พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๗๙] สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา
แต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้น และมัคคสัจก็เคย
เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา
หรือว่า มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในภังคขณะแห่งตัณหา ใน
เมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่
มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ใน
อุปปาทขณะแห่งตัณหา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๘๐] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.
คำว่า ยตฺถ เหมือนกันทั้งหมด.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๘๑] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วสัตว์นั้น
ในภูมินั้นหรือ?
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะ
แห่งอุปปัตติจิต สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น

ในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้น และสมุทยสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล.
หรือว่า สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น.
สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่จากจตุโวการภูมิ ปัญจ
โวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิต และผลจิต ในอรูปภูมิ
แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และทุกขสัจ
ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๘๒] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้นหรือ?
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะ
แห่งอุปปัตติจิต สัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
สัตว์ที่กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้น และมัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งได้ตรัสรู้
แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล.
หรือว่า มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น.
มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ที่ได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังจุติอยู่
ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิต และผลจิต ในอรูปภูมิ แต่
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และทุกขสัจก็ย่อม
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต ในปวัตติกาล.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๘๓] สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้นหรือ?
สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในอุปปาทขณะแห่ง
ตัณหา แต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้น และ
มัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา.
หรือว่า มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น.
มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในภังคขณะแห่ง
ตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ แต่มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็
หาไม่ มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้
ตรัสรู้แล้ว ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๘๔] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
หรือ?
เคยเกิดขึ้นแล้ว.
หรือว่า สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
ไม่มี.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๘๕] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
หรือ?
ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่ง
จิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้น
แล้วแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และมัคคสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล.
หรือว่า มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจ
ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่
ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๘๖] สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
หรือ?
สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ในภังคขณะแห่งตัณหา ใน
เมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ และแก่ผู้ที่เข้านิโรธ แต่มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
เหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและมัคคสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยัง
ไม่ได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ และที่เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา
แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและสมุทยสัจก็ย่อม
ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิต
เป็นไปอยู่ และที่เป็นอสัญญสัตว์.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๘๗] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๘๘๘] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโว
การภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและในผลจิต ในอรูปภูมิ
แต่สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และ
สมุทยสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่ง
อุปปัตติจิต และสัตว์ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ.
หรือว่า สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น.
สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ใน
อุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต และสัตว์ที่กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต และสัตว์ที่กำลังจุติ
จากอสัญญสัตตภูมิ.