พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๕๙] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้มานานุสัยหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆา
นุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา
นุสัย และปฏิฆานุสัย?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย แต่จะไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย.
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ?
บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา
นุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคล
ที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคา
นุสัย และปฏิฆานุสัย.
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆา
นุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชา
นุสัย.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา
นุสัย และปฏิฆานุสัย?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย แต่จะไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๖๐] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ?
บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย แต่จะไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค
๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และ
มานานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่จะไม่
กำหนดรู้มานานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒
จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย.
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และ
มานานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๖๑] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย
แต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
มรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๖๒] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย?
บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย แต่
จะไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค
ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และจะไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๖๓] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย?
บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ภวราคานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ
ภวราคานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๖๔] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้นหรือ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
จากที่นั้น?
บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม.
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น
หรือ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ใน
อรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จาก
ที่นั้นหรือ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่
กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
จากที่นั้น?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม.
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น
หรือ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
แต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๖๕] บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย
จากที่นั้นหรือ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉา
นุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.
บุคคล ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น
หรือ?
บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย
จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม.
บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น
หรือ?
บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๖๖] บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา
นุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
คือ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย
จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.
บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย
จากที่นั้น?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม.
บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น
หรือ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จาก
ที่นั้น?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๖๗] บุคคลไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย
จากที่นั้น?
ถูกแล้ว. ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๔๖๘] บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย
จากที่นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
บุคคลไม่รู้กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จาก
ที่นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา
นุสัย จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.