พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๘๙] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์
นั้นในภูมินั้นหรือ?
ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังจุติอยู่ ใน
ภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจไม่
เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ก็หาไม่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และมัคคสัจก็ไม่เคยเกิด
ขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต สัตว์ซึ่งยัง
ไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล สัตว์ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ.
หรือว่า มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น.
มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ในอุปปาท
ขณะแห่งอุปปัตติจิต สัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่
มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส
ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต สัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
สัตว์ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๙๐] สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา
ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ แต่มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็
หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และมัคคสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมิ
นั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ สัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในภังคขณะ
แห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ในอุปปาทขณะ
แห่งตัณหา แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้น
แล้ว และสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิต
เป็นไปอยู่ สัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่
ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๙๑] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์
ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด
แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล.
หรือว่า สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ใน
ปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักเกิดขึ้น และทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้น
อยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๙๒] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์
ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต และแก่ปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัตว์เหล่าใด
จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่
สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลัง
เกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล.
หรือว่า มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่
ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจ
ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด
มัคคสัจจักเกิดขึ้น และทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่
สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๙๓] สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่ปุถุชนเหล่านั้น ใน
อุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่ปุถุชนเหล่านั้นก็หาไม่ ชนเหล่าใดจักได้เฉพาะ
ซึ่งมรรค สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้น แก่ชนเหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา.
หรือว่า มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่นซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะ
แห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์ แต่สมุทยสัจ
ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักเกิดขึ้น และสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๙๔] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.
แม้คำที่กำหนดด้วยบทว่า ยตฺถ (ในภูมิใด) พึงทำเหมือนกันกับคำที่กำหนดด้วยบทว่า
ยสฺส ยตฺถ (แก่สัตว์ใด ในภูมิใด).

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๙๕] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้นหรือ?
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระ
อรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิต
ใด แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และสัตว์ที่กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิแต่สมุทยสัจ
จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิปัญจโวการภูมิ นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาล.
หรือว่า สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น.
สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่จากจตุโวการภูมิ ปัญจ
โวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ
แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักเกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อม
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต ในปวัตติกาล.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๙๖] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้นหรือ?
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค แก่
พระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิตและแก่ปุถุชนเหล่านั้น ผู้ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค
ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลแก่สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอบายภูมิ อสัญญ
สัตตภูมิ แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัต
มรรค ในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล.
หรือว่า มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น.
สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้นและแก่สัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลัง
จุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ
แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค
ในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นและทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต ในปวัตติกาล.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๙๗] สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้นหรือ?
สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ที่เกิดในอบายและปุถุชนที่
จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ที่จักได้เฉพาะ
ซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา.
หรือว่า มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น.
สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นและแก่สัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค
ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๙๘] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และสมุทยสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้
เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ.
หรือว่า สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคแก่พระอรหันต์
ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด
แก่สัตว์เหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่
สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค
แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับ
แห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต
ในอรูปภูมิ.