พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๗๔] อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ สุขทางกาย เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทาง
กาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
ทุกข์ทางกาย ฯลฯ ฤดู ที่เป็นอุปาทินนธรรม ฯลฯ โภชนะเป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย
แก่ทุกข์ทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
สุขทางกาย ฯลฯ ทุกข์ทางกาย ฯลฯ ฤดู ฯลฯ โภชนะเป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย แก่ทุกข์
ทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย.
อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยปัจจัย
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยสุขทางกายแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์
ทุกข์ทางกาย ฯลฯ ฤดูที่เป็นอุปาทินนธรรม ฯลฯ บุคคลอาศัยโภชนะแล้วให้ทาน ฯลฯ
ยังสมาบัติให้เกิด ทำลายสงฆ์
สุขทางกาย ฯลฯ ทุกข์ทางกาย ฯลฯ ฤดู ฯลฯ โภชนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ความ
ปรารถนา แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธา แล้วให้ทาน ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
ศีล ฯลฯ ความปรารถนา ฯลฯ ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ บุคคลเข้าไปอาศัยซึ่งเสนาสนะ
แล้วให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์
ศรัทธา ฯลฯ ความปรารถนา ฯลฯ ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา
ฯลฯ แก่ความปรารถนา แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาแล้วยังตนให้เดือดร้อน
ให้เร่าร้อน ทุกข์มีการแสวงหาเป็นมูล ฯลฯ
บุคคลเข้าไปอาศัยศีล ฯลฯ ความปรารถนา ฯลฯ ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ แล้ว
ยังตนให้เดือนร้อน ให้เร่าร้อน ทุกข์มีการแสวงหาเป็นมูล ฯลฯ
ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
ธรรมที่เป็นกุศล และกุศลเป็นปัจจัยแก่วิบาก โดยอุปนิสสยปัจจัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๗๕] อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ กายรูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม กลิ่น
โผฏฐัพพะ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส ฯลฯ
เมื่อกุศล และอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น
รูปายตนะที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ คันธายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพ
พายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ.
ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัย
แก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย.
อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ กายรูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม กลิ่น
รส โผฏฐัพพะ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปที่เป็นอุปาทินนธรรม ด้วยทิพพจักขุ.
ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม
โดยปุเรชาตปัจจัย.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ รูปทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม ฯลฯ เสียง
ฯลฯ โผฏฐัพพะ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปที่เป็นอนุปาทินนธรรม ด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ รูปทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม ฯลฯ กลิ่น
ฯลฯ โผฏฐัพพะ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
เมื่อกุศล และอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น
รูปายตนะที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ สัททายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพ
พายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย.
อุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.
คือ รูปายตนะที่เป็นอนุปาทินนธรรม และหทัยวัตถุ โผฏฐัพพายตนะ และหทัยวัตถุ
เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
รูปายตนะที่เป็นอนุปาทินนธรรม และจักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ
สัททายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ และกายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาต
ปัจจัย.
อุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.
คือ รูปายตนะที่เป็นอนุปาทินนธรรม และหทัยวัตถุ โผฏฐัพพายตนะ และหทัยวัตถุ
เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๗๖] อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่กาย
ที่เป็นอุปาทินนธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย.
อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่
กายที่เป็นอนุปาทินนธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย.
อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรม โดยปัจฉาชาต
ปัจจัย ฯลฯ
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรม โดยปัจฉาชาต
ปัจจัย ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๗๗] อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยอาเสวนปัจจัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๗๘] อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูป
ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.
อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.
อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
โดยกัมมปัจจัย.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยกัมมปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ นานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์
และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๗๙] อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยวิปากปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนธรรม ฯลฯ
ในธรรมที่มีอุปาทินนธรรมเป็นมูล มี ๓ นัย.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยวิปากปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตต
สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปากปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๘๐] อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยอาหารปัจจัย
คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอาหาร
ปัจจัย ปฏิสนธิ
กวฬิงการาหารที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอุปาทินนธรรมนี้ โดยอาหาร
ปัจจัย.
อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยอาหารปัจจัย
คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
กวฬิงการาหารที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอนุปาทินนธรรมนี้ โดยอาหาร
ปัจจัย.
อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรม โดยอาหารปัจจัย
คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐาน
รูปทั้งหลาย
กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรม โดยอาหาร
ปัจจัย.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยอาหารปัจจัย
คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏ
ฐานรูปทั้งหลาย โดยอาหารปัจจัย
กวฬิงการาหารที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอนุปาทินนธรรมนี้ โดย
อาหารปัจจัย.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยอาหารปัจจัย
คือ กวฬิงการาหารที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอุปาทินนธรรมนี้ โดย
อาหารปัจจัย.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรม โดยอาหารปัจจัย
คือ กวฬิงการาหารที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอุปาทินนธรรม และ
อนุปาทินนธรรมนี้ โดยอาหารปัจจัย.
อุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยอาหารปัจจัย
คือ กวฬิงการาหารที่เป็นอุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็น
อุปาทินนธรรมนี้ โดยอาหารปัจจัย.
อุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยอาหารปัจจัย
คือ กวฬิงการาหารที่เป็นอุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็น
อนุปาทินนธรรมนี้ โดยอาหารปัจจัย.
อุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม และอนุปาทินน
ธรรม โดยอาหารปัจจัย
คือ กวฬิงการาหารที่เป็นอุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็น
อุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรมนี้ โดยอาหารปัจจัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๘๑] อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยอินทริยปัจจัย
คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดย
อินทริยปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย
จักขุนทรีย์ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายินทรีย์ ฯลฯ รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่
กญัตตารูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย.
อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม ฯลฯ
ในธรรมที่มีอุปาทินนธรรมเป็นมูล มี ๓ นัย รูปชีวิตินทรีย์ มีเฉพาะนัยต้นเท่านั้น
นัยที่เหลือนอกนั้นไม่มี.
อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยอินทริยปัจจัย
คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต -
สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๘๒] อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยฌานปัจจัย มี ๔ นัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยมัคคปัจจัย มี ๔ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๒ นัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๘๓] อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัย
แก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปปยุตต
ปัจจัย
หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย.
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัย
แก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็น
อุปาทินนธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย.
อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัย แก่จิตตสมุฏฐาน
รูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย.
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม
และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็น
อนุปาทินนธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย.
อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่
กายที่เป็นอุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่ อนุปาทินนธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน
รูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย.
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็น
อนุปาทินนธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัย
แก่กายที่เป็นอนุปาทินนธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรม โดยวิปปยุตต
ปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัย
แก่กายที่เป็นอุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย.