พุทธธรรมสงฆ์


พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๖๐] อาบัติ กองอาบัติ วินีตวัตถุ และอาบัติ กองอาบัติ วินีตวัตถุอีกอย่างละ ๗
ความไม่เคารพ ความเคารพ วินีตวัตถุอีก ๗ วิบัติ สมุฏฐานแห่งอาบัติ มูลแห่งการวิวาทและ
การโจท ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความให้ระลึกถึงกัน เรื่องทำการแตกร้าว อธิกรณ์และสมถะ ๗ พระ
ผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว รวมเป็น ๑๗ บท.
----------------
วีสติวาร
สมุฏฐานวารแห่งอาบัติ ๖ ที่ ๑

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๖๑] มีผู้ถามว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๑ ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก หรือ ตอบว่า
ไม่ต้องเลย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติถุลลัจจัย หรือ? ตอบว่า
บางทีต้อง ต้องอาบัติปาจิตตีย์ หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ หรือ? ตอบว่า
บางทีต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติทุพภาษิต หรือ? ตอบว่า
ไม่ต้องเลย.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๖๒] มีผู้ถามว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๒ ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก หรือ? ตอบว่า
ไม่ต้องเลย. ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติถุลลัจจัย หรือ?
ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติปาจิตตีย์ หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ
หรือ? ตอบว่า ไม่ต้องเลย ต้องอาบัติทุกกฏ หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติทุพภาสิต
หรือ? ตอบว่า ไม่ต้องเลย.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๖๓] มีผู้ถามว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๓ ภิกษุต้องอาบัติปาราชิกหรือ? ตอบว่า
ไม่ต้องเลย. ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติถุลลัจจัย หรือ?
ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ
หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติทุกกฏ หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติทุพภาสิต
หรือ? ตอบว่า ไม่ต้องเลย.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๖๔] มีผู้ถามว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๔ ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก หรือ? ตอบว่า
บางทีต้อง. ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติถุลลัจจัย หรือ?
ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ
หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติทุกกฏ หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติทุพภาสิต
หรือ? ตอบว่า ไม่ต้องเลย.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๖๕] มีผู้ถามว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๕ ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก หรือ? ตอบว่า
บางทีต้อง. ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติถุลลัจจัย หรือ?
ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ
หรือ? ตอบว่า ไม่ต้องเลย. ต้องอาบัติทุกกฏ หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติทุพภาสิต
หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๖๖] มีผู้ถามว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๖ ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก หรือ? ตอบว่า
บางทีต้อง. ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติถุลลัจจัย หรือ?
ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติถุลลัจจัย หรือ?
ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ หรือ?
ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติทุกกฏ หรือ? ตอบว่า บางทีต้อง. ต้องอาบัติทุพภาสิต หรือ?
ตอบว่า ไม่ต้องเลย.
สมุฏฐานวารแห่งอาบัติ ๖ ที่ ๑ จบ
----------------
กตาปัตติวารแห่งสมุฏฐานอาบัติ ๖ ที่ ๒

