พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๖๙] วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้นใน
ลำดับแห่งจิตใด แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นและ
จิตตสังขารก็จักไม่ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๗๐] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๗๑] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต
เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร
เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าถึงจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น และกายสังขารก็
จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้มีปัจฉิมจิต อันไม่
มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๗๒] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต
เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่
จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นและจิตตสังขารก็จัก
ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กายสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๗๓] วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มี
วิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน แต่จิตตสังขารจักไม่
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักไม่
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๗๔] กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่
สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๗๕] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๗๖] วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะ
แห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วและวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ใน
อุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๗๗] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๗๘] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่
กายสังขารย่อมเกิดขึ้น และจีวรสังขารก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน
ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
หรือว่า วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์
นั้นในภูมินั้น.
วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดใน
กามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขาร
ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารก็ย่อม
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่ง
ลมอัสสาสะปัสสาสะ.