พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๖๙] บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
จากที่นั้นหรือ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่จะไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย
จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๗๐] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ใน
อรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่
จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย ไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ใน
อรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ใน
อรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย และย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา
แต่จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ
ในอปริยาปันนธรรม.
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๗๑] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด
ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด
ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือ
ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือในอปริยาปันนธรรม.
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด
ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๗๒] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น?
ถูกแล้ว ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๗๓] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือ
ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๗๔] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๗๕] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนด
รู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และไม่กำหนดรู้มานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคา
นุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ใน
รูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา
นุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๗๖] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ใน
รูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น
ก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐา
นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา
นุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคา
นุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคา
นุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชา
นุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ใน
รูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จาก
ที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๗๗] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนด
รู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้มานานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ใน
รูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น
ก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้มานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคา
นุสัย จากที่นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
มานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชา
นุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชา
นุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผ็้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อม
ไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใดไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๗๘] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่นั้น?
ถูกแล้ว ฯลฯ.