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๖๗] ถามว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๑ ภิกษุต้องอาบัติเท่าไร?
ตอบว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๑ ภิกษุต้องอาบัติ ๕ คือ
๑. ภิกษุสำคัญว่าควร สร้างกุฎีด้วยอาการขอเอาเอง ไม่ให้สงฆ์แสดงพื้นที่ เกิน
ประมาณ มีผู้จับจองไว้ ไม่มีชานรอบ เป็นทุกกฏในประโยค.
๒. เมื่อยังไม่วางก้อนดินอีกก้อนหนึ่ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
๓. เมื่อวางดินก้อนนั้นเสร็จแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส.
๔. ภิกษุสำคัญว่าควรฉันโภชนะในเวลาวิกาล ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
๕. ภิกษุสำคัญว่าควรรับของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี จากมือของภิกษุณีมิใช่ญาติ
ผู้เข้าไปสู่ละแวกบ้าน ด้วยมือของตนมาฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ.
ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๑ ภิกษุต้องอาบัติ ๕ เหล่านี้.
ถามว่า อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔? สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ
เท่าไร บรรดากองอาบัติ ๗? เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร บรรดาสมุฏฐานอาบัติ ๖? จัดเป็น
อธิกรณ์อะไร บรรดาอธิกรณ์ ๔? ระงับด้วยสมถะเท่าไร บรรดาสมถะ ๗?
ตอบว่า อาบัติเหล่านั้น จัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือ บางที่เป็นศีลวิบัติ บางที
เป็นอาจารวิบัติ.
สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๕ บรรดากองอาบัติ ๗ คือ บางทีด้วยกองอาบัติสังฆาทิเสส
บางทีด้วยกองอาบัติถุลลัจจัย บางทีด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์ บางทีด้วยกองอาบัติปาฏิเทสนียะ
บางทีด้วยกองอาบัติทุกกฏ.
เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ คือ เกิดแต่กาย มิใช่วาจา
มิใช่จิต.
จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔.
ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือบางทีด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ ๑
บางทีด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ๑.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๖๘] ถามว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๒ ภิกษุต้องอาบัติเท่าไร?
ตอบว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๒ ภิกษุต้องอาบัติ ๔ คือ
๑. ภิกษุสำคัญว่าควร สั่งว่า จงทำกุฎีให้ฉัน เขาทำกุฎีให้เธอ มิได้ให้สงฆ์แสดง
พื้นที่ เกินประมาณ มีผู้จับจองไว้ ไม่มีชานรอบ เป็นทุกกฏในประโยค.
๒. เมื่อยังไม่วางก้อนดินอีกก้อนหนึ่ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
๓. เมื่อวางดินก้อนนั้นเสร็จแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส.
๔. ภิกษุสำคัญว่าควรสอนธรรมแก่อนุปสัมบันว่าพร้อมกัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๒ ภิกษุต้องอาบัติ ๔ เหล่านี้.
ถามว่า อาบัติเหล่านั้น จัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔? ... ระงับด้วยสมถะเท่าไร
บรรดาสมถะ ๗?
ตอบว่า อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือ บางทีเป็นศีลวิบัติ บางที
เป็นอาจารวิบัติ.
สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๔ บรรดากองอาบัติ ๗ คือ บางทีด้วยกองอาบัติสังฆาทิเสส
บางทีด้วยกองอาบัติถุลลัจจัย บางทีด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์ บางทีด้วยกองอาบัติทุกกฏ.
เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ คือ เกิดแต่วาจา มิใช่กาย
มิใช่จิต.
จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔.
ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ บางทีด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ
๑ บางทีด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ๑.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๘๖๙] ถามว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๓ ภิกษุต้องอาบัติเท่าไร?
ตอบว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๓ ภิกษุต้องอาบัติ ๕ คือ
๑. ภิกษุสำคัญว่าควรจัดการสร้างกุฎี ไม่ให้สงฆ์แสดงพื้นที่ เกินประมาณ มีผู้
จับจองไว้ ไม่มีชานรอบ เป็นทุกกฏในประโยค.
๒. เมื่อยังมิได้วางก้อนดินอีกก้อนหนึ่ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
๓. เมื่อวางดินก้อนนั้นเสร็จแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส.
๔. ภิกษุสำคัญว่าควรขอโภชนะอันประณีตเพื่อประโยชน์ตนมาฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
๕. ภิกษุสำคัญว่าควร ไม่ห้ามภิกษุณีผู้สั่งเสียอยู่แล้วฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ.
ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๓ ภิกษุต้องอาบัติ ๕ เหล่านี้.
ถามว่า อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔? ... ระงับด้วยสมถะเท่าไร
บรรดาสมถะ ๗?
ตอบว่า อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือ บางทีเป็นศีลวิบัติ บางที
เป็นอาจารวิบัติ. สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๕ บรรดากองอาบัติ ๗ คือ บางทีด้วยกองอาบัติสังฆา
ทิเสส บางทีด้วยกองอาบัติถุลลัจจัย บางทีด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์ บางทีด้วยกองอาบัติปาฏิเทสนียะ
บางทีด้วยกองอาบัติทุกกฏ.
เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ คือ เกิดแต่กายกับวาจา
มิใช่จิต.
จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔.
ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ บางทีด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาต
กรณะ ๑ บางทีด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ๑.