พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๗๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๖
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑
ในอนันตรปัจจัย มี " ๖
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๖
ในสหชาตปัจจัย มี " ๖
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๖
ในนิสสยปัจจัย มี " ๖
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๖
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๖ ฯลฯ
ในวิปากปัจจัย มี " ๒
ในอาหารปัจจัย มี " ๖
ในอินทริยปัจจัย มี " ๖
ในฌานปัจจัย มีวาระ ๖
ในมัคคปัจจัย มี " ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๖
พึงนับอย่างนี้
อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๗๖] อเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลาย
ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
อเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิ
ขณะ ฯลฯ
ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๗๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๖
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียะ จบ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๗๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
พึงนับอย่างนี้
อนุโลมปัจจนียะ จบ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๗๙] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ฯลฯ
ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒
ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒
ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียานุโลม จบ
สัมปยุตตวาร เหมือนกับ สังสัฏฐวาร
ปัญหาวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๘๐] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุ-
ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุ-
ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐาน
รูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน-
รูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-
ขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๘๑] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ พิจารณากุศลกรรมนั้น
บุคคลพิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน
ออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌานแล้ว
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณาผล
กิเลสที่ละแล้ว ฯลฯ กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาล
ก่อน ฯลฯ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นสเหตุกธรรม เกิดขึ้น
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นสเหตุกธรรม โดยเจโตปริยญาณ
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัย
แก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่
บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เกิดขึ้น
สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นอเหตุกธรรม เกิดขึ้น
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และ โมหะ เกิดขึ้น
สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ โมหะ เกิดขึ้น
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
จักขุ ฯลฯ หทยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ โดยความ
เป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นอเหตุกธรรม เกิดขึ้น
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และ โมหะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อเหตุกธรรม และ โมหะ เกิดขึ้น
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอารัมมณปัจจัย
พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นอเหตุกธรรม กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิด
ขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ โดยความ
เป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นสเหตุกธรรม เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูป ด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียง ด้วยทิพพโสตธาตุ
บุคคลผู้จิตของบุคคลรู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นอเหตุกธรรม โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่
บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และ โมหะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม
เกิดขึ้น
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภจักขุ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
และโมหะ เกิดขึ้น
โสตะ ฯลฯ หทยวัตถุ ฯลฯ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และ โมหะ
ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ โมหะ เกิดขึ้น
สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เกิดขึ้น
สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ
โมหะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ เกิดขึ้น
สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ
โมหะ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เกิดขึ้น

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๘๒] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ กระทำ
กุศลธรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
จากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ ผล
ฯลฯ
เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสเหตุกธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ย่อมยินดี
ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำความยินดีนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ
เกิดขึ้น
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายกระทำนิพพานให้หนักแน่น
แล้ว พิจารณา
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย
จักขุ ฯลฯ หทยวัตถุ ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรมให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำความยินดีนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก
แน่นแล้ว ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๘๓] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
สเหตุกธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค
โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรค มรรค เป็นปัจจัยแก่ผล ผล เป็นปัจจัยแก่ผล อนุโลม เป็นปัจจัยแก่
ผลสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ของบุคคลผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดย
อนันตรปัจจัย
สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัย
แก่โมหะ ที่สหรคตด้วยวิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
จุติจิต ที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิต ที่เป็นอเหตุกธรรม โดยอนันตร
ปัจจัย
ภวังค์ที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ โดยอนันตรปัจจัย
ภวังค์ที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่เป็นอเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นอเหตุกธรรม โดยอนันตร-
ปัจจัย
สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อน ๆ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะที่เกิดหลัง ๆ และโมหะ โดย
อนันตรปัจจัย
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่
โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุก-
ธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ปัญจวิญญาณ โดยอนันตรปัจจัย
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อนๆเป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
จุติจิตที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
ภวังค์ที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอนันตร-
ปัจจัย
อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ และโมหะ โดยอนันตร-
ปัจจัย
อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
และโมหะ โดยอนันตรปัจจัย
สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อนๆ และ
โมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ โดย
อนันตรปัจจัย
สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อนๆ และ
โมหะ เป็นปัจจัยแก่โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ โดย
อนันตรปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่
วุฏฐานะที่เป็นอเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดย
อนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อนๆ และ
โมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ
และโมหะ โดยอนันตรปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๘๔] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยสหชาตปัจจัย เหมือนกับสหชาต-
ปัจจัย ในปฏิจจวาร
ปัจจัยสงเคราะห์ในที่นี้ ไม่มี
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร
ฯลฯ เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เหมือนกับนิสสยปัจจัย ในปฏิจจวาร
ปัจจัยสงเคราะห์ในที่นี้ ไม่มี