[๑๔๕๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๖ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๖
พึงนับเหมือนจำนวนอนุโลมปัจจนียะ ในกุสลัตติกะ
อนุโลมปัจจนียะ จบ
[๑๔๕๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๖ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๖
พึงนับเหมือนจำนวนอนุโลมปัจจนียะ ในกุสลัตติกะ
อนุโลมปัจจนียะ จบ
[๑๔๕๓] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒ ฯลฯ
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๕
พึงนับเหมือนจำนวนปัจจนียานุโลม ในกุสลัตติกะ
ปัจจนียานุโลม จบ
ปฏิจจวาร จบ
สหชาตวาร
[๑๔๕๔] อุปาทินนุปาทานิยธรรม ที่เกิดร่วมกับอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
ปฏิจจวารก็ดี สหชาตวารก็ดี เหมือนกัน
สหชาตวาร จบ
ปัจจยวาร
[๑๔๕๕] อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ
หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓
อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น
อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็น
อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น
อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น
อุปาทินนุปาทานิยธรรม และอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทิน
นุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น
คือ ขันธ์ ๓ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น
อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
มีวาระ ๑
อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๓
อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม และอนุปาทินน-
อนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม และหทยวัตถุ
เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ เกิดขึ้น
อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม และอนุปาทินน
อนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม และมหาภูตรูป
เกิดขึ้น
อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม และอนุปาทิน
นุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม และมหาภูตรูป
เกิดขึ้น ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม และหทยวัตถุ เกิดขึ้น
ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ เกิดขึ้น
[๑๔๕๖] อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัย
ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม
เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น จักขุวิญญาณ
อาศัยจักขายตนะ เกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณ อาศัยกายายตนะ เกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็น
อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น
อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะ
อารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น
อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะ
อารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น
อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัย
ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
[๑๔๕๗] อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม และ
อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม และหทยวัตถุ เกิด
ขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ เกิดขึ้น
อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม และอนุปาทินนุ
ปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม และหทยวัตถุ เกิดขึ้น
ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ เกิดขึ้น
[๑๔๕๘] อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น
เพราะอธิปติปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น
อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะ
อธิปติปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น
อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะ
อธิปติปัจจัย
มีวาระ ๑
อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น
มีวาระ ๓
ฯลฯ อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม และอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น
เพราะอธิปติปัจจัย
ฯลฯ อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม และอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม
เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรมและอนุปาทินนุ
ปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม และหทยวัตถุ เกิดขึ้น
ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ เกิดขึ้น
[๑๔๕๙] อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น
เพราะอนันตรปัจจัย
ปัจจัย ๒๔ พึงให้พิสดาร
ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย
[๑๔๖๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๗
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอนันตรปัจจัย มี " ๗
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๗
ในสหชาตปัจจัย มี " ๑๑
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๗
ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๑
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๗
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๗
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๖
ในกัมมปัจจัย มี " ๑๑
ในวิปากปัจจัย มี " ๑๑
ในอาหารปัจจัย มี " ๑๑
ในอินทริยปัจจัย มีวาระ ๑๑
ในฌานปัจจัย มี " ๑๑
ในมัคคปัจจัย มี " ๑๑
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๗
ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๑๑
ในอัตถิปัจจัย มี " ๑๑
ในนัตถิปัจจัย มี " ๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๗
ในวิคตปัจจัย มี " ๑๑
[๑๔๖๑] ในอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๗ ฯลฯ
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๑
พึงนับเหมือนจำนวนในกุสลัตติกะ
อนุโลม จบ