภิกษุประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ไม่สละกรรมเพราะสวดประกาศห้ามครบ ๓ จบ
ต้องอาบัติสังฆาทิเสส.
๕. ไม่สละทิฏฐิลามก เพราะสวดประกาศห้ามครบ ๓ จบ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เพราะปัจจัย คือ กิจจาธิกรณ์ ต้องอาบัติ ๕ เหล่านี้.
ถามว่า อาบัติเหล่านั้น จัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔? ... ระงับด้วยสมถะเท่าไร
บรรดาสมถะ ๗?
ตอบว่า อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือ บางทีเป็นศีลวิบัติ บางที
เป็นอาจารวิบัติ.
สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๕ บรรดากองอาบัติ ๗ คือ บางทีด้วยกองอาบัติปาราชิก
บางทีด้วยกองอาบัติสังฆาทิเสส บางทีด้วยกองอาบัติถุลลัจจัย บางทีด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์
บางทีด้วยกองอาบัติทุกกฏ.
เกิดด้วยสมุฏฐานหนึ่ง บรรดาสมุฏฐานอาบัติ ๖ คือ เกิดแต่กายวาจา และจิต
จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔.
ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ บางทีด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญตกรณะ ๑
บางทีด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ๑

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๘๒] ถามว่า เว้นอาบัติ ๗ และเว้นกองอาบัติ ๗ เสีย อาบัตินอกนั้นจัดเป็น
วิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔? สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติเท่าไร บรรดากองอาบัติ ๗? เกิดด้วย
สมุฏฐานเท่าไร บรรดาสมุฏฐานอาบัติ ๖? จัดเป็นอธิกรณ์อะไร บรรดาอธิกรณ์ ๔? ระงับด้วย
สมถะเท่าไร บรรดาสมถะ ๗?
ตอบว่า เว้นอาบัติ ๗ และเว้นกองอาบัติ ๗ เสีย อาบัตินอกนั้นไม่จัดเป็นวิบัติข้อไหน
บรรดาวิบัติ ๔ ไม่สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติไหน บรรดากองอาบัติ ๗ ไม่เกิดด้วยสมุฏฐานไหน
บรรดาสมุฏฐานอาบัติ ๖ ไม่จัดเป็นอธิกรณ์ข้อไหน บรรดาอธิกรณ์ ๔ ไม่ระงับด้วยสมถะข้อไหน
บรรดาสมถะ ๗ ข้อนั้น เป็นเพราะเหตุไร? เพราะเว้นอาบัติ ๗ และเว้นกองอาบัติ ๗ เสีย
ไม่มีอาบัติอย่างอื่นอีก.
อธิกรณปัจจยวาร ที่ ๕ จบ
อนันตรเปยยาล จบ
----------------
หัวข้อบอกวาร

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๘๓] กติปุจฉาวาร ๑ สมุฏฐานวาร ๑ กตาปัตติวาร ๑ อาปัตติสมุฏฐานวาร ๑
วิปัตติวาร ๑ กับอธิกรณวาร ๑ฯ
ปริยายวาร ที่ ๖

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๘๔] วิวาทาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? มีฐานเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร
มีเหตุเท่าไร? มีมูลเท่าไร? ภิกษุวิวาทกันด้วยอาการเท่าไร? วิวาทาธิกรณ์ ระงับด้วยสมถะ
เท่าไร?
อนุวาทาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? มีฐานเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร?
มีเหตุเท่าไร? มีมูลเท่าไร? ภิกษุโจทด้วยอาการเท่าไร? อนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร?
อาปัตตาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? มีฐานเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร?
มีเหตุเท่าไร? มีมูลเท่าไร? ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการเท่าไร? อาปัตตาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ
เท่าไร?
กิจจาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? มีฐานเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร? มีเหตุ
เท่าไร? มีมูลเท่าไร? กิจเกิดด้วยอาการเท่าไร? กิจจาธิกรณ์ย่อมระงับด้วยสมถะเท่าไร?

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๘๕] ถามว่า วิวาทาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน?
ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความ
ไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน.
ถ. มีฐานเท่าไร?
ต. มีฐาน คือ เรื่องทำความแตกร้าวกัน ๑๘.
ถ. มีวัตถุเท่าไร?
ต. มีวัตถุทำความแตกร้าวกัน ๑๘.
ถ. มีภูมิเท่าไร?
ต. มีภูมิ คือ วัตถุทำความแตกร้าวกัน ๑๘.
ถ. มีเหตุเท่าไร?
ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓.
ถ. มีมูลเท่าไร?
ต. มีมูล ๑๒.
ถ. ภิกษุวิวาทกันด้วยอาการเท่าไร?
ต. ภิกษุวิวาทกันด้วยอาการ ๒ คือ เห็นว่าเป็นธรรม ๑ เห็นว่าไม่เป็นธรรม ๑.
ถ. วิวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร?
ต. วิวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๒ คือ ด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยเยภุยยสิกา ๑

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๘๖] ถามว่า อนุวาทาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน?
ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความ
ไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน.
ถ. มีฐานเท่าไร?
ต. มีฐาน คือ วิบัติ ๔.
ถ. มีวัตถุเท่าไร?
ต. มีวัตถุ คือ วิบัติ ๔.
ถ. มีภูมิเท่าไร?
ต. มีภูมิ คือ วิบัติ ๔.
ถ. มีเหตุเท่าไร?
ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓.
ถ. มีมูลเท่าไร?
ต. มีมูล ๑๔.
ถ. ภิกษุโจทด้วยอาการเท่าไร?
ต. ภิกษุโจทด้วยอาการ ๒ คือ ด้วยวัตถุ ๑ ด้วยอาบัติ ๑.
ถ. อนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร?
ต. อนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๔ คือ ด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยสติวินัย ๑ ด้วย
อมูฬหวินัย ๑ ด้วยตัสสปาปิยสิกา ๑.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๘๗] ถามว่า อาปัตตาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน?
ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความ
ไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน.
ถ. มีฐานเท่าไร?
ต. มีฐาน คือ กองอาบัติ ๗.
ถ. มีวัตถุเท่าไร?
ต. มีวัตถุ คือ กองอาบัติ ๗.
ถ. มีภูมิเท่าไร?
ต. มีภูมิ คือ กองอาบัติ ๗.
ถ. มีเหตุเท่าไร?
ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓.
ถ. มีมูลเท่าไร?
ต. มีมูล คือ สมุฏฐานอาบัติ ๖.
ถ. ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการเท่าไร?
ต. ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๖ คือ ไม่ละอาย ๑ ไม่รู้ ๑ สงสัยแล้วขืนทำ ๑
สำคัญว่าควรในของไม่ควร ๑ สำคัญว่าไม่ควรในของควร ๑ ลืมสติ ๑.
ถ. อาปัตตาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร?
ต. อาปัตตาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๓ คือ ด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ ๑
ด้วยติณวัตถารกะ ๑.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๘๘] ถามว่า กิจจาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน?
ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความ
ไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน.
ถ. มีฐานเท่าไร?
ต. มีฐาน คือ กรรม ๔.
ถ. มีวัตถุเท่าไร?
ต. มีวัตถุ คือ กรรม ๔.
ถ. มีภูมิเท่าไร?
ต. มีภูมิ คือ กรรม ๔.
ถ. มีเหตุเท่าไร?
ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓.
ถ. มีมูลเท่าไร?
ต. มีมูล ๑ คือ สงฆ์.
ถ. กิจเกิดด้วยอาการเท่าไร?
ต. กิจเกิดด้วยอาการ ๒ คือ ด้วยญัตติ ๑ ด้วยอปโลกน์. ๑
ถ. กิจจาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร?
ต. กิจจาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะอย่างหนึ่ง คือ ด้วยสัมมุขาวินัย.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๘๙] ถามว่าสมถะ มีเท่าไร?
ตอบว่า สมถะมี ๗ คือ สัมมุขาวินัย สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ
เยภุยยสิกา ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ สมถะมี ๗ เหล่านี้.
ถ. บางทีสมถะ ๗ เหล่านี้ เป็นสมถะ ๑๐ สมถะ ๑๐ เป็นสมถะ ๗ ด้วยอำนาจ
วัตถุโดยปริยาย หรือ?
ต. บางทีเป็นได้ ก็บางทีเป็นได้อย่างไร? คือ วิวาทาธิกรณ์มีสมถะ ๒ อนุวาทาธิกรณ์
มีสมถะ ๔ อาปัตตาธิกรณ์มีสมถะ ๓ กิจจาธิกรณ์มีสมถะ ๑ อย่างนี้ที่สมถะ ๗ เป็นสมถะ ๑๐
สมถะ ๑๐ เป็นสมถะ ๗ ด้วยอำนาจวัตถุโดยปริยาย.
ปริยายวารที่ ๖ จบ
-----------
สาธารณวารที่ ๗