พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๔๙] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นทั้งหมด คือ
ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอวิตักกอวิจารจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แก่
อสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
คำว่า ยสฺส ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ ก็ดี พึงให้พิสดารเช่นเดียวกัน ข้อว่า "นิโรธ
สมาปนฺนานํ" ย่อมไม่ได้ในคำว่า "ยสฺส ยตฺถ"

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๕๐] กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
ถูกแล้ว.
กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
ถูกแล้ว.
วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๕๑] กายสังขารเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ.
แม้คำว่า ยตฺถ ในภูมิใด เป็นเช่นเดียวกันทุกบท.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๕๒] กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่
วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารเกิดขึ้นแล้ว และวจีสังขารก็
เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ.
หรือว่า วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น?
วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดใน
อรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารเกิดขึ้นแล้ว
และกายสังขารก็เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๕๓] กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
นั้นในภูมินั้น?
จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดใน
รูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่
จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน
ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๕๔] วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
นั้นในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น?
จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน
จตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แต่วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้ว และวจีสังขารก็เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดใน
อรูปาวจรภูมิ นอกนี้.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๕๕] กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
หรือ?
ไม่มี.
หรือว่า วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น?
ไม่มี.
กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น?
ไม่มี.
วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น?
ไม่มี.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๕๖] กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๕๗] กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดใน
อรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารไม่เกิดขึ้น
แล้ว และวจีสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้น
สุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น?
วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่
กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว และ
กายสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาส
ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตว์.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๕๘] กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดใน
รูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่
กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้กำลัง
เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น?
ถูกแล้ว.