พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๓๗๒] วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม โดยอัญญมัญญ
ปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ ๒
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปากธัมมธรรม โดย
อัญญมัญญปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ ๒
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย
คือ ในปฏิสนธิขณะ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ โดยอัญญมัญญปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๓๗๓] วิปากธรรม และเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปาก
ธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย
คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
มีวาระ ๗

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๓๗๔] วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรม โดยนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย
วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม มี ๓ นัย
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปากธัมมธรรม ฯลฯ
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรม
คือ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยนิสสยปัจจัย ฯลฯ กายายตนะ เป็น
ปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ ในปฏิสนธิขณะ หทยวัตถุ เป็นปัจจัย
แก่วิบากขันธ์
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม โดยนิสสยปัจจัย
คือ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๓๗๕] วิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปาก
ธรรม โดยนิสสยปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ ฯลฯ และกายายตนะ ฯลฯ
ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑
ที่เป็นวิบากและหทยวัตถุ
วิปากธรรม และเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปาก
ธัมมธรรม โดยนิสสยปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นวิบาก และมหาภูตรูป ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
วิปากธัมมธรรม และเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม
โดยนิสสยปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม และหทยวัตถุ
วิปากธัมมธรรม และเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปาก
นวิปากธัมมธรรม โดยนิสสยปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม และมหาภูตรูป เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดย
นิสสยปัจจัย
มีวาระ ๑๓

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๓๗๖] วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ กายิกสุข เป็นปัจจัยแก่กายิกสุข แก่กายิกทุกข์ แก่ผล
สมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย กายิกทุกข์ เป็นปัจจัยแก่กายิกสุข แก่กายิกทุกข์ แก่ผลสมาบัติ
โดยอุปนิสสยปัจจัย สมาบัติ เป็นปัจจัยแก่กายิกสุข โดยอุปนิสสยปัจจัย
วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยกายิกสุข ให้ทาน สมาทานศีล ฯลฯ
ทำลายสงฆ์ อาศัยกายิกทุกข์ ให้ทาน สมาทานศีล ฯลฯ ทำลายสงฆ์ กายิกสุข ฯลฯ กายิกทุกข์
เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ความปรารถนา โดยอุปนิสสยปัจจัย
วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปากธัมมธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ พระอรหันต์ อาศัยกายิกสุข ทำกิริยาสมาบัติที่ยังไม่เกิด
ให้เกิดขึ้นได้ เข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว พิจารณาเห็นสังขาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์
เป็นอนัตตา อาศัยกายิกทุกข์ ทำกิริยาสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น เข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๓๗๗] วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธา ให้ทาน ฯลฯ ถือมานะ ทิฏฐิ
อาศัยศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ให้ทาน ฯลฯ ถือมานะ ทิฏฐิ อาศัยราคะ โทสะ โมหะ มานะ
ทิฏฐิ ความปรารถนา ให้ทาน ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิด ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ฯลฯ ศรัทธา ฯลฯ
ความปรารถนา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ศีล ฯลฯ แก่ความปรารถนา โดยอุปนิสสยปัจจัย บริกรรม
แห่งปฐมฌาน เป็นปัจจัยแก่ปฐมฌาน ฯลฯ บริกรรมแห่งเนวสัญญานาสัญญายตนะ เป็นปัจจัย
แก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ปฐมฌาน เป็นปัจจัยแก่ทุติยฌาน ฯลฯ อากิญจัญญายตนะ เป็น
ปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ โดยอุปนิสสยปัจจัย ฯลฯ บริกรรมแห่งปฐมมรรค เป็นปัจจัย
แก่ปฐมมรรค ฯลฯ บริกรรมแห่งจตุตถมรรค เป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค ปฐมมรรค เป็นปัจจัย
