พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๖๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
กับเหตุปัจจัย มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๕ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๖๕] ในอารัมมณปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มี " ๔
ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔
ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕.
นิสสยวาร เหมือนกับปัจจยวาร.
สังสัฏฐวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๖๖] อุปาทินนธรรม คลุกเคล้ากับอุปาทินนธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิ
ขณะ ฯลฯ
อนุปาทินนธรรม คลุกเคล้ากับอนุปาทินนธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนธรรมขันธ์ ๒ ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๖๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑
ในอนันตรปัจจัย มี " ๒
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตปัจจัย มี " ๒
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๒
ในนิสสยปัจจัย มี " ๒
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๒
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๒
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๑
ในกัมมปัจจัย มี " ๒
ในวิปากปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๖๘] อุปาทินนธรรม คลุกเคล้ากับอุปาทินนธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
อนุปาทินนธรรม คลุกเคล้ากับอนุปาทินนธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกขันธ์ ๒ ฯลฯ
โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วย
วิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๖๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๒
การนับทั้งสองนี้ นอกจากนี้ก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.
ปัญหาวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๗๐] อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดย
เหตุปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ เหตุทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดย
เหตุปัจจัย.
อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม และอนุปาทินนธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐาน
รูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย.
อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐาน
รูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๗๑] อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ จักขุ ฯลฯ กาย ฯลฯ รูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส
เกิดขึ้น
ในเมื่อกุศล และอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น
รูปายตนะที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ คันธายตนะที่เป็น
อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่ฆานวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
โดยอารัมมณปัจจัย.
อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ จักขุ ฯลฯ กาย ฯลฯ รูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส
เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูป ซึ่งเป็นอุปาทินนธรรม ด้วยทิพพจักขุ
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ซึ่งเป็นอุปาทินนธรรม โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ
แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ บุคคลทำอุโบสถกรรม แล้วพิจารณาซึ่งกุศลธรรมนั้น ย่อมยินดี
ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลกรรมนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
กุศลทั้งหลายที่ได้สั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ จากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค แล้วพิจารณามรรค ผล ฯลฯ นิพพาน ฯลฯ
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
พระอริยะทั้งหลาย กิเลสที่ละแล้ว ฯลฯ กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิด
แล้วในกาลก่อน ฯลฯ รูปทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม ฯลฯ เสียง ฯลฯ โผฏฐัพพะ ฯลฯ ขันธ์
ทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพยจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นอนุปาทินนธรรม โดยเจโตปริยญาณ
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่
เนวสัญญานาสัญญายตนะ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ
แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดย
อารัมมณปัจจัย.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ รูปทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม ฯลฯ เสียง ฯลฯ โผฏฐัพพะ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นอนุปาทินนธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
ในเมื่อกุศล และอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิต ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่
เนวสัญญานาสัญญายตนะ
รูปายตนะที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่ขักขุวิญญาณ สัททายตนะ ฯลฯ
โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอารัมมณปัจจัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๗๒] อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ จักขุ ฯลฯ กาย ฯลฯ รูปทั้งหลายที่เป็น
อุปาทินนธรรม ฯลฯ กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็น
อนุปาทินนธรรม ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำ
จักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ บุคคลกระทำอุโบสถกรรมแล้ว
กระทำกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะ
กระทำกุศลธรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ฯลฯ ทิฏฐิ ฯลฯ
กุศลที่ได้สั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ จากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา
ผล ฯลฯ นิพพาน ฯลฯ
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย คือ
รูปทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม ฯลฯ เสียง ฯลฯ โผฏฐัพพะ ฯลฯ เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลายที่
เป็นอนุปาทินนธรรม ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะเกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต
ขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๗๓] อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อุปาทินนธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
ปัญจวิญญาณ เป็นปัจจัยแก่วิบากมโนธาตุ โดยอนันตรปัจจัย
วิบากมโนธาตุ เป็นปัจจัยแก่วิบากมโนวิญญาณธาตุ โดยอนันตรปัจจัย.
อุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ภวังค์ เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ วิบากมโนวิญญาณธาตุเป็นปัจจัยแก่กิริยามโนวิญญาณ
ธาตุ โดยอนันตรปัจจัย.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อนุปาทินนธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัย
แก่วุฏฐานะ โดยอนันตรปัจจัย
อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย.
อนุปาทินนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ปัญจวิญญาณ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนธรรม เป็น
ปัจจัยแก่วุฏฐานะ โดยอนันตรปัจจัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย มี ๕ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๒ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย มี ๕ นัย เหมือนกับนิสสยปัจจัยในปัจจยวาร