พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๗๗] ป. ไม่พึงกล่าวว่า อนุสัยอย่างหนึ่ง ปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ปุถุชน ครั้นเมื่อจิตที่เป็นกุศลหรืออัพยากฤต เป็นไปอยู่พึงกล่าวว่า ผู้มี
อนุสัย หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พึงกล่าวว่า ผู้มีจิตอันปริยุฏฐานกลุ้มรุม หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น อนุสัยก็อย่างหนึ่ง ปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่งน่ะสิ
ส. ปุถุชน ครั้นเมื่อจิตที่เป็นกุศลหรืออัพยากฤต เป็นไปอยู่พึงกล่าวว่า
ผู้มีราคะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พึงกล่าวว่า มีจิตอันปริยุฏฐานกลุ้มรุม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ถ้าอย่างนั้น ราคะก็อย่างหนึ่ง ปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง น่ะสิ
อัญโญ อนุสโยติกถา จบ
--------------
ปริยุฏฐาน จิตตวิปปยุตตันติกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๗๘] สกวาที ปริยุฏฐานวิปปยุตจากจิต หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ปริยุฏฐาน วิปปยุตจากจิต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จิตมีราคะ จิตมีโทสะ จิตมีโมหะ ฯลฯ จิตเป็นอกุศล จิตเศร้าหมอง
ไม่มี หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. จิตมีราคะ จิตมีโทสะ จิตมีโมหะ ฯลฯ จิตเป็นอกุศล จิตเศร้าหมอง
มีอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า จิตมีราคะ จิตมีโทสะ จิตมีโมหะ ฯลฯ จิตเป็นอกุศล จิตเศร้า
หมอง มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ปริยุฏฐานวิปปยุตจากจิต ดังนี้
ปริยุฏฐาน จิตตวิปปยุตตันติกถา จบ
------------------
ปริยาปันนกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๗๙] สกวาที รูปราคะ นอนเนื่องอยู่ในรูปธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. รูปราคะ เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ เป็นธรรมแสวงหาอุปบัติ เป็นธรรม
เครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม สหรคต เกิดร่วม ระคน สัมปยุต
เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน มีอารมณ์เป็นอันเดียว
กัน กับจิตดวงแสวงหาสมาบัติ กับจิตดวงแสวงหาอุปบัติ กับจิตเป็น
เครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กามราคะ ไม่เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นธรรมแสวงหาอุปบัติ
ไม่เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม จะสหรคต เกิดร่วม ระคน
สัมปยุต เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน จะมีวัตถุเป็นอันเดียวกัน จะมีอารมณ์
เป็นอันเดียวกัน กับจิตดวงแสวงหาสมาบัติ ก็หามิได้ กับจิตดวงแสวง
หาอุปบัติ ก็หามิได้กับจิตเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ก็หามิได้
มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า กามราคะ ไม่เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นธรรมแสวงหา
อุปบัติ ไม่เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ฯลฯ จะมีอารมณ์
อันเดียวกัน ฯลฯ กับจิตเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ก็หามิได้ก็
ต้องไม่กล่าวว่า รูปราคะ นอนเนื่องอยู่ในรูปธาตุ นับเนื่องอยู่ในรูปธาตุ
ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๘๐] ส. รูปราคะ นอนเนื่องในรูปธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัททราคะ นอนเนื่องในสัททธาตุ นับเนื่องในสัททธาตุ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปราคะ นอนเนื่องในรูปธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. คันธราคะ ฯลฯ รสราคะ ฯลฯ โผฏฐัพพราคะ นอนเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ
นับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๘๑] ส. สัททราคะ นอนเนื่องในสัททธาตุ แต่ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในสัททธาตุ
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูปราคะ นอนเนื่องในรูปธาตุ แต่ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในรูปธาตุ
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. คันธราคะ ฯลฯ รสราคะ ฯลฯ โผฏฐัพพราคะ นอนเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ
แต่ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูปราคะ นอนเนื่องในรูปธาตุ แต่ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในรูปธาตุ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๘๒] ส. อรูปราคะ นอนเนื่องในอรูปธาตุ นับเนื่องในอรูปธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อรูปราคะ เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ เป็นธรรมแสวงหาอุปบัติ เป็นธรรม
เครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม สหรคต เกิดร่วม ระคน สัมปยุต
เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน มีอารมณ์เป็นอันเดียว
กัน กับจิตดวงแสวงหาสมาบัติ กับจิตดวงแสวงหาอุปบัติ กับจิตเป็น
เครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อรูปราคะ จะเป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ จะเป็นธรรมแสวงหาอุปบัติ
จะเป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ฯลฯ จะมีอารมณ์เป็นอันเดียว
กัน ฯลฯ กับจิตเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ก็หามิได้ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า อรูปราคะ ไม่เป็นธรรมแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นธรรมแสวงหา
อุปบัติ ฯลฯ จะมีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน ฯลฯ กับจิตเป็นเครื่องอยู่เป็น
สุขในทิฏฐธรรม ก็หามิได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า อรูปราคะ นอนเนื่องใน
อรูปธาตุนับเนื่องในอรูปธาตุ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๘๓] ส. อรูปราคะ นอนเนื่องในอรูปธาตุ นับเนื่องในอรูปธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัททราคะ นอนเนื่องในสัททธาตุ นับเนื่องในสัททธาตุ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อรูปราคะ นอนเนื่องในอรูปธาตุ นับเนื่องในอรูปธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. คันธราคะ ฯลฯ รสราคะ ฯลฯ โผฏฐัพพราคะ นอนเนื่องในโผฏฐัพพ
ธาตุ นับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๘๔] ส. สัททราคะ นอนเนื่องในสัททธาตุ แต่ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในสัทท
ธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อรูปราคะ นอนเนื่องในอรูปธาตุ แต่ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในอรูปธาตุ
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. คันธราคะ ฯลฯ รสราคะ ฯลฯ โผฏฐัพพราคะ นอนเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ
แต่ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อรูปราคะ นอนเนื่องในอรูปธาตุ แต่ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในอรูปธาตุ
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๘๕] ป. ไม่พึงกล่าวว่า รูปราคะนอนเนื่องในรูปธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุ อรูปราคะ
นอนเนื่องในอรูปธาตุ นับเนื่องในอรูปธาตุ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กามราคะนอนเนื่องในกามธาตุ นับเนื่องในกามธาตุ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า กามราคะนอนเนื่องในกามธาตุ นับเนื่องในกามธาตุด้วยเหตุนั้น
นะท่านต้องกล่าวว่า รูปราคะนอนเนื่องในรูปธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุ
อรูปราคะนอนเนื่องในอรูปธาตุ นับเนื่องในอรูปธาตุ
ปริยาปันนกถา จบ
-------------
อัพยากตกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๘๖] สกวาที ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เป็นวิบากอัพยากฤต เป็นกิริยาอัพยากฤต เป็นรูป เป็นนิพพาน เป็น
จักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผัสสะที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ทิฏฐิเป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ จิตที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ เป็น
อัพยากฤต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