พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๖๒] ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต
ด้วยสุขเวทนา โดยอนันตรปัจจัย
คือ จุติจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่อุปบัติจิตที่สัมปยุตด้วย
สุขเวทนา โดยอนันตรปัจจัย
อาวัชชนจิต เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา โดยอนันตรปัจจัย
วิปากมโนธาตุ เป็นปัจจัยแก่วิปากมโนวิญญาณธาตุ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา โดย
อนันตรปัจจัย
ภวังคจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ภวังคจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา
โดยอนันตรปัจจัย
กุศลและอกุศลจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่สัมปยุต
ด้วยสุขเวทนา
กิริยา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ
ผล เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ
เนวสัญญานาสัญญายตนะของพระอริยบุคคลผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ
ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา โดยอนันตรปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๖๓] ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต
ด้วยทุกขเวทนา โดยอนันตรปัจจัย
คือ อวัชชนจิต เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา โดยอนันตร
ปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๖๔] ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย
สุขเวทนา โดยสมนันตรปัจจัย
เหมือนกับอนันตรปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๖๕] ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย
สุขเวทนา โดยสหชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสหชาตปัจจัย
ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วย
สุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ โดยสหชาต
ปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๖๖] ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย
ทุกขเวทนา โดยสหชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสหชาตปัจจัย
ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ โดยสหชาตปัจจัย
ปฏิสนธิที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา ย่อมไม่ได้

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๖๗] ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต
ด้วยอทุกขมสุขเวทนา โดยสหชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสหชาตปัจจัย
ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วย
อทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑
โดยสหชาตปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๖๘] ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย
สุขเวทนา โดยอัญญมัญญปัจจัย
ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา
โดยนิสสยปัจจัย
อัญญมัญญปัจจัยก็ดี นิสสยปัจจัยก็ดี เหมือนกับสหชาตปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๖๙] ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุข
เวทนา โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่บุคคลอาศัยศรัทธาที่สัมปยุตด้วย สุขเวทนา ให้ทาน
สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ยังฌานที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา
ให้ เกิดขึ้น ยังวิปัสสนาให้ เกิดขึ้น ยังมรรคให้ เกิดขึ้น ยังอภิญญาให้ เกิดขึ้น ยังสมาบัติให้
เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
บุคคลอาศัยศีลที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยสุตะ จาคะ ปัญญา ราคะ โมหะ
มานะ ทิฏฐิ ความปรารถนา อาศัยกายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุข ให้ทานด้วยจิตที่สัมปยุตด้วย
สุขเวทนา ฯลฯ ยังสมาบัติให้ เกิดขึ้น
ในหมวดที่มีศรัทธาเป็นที่ ๕ พึงเพิ่มคำว่า ก่อมานะ ถือทิฏฐิเข้าด้วย ส่วนหมวดที่
เหลือไม่ต้องเพิ่ม
บุคคลถือสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ
ตัดที่ต่อ ปล้นไม่เหลือ ปล้นในเรือนหลังหนึ่ง ดักในทางเปลี่ยว คบภรรยาของชายอื่น ฆ่า
ชาวบ้าน ฆ่าชาวนิคม ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา
ศรัทธาที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ราคะ โมหะ มานะ
ทิฏฐิ ความปรารถนา ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา กายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุข เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา
ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ราคะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ ความปรารถนา ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา
แก่กายวิญญาณที่สหคตด้วยสุขแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา โดยอุปนิสสยปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๗๐] ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย
ทุกขเวทนา โดยอุปนิสสยปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา
ยังตนให้เดือดร้อน ให้เร่าร้อน เสวยทุกข์อันมีความแสวงหาเป็นมูล
บุคคลอาศัยศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ยังตนให้เดือดร้อน
ให้เร่าร้อน เสวยทุกข์อันมีความแสวงหาเป็นมูล
บุคคลอาศัยราคะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ ความปรารถนาที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัย
กายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุข ฆ่าสัตว์
บุคคลถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา พูดเท็จ พูด
ส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ตัดที่ต่อ ปล้นไม่มีส่วนเหลือ ปล้นในเรือนหลังหนึ่ง
ดักในทางเปลี่ยว คบหาภรรยาของชายอื่น ฆ่าชาวบ้าน ฆ่าชาวนิคม ฆ่ามารดา ฆ่าบิดา ฆ่า
พระอรหันต์ ยังพระโลหิตพระตถาคตให้ห้อด้วยจิตโทสะประทุษร้าย แล้วทำลายสงฆ์ให้แตกกัน
ศรัทธาอันสัมปยุตด้วยสุขเวทนา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ราคะ โมหะ มานะ
ทิฏฐิ ความปรารถนา ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา กายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุข เป็นปัจจัยแก่โทสะ
ฯลฯ โมหะ แก่กายวิญญาณ ที่สหรคตด้วยทุกข์ แก่ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา
โดยอุปนิสสยปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๗๑] ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย
อทุกขมสุขเวทนา โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่างคือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่บุคคลอาศัยศรัทธาที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ให้ทาน
สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ยังฌานอันสัมปยุต
ด้วยอทุกขมสุขเวทนาให้ เกิดขึ้น ยังวิปัสสนาให้ เกิดขึ้น ยังมรรคให้ เกิดขึ้น ยังอภิญญาให้
เกิดขึ้น ยังสมาบัติให้ เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
บุคคลอาศัยศีลที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยสุตะ จาคะ ปัญญา ราคะ โมหะ
มานะ ทิฏฐิ ความปรารถนา ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา กายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุข ให้ทาน
ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ฯลฯ ยังสมาบัติให้ เกิดขึ้น ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้
ให้ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ
ตัดที่ต่อ ปล้นไม่มีส่วนเหลือ ปล้นในเรือนหลังหนึ่ง ดักอยู่ในทางเปลี่ยว คบหาภรรยาของ
ชายอื่น ฆ่าชาวบ้าน ฆ่าชาวนิคม
ศรัทธาที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ราคะ โมหะ มานะ
ทิฏฐิ ความปรารถนาที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา กายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุข เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา
ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา แก่ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ราคะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ ความ
ปรารถนา แก่กายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุข แก่ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา
โดยอุปนิสสยปัจจัย