พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๙๕] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยสัมปยุตตปัจจัย เหมือนกับ
สัมปยุตตปัจจัย ในปฏิจจวาร
พึงกระทำวาระ ๖

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๙๖] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน-
รูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย
โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิด
ก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย
โดยวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัย
แก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ โดย
วิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ เป็นปัจจัยแก่
กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
สเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดย
วิปปยุตตปัจจัย
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคต
ด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ โดยวิปปยุตตปัจจัย
สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
และโมหะ เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
และโมหะ เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๙๗] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ใน
ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัย
แก่โมหะ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิด
ก่อน โดยอัตถิปัจจัย
สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ แก่
โมหะ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏ-
ฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย
อุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ปฏิสนธิ พึงกระทำตลอดถึงอสัญญสัตว์
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส
เกิดขึ้น
เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นอเหตุกธรรม เกิดขึ้น
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ เป็นปัจจัยแก่
กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิ-
ตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัย
แก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอัตถิ-
ปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส
เกิดขึ้น
เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นสเหตุกธรรม เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูป ด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็น
ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ เพราะปรารภจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคต
ด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโทสะ เกิดขึ้น
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
และโมหะ โดยอัตถิปัจจัย
สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ
โมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง
คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็น
ปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัย
แก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัย
แก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่โมหะ โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
และโมหะ เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และกวฬิงการาหาร เป็นปัจจัย
แก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัย
แก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดย
อัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ
เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และโมหะ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๙๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๖
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๔
ในอนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๖
ในนิสสยปัจจัย มีวาระ ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๙
ในกัมมปัจจัย มี " ๔
ในวิปากปัจจัย มี " ๔
ในอาหารปัจจัย มี " ๔
ในอินทริยปัจจัย มี " ๔
ในฌานปัจจัย มี " ๔
ในมัคคปัจจัย มี " ๓
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๖
ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๕
ในอัตถิปัจจัย มี " ๙
ในนัตถิปัจจัย มี " ๙
ในวิคตปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงนับอย่างนี้
อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๙๙] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย
สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาต-
ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย
สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัย
โดยกัมมปัจจัย
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาต-
ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย
สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๑๐๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ฯลฯ
ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียะ จบ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๑๐๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย
กับ ฯลฯ มีหัวข้อ
ปัจจัย ๖ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖
พึงนับอย่างนี้
อนุโลมปัจจนียะ จบ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๑๐๒] ในอารัมมณปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔
ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖
ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๙
ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔
ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔
ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔
ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔
ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔
ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖
ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕
ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียานุโลม จบ
สเหตุกทุกะ จบ
เหตุสัมปยุตตทุกะ
ปฏิจจวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๑๐๓] เหตุสัมปยุตตธรรม อาศัยเหตุสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุสัมปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิ-
ขณะ ฯลฯ
เหตุวิปปยุตตธรรม อาศัยเหตุสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเหตุสัมปยุตตธรรม ในปฏิสนธิขณะ
ฯลฯ
พึงให้พิสดาร ด้วยเหตุนี้ เหมือนกับสเหตุกทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน
เหตุสัมปยุตตทุกะ จบ
เหตุสเหตุกทุกะ
ปฏิจจวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๑๐๔] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม
และสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ อโทสะอโมหะ อาศัย อโลภะ
พึงผูกจักรนัย
โมหะ อาศัย โลภะ
พึงผูกจักรนัย
ในปฏิสนธิขณะ อโทสะอโมหะ อาศัย อโลภะ
พึงผูกจักรนัย
ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุก-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
ธรรมเป็นที่ทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่
เหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ อโทสะอโมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยอโลภะ
พึงผูกจักรนัย
โมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโลภะ
พึงผูกจักรนัย
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่
เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ใน
ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่
เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ เหตุธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ
ฯลฯ
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่
เหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และเหตุธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม
ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุก-
ธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ อโทสะอโมหะ อาศัยอโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
พึงผูกจักรนัย
โมหะ อาศัยโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
พึงผูกจักรนัย
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุก-
ธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม และเหตุธรรม ขันธ์
๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่
เหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่
เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือขันธ์ ๓ และอโทสะอโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรม
และอโลภะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
พึงให้พิสดารอย่างที่กล่าวมาแล้ว