พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๘๗] ส. ผัสสะที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิเป็นอกุศล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทิฏฐิเป็นอกุศล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา เจตนา จิตที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ เป็นอกุศล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทิฏฐิเป็นอกุศล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๘๘] ส. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทิฏฐิไม่มีผล ไม่มีวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ทิฏฐิมีผล มีวิบาก มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ทิฏฐิมีผล มีวิบาก ก็ต้องไม่กล่าวว่า ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๘๙] ส. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โทษทั้งหลายพระผู้มีพระภาคตรัสว่า มีมิจฉาทิฏฐิเป็นอย่างยิ่งมิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า โทษทั้งหลายพระผู้มีพระภาคตรัสว่า มีมิจฉาทิฏฐิเป็นอย่างยิ่ง
ก็ต้องไม่กล่าวว่า ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๙๐] ส. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรวัจฉะ มิจฉาทิฏฐิแลเป็นอกุศล
สัมมาทิฏฐิเป็นกุศล ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๙๑] ส. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรปุณณะ เรากล่าวคติของบุคคลผู้เป็น
มิจฉาทิฏฐิ (ว่าเป็น) อย่างใดอย่างหนึ่งใน ๒ อย่างคือ นรก หรือ
กำเนิดดิรัจฉาน ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต ดังนี้

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๙๒] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรวัจฉะ คำว่าโลกเที่ยงนี้ เรามิได้
พยากรณ์ คำว่า โลกขาดสูญนี้ เราก็มิได้พยากรณ์ คำว่าโลกมีที่
สุด ฯลฯ คำว่า โลกไม่มีที่สุด คำว่า ชีพอันนั้น สรีระก็อันนั้น
คำว่า ชีพเป็นอื่น สรีระก็เป็นอื่น คำว่า สัตว์ยังเป็นอยู่เบื้องหน้า
แต่มรณะ คำว่า สัตว์เป็นอยู่เบื้องหน้าแต่มรณะ คำว่า สัตว์ยังเป็น
อยู่ก็มีไม่เป็นอยู่ก็มี เบื้องหน้าแต่มรณะ คำว่า สัตว์ยังเป็นอยู่ก็ไม่ใช่
ไม่เป็นอยู่ก็ไม่ใช่ เบื้องหน้าแต่มรณะนี้ เราก็มิได้พยากรณ์ ดังนี้
เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น ทิฏฐิก็เป็นอัพยากฤต น่ะสิ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๙๓] ส. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายกรรมใดก็ดี อัน
บุคคลผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ สมาทานให้บริบูรณ์ตามทิฏฐิ ฯลฯ วจีกรรม
ใดก็ดี ฯลฯ มโนกรรมใดก็ดี อันบุคคลผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ สมาทาน
ให้บริบูรณ์ตามทิฏฐิ เจตนาใดก็ดี ความปรารถนาใดก็ดี ความตั้ง
ใจใดก็ดี สังขารเหล่าใดก็ดี ของบุคคลผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมด ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อผลอันไม่น่าปรารถนาไม่น่าใคร่
ไม่น่าชอบใจ เพื่อสิ่งอันไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อทุกข์ ดังนี้
เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ทิฏฐิเป็นอัพยากฤตน่ะสิ
อัพยากตกถา จบ
-------------
อปริยาปันนกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๙๔] สกวาที ทิฏฐิ เป็นอปริยาปันนะ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดาปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผล
เป็นสกทาคามิมรรค เป็นสกทาคามิผล เป็นอนาคามิมรรค เป็นอนาคามิผล
เป็นอรหัตตมรรค เป็นอรหัตตผล เป็นสติปัฏฐาน เป็นสัมมัปปธาน เป็น
อิทธิบาท เป็นอินทรีย์ เป็นพละ เป็นโพชฌงค์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๙๕] ส. ไม่พึงกล่าวว่า ทิฏฐิเป็นอปริยาปันนะ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ปุถุชน พึงกล่าวว่า ผู้ปราศจากกำหนัดในกามทั้งหลาย หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ไม่พึงกล่าวว่า ผู้ปราศจากทิฏฐิ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น ทิฏฐิเป็นอปริยาปันนะ น่ะสิ
อริปยาปันนกถา จบ
วรรคที่ ๑๔ จบ
------------
วรรคที่ ๑๕
ปัจจยตากถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๙๖] สกวาที ความเป็นปัจจัย ท่านจำกัดไว้ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. วิมังสา เป็นเหตุและเป็นอธิบดีด้วย มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า วิมังสา เป็นเหตุและเป็นอธิบดีด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้อง
กล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยเหตุปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย