พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๔๒] ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต
ด้วยอทุกขมสุขเวทนา โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดย
เหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๔๓] ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย
สุขเวทนา โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา
แล้วพิจารณาด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ออกจากฌานที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ออกจากมรรค
ออกจากผลแล้ว พิจารณาด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา
พระอริยบุคคลทั้งหลาย พิจารณากิเลสทั้งหลายที่ท่านละแล้วที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา
ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา พิจารณากิเลสทั้งหลายที่ท่านข่มแล้ว รู้กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิด
แล้วในกาลก่อน พิจารณาเห็นขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์
เป็นอนัตตา ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น
มีราคะ ทิฏฐิ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ฯลฯ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วย
สุขเวทนา ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๔๔] ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย
ทุกขเวทนา โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เมื่อบุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วย
สุขเวทนา แล้วมีวิปฏิสาร โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น ในเมื่อฌานที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเสื่อมไป
เมื่อบุคคลนั้นมีวิปฏิสาร โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา
ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา ย่อมเกิดขึ้น

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๔๕] ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย
อทุขมสุขเวทนา โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา
แล้วพิจารณาด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ออกจากฌานที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ออก
จากมรรค ออกจากผลแล้ว พิจารณาด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา
พระอริยบุคคลทั้งหลายพิจารณากิเลสทั้งหลาย ที่ท่านละแล้ว ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา
ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา พิจารณากิเลสทั้งหลายที่ท่านข่มแล้ว รู้กิเลสทั้งหลายที่
เคยเกิดแล้วในกาลก่อน พิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ด้วยจิตที่สัมปยุต
ด้วยอทุกขมสุขเวทนา โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อม
เพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น มีราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขม
สุขเวทนา เกิดขึ้น
พระอริยบุคคลทั้งหลาย รู้จิตของบุคคลผู้มีความพร้อมเพียงด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุข
เวทนา ด้วยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณแก่ปุพเพนิวาสา
นุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตั้งสญาณ แก่อวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา
ย่อมเกิดขึ้น

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๔๖] ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย
ทุกขเวทนา โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภโทสะ โทสะ โมหะ เกิดขึ้น เพราะปรารภโมหะที่สัมปยุตด้วย
ทุกขเวทนา โมหะ โทสะ เกิดขึ้น เพราะปรารภกายวิญญาณที่สหรคตด้วยทุกข์ โทสะ โมหะ
เกิดขึ้น
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยทุกข
เวทนา เกิดขึ้น

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๔๗] ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย
สุขเวทนา โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยบุคคลทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ท่านละได้แล้ว ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา
ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา พิจารณากิเลสทั้งหลายที่ท่านข่มแล้ว รู้กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดแล้ว
ในกาลก่อน พิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา
โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วย
สุขเวทนา เกิดขึ้น

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๔๘] ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย
อทุกขมสุขเวทนา โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยบุคคลทั้งหลาย พิจารณากิเลสทั้งหลายที่ละได้แล้วที่สัมปยุตด้วยทุกข
เวทนา ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา พิจารณากิเลสทั้งหลายที่ท่านข่มแล้ว รู้กิเลส
ทั้งหลายที่เคยเกิดแล้วในกาลก่อน พิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา ด้วยจิตที่
สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ด้วยจิตที่
สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา รู้จิตของบุคคลผู้มีความพร้อมเพียงด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา
ด้วยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสา
นุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วย
อทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๔๙] ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต
ด้วยอทุกขมสุขเวทนา โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขม
สุขเวทนา แล้วพิจารณาด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ออกจากฌานที่สัมปยุตด้วย
อทุกขมสุขเวทนา ออกจากมรรค ออกจากผลแล้ว พิจารณาด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา
พระอริยบุคคลทั้งหลาย พิจารณากิเลสทั้งหลายที่ท่านละได้แล้วที่สัมปยุตด้วยอทุกขม
สุขเวทนา ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา พิจารณากิเลสทั้งหลายที่ข่มแล้ว รู้กิเลส
ทั้งหลายที่เคยเกิดแล้วในกาลก่อนแล้ว พิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา
ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อม
ยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น มีราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ ที่สัมปยุต
ด้วยอทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น
พระอริยบุคคลทั้งหลาย รู้จิตของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยจิตที่สัมปยุตด้วย
อทุกขมสุขเวทนา ด้วยเจโตปริยญาณ
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ โดยอารัมมณปัจจัย ฯลฯ
อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ โดยอารัมมณปัจจัย
ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ
แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณ
ปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วย
อทุกขมสุขเวทนา ย่อมเกิดขึ้น

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๕๐] ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต
ด้วยสุขเวทนา โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขม
สุขเวทนา แล้วพิจารณาด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ออกจากฌานที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุข
เวทนา ออกจากมรรค ออกจากผลแล้ว พิจารณาด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา
พระอริยบุคคลทั้งหลาย พิจารณากิเลสทั้งหลายที่ท่านละได้แล้ว ที่สัมปยุตด้วยอทุกขม
สุขเวทนา ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา พิจารณากิเลสทั้งหลายที่ข่มแล้ว รู้กิเลส
ทั้งหลายที่เคยเกิดแล้วในกาลก่อน ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา พิจารณา
เห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ย่อม
ยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น มีราคะ ทิฏฐิ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น
ฯลฯ
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุต
ด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๑๑๕๑] ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต
ด้วยทุกขเวทนา โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขม
สุขเวทนา แล้วมีวิปฏิสาร โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น
โทมนัสย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้มีวิปฏิสาร ในเมื่อฌานที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา
เสื่อมไปแล้ว
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วย
ทุกขเวทนา เกิดขึ้น