แก่ทุติยมรรค ทุติยมรรค เป็นปัจจัยแก่ตติยมรรค ตติยมรรค เป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค โดย
อุปนิสสยปัจจัย
พระเสขบุคคลอาศัยมรรค ทำกุศลสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น ฯลฯ มรรค เป็นปัจจัย
แก่อัตถปฏิสัมภิทาของพระเสขบุคคล ฯลฯ แก่ความเป็นผู้ฉลาดในฐานและอฐานะ โดยอุปนิสสย
ปัจจัย ปาณาติบาต เป็นปัจจัยแก่ปาณาติบาต ฯลฯ แก่มิจฉาทิฏฐิ โดยอุปนิสสยปัจจัย ฯลฯ
มิจฉาทิฏฐิ เป็นปัจจัยแก่มิจฉาทิฏฐิ โดยอุปนิสสยปัจจัย ฯลฯ พยาบาท เป็นปัจจัยแก่พยาบาท
โดยอุปนิสสยปัจจัย มาตุฆาตกรรม เป็นปัจจัยแก่มาตุฆาตกรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย ฯลฯ
แก่นิยตมิจฉาทิฏฐิ โดยอุปนิสสยปัจจัย นิยตมิจฉาทิฏฐิ เป็นปัจจัยแก่นิยตมิจฉาทิฏฐิ แก่สังฆ
เภทกรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๓๗๘] วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธา ทำตนให้เดือดร้อน ให้เร่าร้อน
เสวยทุกข์ที่มีการแสวงหาเป็นมูล ฯลฯ อาศัยความปรารถนา ทำตนให้เดือดร้อน ให้เร่าร้อน ฯลฯ
ศรัทธา ฯลฯ ความปรารถนา เป็นปัจจัยแก่กายิกสุข แก่กายิกทุกข์ แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสย
ปัจจัย
กุศลและอกุศล เป็นปัจจัยแก่กรรมวิบาก โดยอุปนิสสยปัจจัย
มรรค เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปากธัมมธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ พระอรหันต์อาศัยมรรค ทำกิริยาสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้
เกิดขึ้น เข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว พิจารณาเห็นสังขารโดยความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
ฯลฯ มรรค เป็นปัจจัยแก่อัตถปฏิสัมภิทา แก่ธัมมปฏิสัมภิทา แก่นิรุตติปฏิสัมภิทา แก่ปฏิภาณ
ปฏิสัมภิทา ของพระอรหันต์ แก่ความเป็นผู้ฉลาดในฐานะและอฐานะ โดยอุปนิสสยปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๓๗๙] เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปากธัมมธรรม
โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ พระอรหันต์อาศัยอุตุ ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ
ทำกิริยาสมาบัติที่ยังไม่เกิดขึ้นให้เกิดขึ้น เข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ อุตุ ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่กายิกสุข
แก่กายิกทุกข์ แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยอุตุ ให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์ อาศัยโภชนะ
ฯลฯ เสนาสนะ ให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์ อุตุ ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่
ศรัทธา ฯลฯ แก่ความปรารถนา โดยอุปนิสสยปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๓๘๐] เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปากธัมมธรรม
โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ พระอรหันต์เห็นจักษุ ฯลฯ กาย โดยความเป็น
ของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ฯลฯ เห็นรูป โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ โดยความเป็นของ
ไม่เที่ยง ฯลฯ เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฯลฯ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ ฯลฯ
ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ที่เป็นเนววิปากนวิปาก
ธัมมธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ พระเสกขะ หรือปุถุชน พิจารณาเห็นจักษุ โดย
ความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักษุ
นั้น มีราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับแล้ว ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบาก
ย่อมเกิดขึ้น พิจารณาเห็นโสตะ ฯลฯ หทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ตทารัมมณจิต
ย่อมเกิดขึ้น รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ
เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย
ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะ
เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ โดยปุเรชาตปัจจัย
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ พระเสกขะ หรือปุถุชน พิจารณาเห็นจักษุ ฯลฯ
เพราะปรารภจักษุนั้น มีราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น พิจารณาเห็นโสตะ ฯลฯ หทยวัตถุ โดย
ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส ฯลฯ เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฯลฯ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ
ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม โดย
ปุเรชาตปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๓๘๑] วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปากธัมมธรรม โดยปัจฉาชาต
ปัจจัย
คือ วิบากขันธ์ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย