พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 371 (เล่ม 17)

๑๓๕๒. อุณหวลาหกทานูปการสูตร
ว่าด้วยความเป็นผู้อยู่ร่วมกับเทพพวกอุณหวลาหก
[๕๖๒๖๐๑] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
ภิกษุนั้น นั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้บุคคลบางคนในโลกนี้ หลังจาก
ตายแล้วจะเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับเทพพวกอุณหวลาหก จะเข้าถึงความเป็นผู้
อยู่ร่วมกับเทพพวกอัพภวลาหก จะเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับเทพพวกวาตวลาหก
จะเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับเทพพวกวัสสวลาหก”
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “ภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ประพฤติสุจริต
ทางกาย วาจา และใจ เขาได้ฟังมาว่า ‘เทพพวกวัสสวลาหก มีอายุยืน มีผิว
พรรณงาม มีความสุขมาก’ จึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า ‘ไฉนหนอ หลังจาก
ตายแล้วขอเราพึงเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับเทพพวกวัสสวลาหก’ จึงให้ข้าว ฯลฯ
ให้น้ำ … ให้ผ้า … ให้ยาน … ให้ดอกไม้ … ให้ของหอม … ให้เครื่องลูบไล้ …
ให้ที่นอน … ให้ที่พัก … ให้เครื่องประทีป หลังจากตายแล้วจึงเข้าถึงความเป็น
ผู้อยู่ร่วมกับเทพพวกวัสสวลาหก
ภิกษุ นี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้บุคคลบางคนในโลกนี้ หลังจากตายแล้วจะ
เข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับเทพพวกวัสสวลาหก”
อุณหวลาหกทานูปการสูตรที่ ๑๓๕๒ จบ
๕๓. สีตวลาหกสูตร
ว่าด้วยเทพพวกสีตวลาหก
[๖๐๒] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
ภิกษุนั้น นั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มีความหนาวในกาลบางคราว”

371
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 372 (เล่ม 17)

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “ภิกษุ เทพพวกสีตวลาหกมีอยู่ เมื่อใด เทพ
เหล่านั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘ทำอย่างไรหนอ พวกเราพึงยินดีด้วยความยินดีของ
ตนเอง’ เมื่อนั้น เพราะอาศัยความตั้งใจของเทพเหล่านั้น ความหนาวจึงมี
ภิกษุ นี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มีความหนาวในกาลบางคราว”
สีตวลาหกสูตรที่ ๕๓ จบ
๕๔. อุณหวลาหกสูตร
ว่าด้วยเทพพวกอุณหวลาหก
[๖๐๓] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
ภิกษุนั้น นั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มีความร้อนในกาลบางคราว”
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “ภิกษุ เทพพวกอุณหวลาหกมีอยู่ เมื่อใด
เทพเหล่านั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘ทำอย่างไรหนอ พวกเราพึงยินดีด้วยความยินดี
ของตนเอง’ เมื่อนั้น เพราะอาศัยความตั้งใจของเทพเหล่านั้น ความร้อนจึงมี
ภิกษุ นี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มีความร้อนในกาลบางคราว”
อุณหวลาหกสูตรที่ ๕๔ จบ
๕๕. อัพภวลาหกสูตร
ว่าด้วยเทพพวกอัพภวลาหก
[๖๐๔] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
ภิกษุนั้น นั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มีหมอกในกาลบางคราว”

372
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 373 (เล่ม 17)

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “ภิกษุ เทพพวกอัพภวลาหกมีอยู่ เมื่อใด
เทพเหล่านั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘ทำอย่างไรหนอ พวกเราพึงยินดีด้วยความยินดี
ของตนเอง’ เมื่อนั้น เพราะอาศัยความตั้งใจของเทพเหล่านั้น หมอกจึงมี
ภิกษุ นี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มีหมอกในกาลบางคราว”
อัพภวลาหกสูตรที่ ๕๕ จบ
๕๖. วาตวลาหกสูตร
ว่าด้วยเทพพวกวาตวลาหก
[๖๐๕] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
ภิกษุนั้น นั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มีลมในกาลบางคราว”
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “ภิกษุ เทพพวกวาตวลาหกมีอยู่ เมื่อใด เทพ
เหล่านั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘ทำอย่างไรหนอ พวกเราพึงยินดีด้วยความยินดีของ
ตนเอง’ เมื่อนั้น เพราะอาศัยความตั้งใจของเทพเหล่านั้น ลมจึงมี
ภิกษุ นี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มีลมในกาลบางคราว”
วาตวลาหกสูตรที่ ๕๖ จบ
๕๗. วัสสวลาหกสูตร
ว่าด้วยเทพพวกวัสสวลาหก
[๖๐๖] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
ภิกษุนั้น นั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มีฝนในกาลบางคราว”

373
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 374 (เล่ม 17)

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “ภิกษุ เทพพวกวัสสวลาหกมีอยู่ เมื่อใด เทพ
เหล่านั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘ทำอย่างไรหนอ พวกเราพึงยินดีด้วยความยินดีของตนเอง’
เมื่อนั้น เพราะอาศัยความตั้งใจของเทพเหล่านั้น ฝนจึงมี
ภิกษุ นี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มีฝนในกาลบางคราว”
วัสสวลาหกสูตรที่ ๕๗ จบ
วลาหกสังยุต จบ
รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ
๑. เทสนาสูตร ๒. สุจริตสูตร
๓๑๒. สีตวลาหกทานูปการสุตตทสกะ
๑๓๕๒. อุณหวลาหกทานูปการสูตร ๕๓. สีตวลาหกสูตร
๕๔. อุณหวลาหกสูตร ๕๕. อัพภวลาหกสูตร
๕๖. วาตวลาหกสูตร ๕๗. วัสสวลาหกสูตร

374
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 375 (เล่ม 17)

๑๒. วัจฉโคตตสังยุต
๑. รูปอัญญาณสูตร
ว่าด้วยความไม่รู้ในรูป
[๖๐๗] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ
อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ปริพาชกชื่อวัจฉโคตรเข้าไปเฝ้า
พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึก
ถึงกันแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า
“ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ทิฏฐิหลายอย่าง
เหล่านี้เกิดขึ้นในโลกว่า ‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง โลกมีที่สุดหรือโลกไม่มีที่สุด
ชีวะกับสรีระเป็นอย่างเดียวกันหรือชีวะกับสรีระเป็นคนละอย่างกัน หลังจากตายแล้ว
ตถาคตเกิดอีกหรือหลังจากตายแล้ว ตถาคตไม่เกิดอีก หลังจากตายแล้ว ตถาคต
เกิดอีกและไม่เกิดอีก หรือหลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิด
อีกก็มิใช่”
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “วัจฉะ เพราะความไม่รู้ในรูป เพราะความไม่รู้
ในเหตุเกิดแห่งรูป เพราะความไม่รู้ในความดับแห่งรูป เพราะความไม่รู้ในปฏิปทา
ที่ให้ถึงความดับแห่งรูป ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้จึงเกิดขึ้นในโลกว่า ‘โลกเที่ยงหรือ
โลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิด
อีกก็มิใช่’
วัจฉะ นี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้เกิดขึ้นในโลกว่า
‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่
จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่”
รูปอัญญาณสูตรที่ ๑ จบ

375
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 376 (เล่ม 17)

๒. เวทนาอัญญาณสูตร
ว่าด้วยความไม่รู้ในเวทนา
[๖๐๘] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
วัจฉโคตรปริพาชกนั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า
“ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้
เกิดขึ้นในโลกว่า ‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้วตถาคตจะ
ว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่”
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “วัจฉะ เพราะความไม่รู้ในเวทนา เพราะความ
ไม่รู้ในเหตุเกิดแห่งเวทนา เพราะความไม่รู้ในความดับแห่งเวทนา เพราะความไม่รู้
ในปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งเวทนา ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้จึงเกิดขึ้นในโลกว่า
‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่
จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’
วัจฉะ นี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้เกิดขึ้นในโลกว่า
‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่
จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่”
เวทนาอัญญาณสูตรที่ ๒ จบ
๓. สัญญาอัญญาณสูตร
ว่าด้วยความไม่รู้ในสัญญา
[๖๐๙] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
วัจฉโคตรปริพาชกนั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า
“ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้
เกิดขึ้นในโลกว่า ‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้วตถาคตจะ
ว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่”

376
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 377 (เล่ม 17)

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “วัจฉะ เพราะความไม่รู้ในสัญญา เพราะความ
ไม่รู้ในเหตุเกิดแห่งสัญญา เพราะความไม่รู้ในความดับแห่งสัญญา เพราะความไม่
รู้ในปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งสัญญา ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้จึงเกิดขึ้นในโลกว่า
‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่
จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’
วัจฉะ นี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้เกิดขึ้นในโลกว่า
‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่
จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่”
สัญญาอัญญาณสูตรที่ ๓ จบ
๔. สังขารอัญญาณสูตร
ว่าด้วยความไม่รู้ในสังขาร
[๖๑๐] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
วัจฉโคตรปริพาชกนั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า
“ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้
เกิดขึ้นในโลกว่า ‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้วตถาคตจะ
ว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่”
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “วัจฉะ เพราะความไม่รู้ในสังขาร เพราะความ
ไม่รู้ในเหตุเกิดแห่งสังขาร เพราะความไม่รู้ในความดับแห่งสังขาร เพราะความไม่รู้
ในปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งสังขาร ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้จึงเกิดขึ้นในโลกว่า
‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่
จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’
วัจฉะ นี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้เกิดขึ้นในโลกว่า
‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่
จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่”
สังขารอัญญาณสูตรที่ ๔ จบ

377
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 378 (เล่ม 17)

๕. วิญญาณอัญญาณสูตร
ว่าด้วยความไม่รู้ในวิญญาณ
[๖๑๑] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
วัจฉโคตรปริพาชกนั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า
“ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้
เกิดขึ้นในโลกว่า ‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้วตถาคตจะ
ว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่”
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “วัจฉะ เพราะความไม่รู้ในวิญญาณ เพราะ
ความไม่รู้ในเหตุเกิดแห่งวิญญาณ เพราะความไม่รู้ในความดับแห่งวิญญาณ เพราะ
ความไม่รู้ในปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งวิญญาณ ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้จึงเกิดขึ้น
ในโลกว่า ‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิด
อีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’
วัจฉะ นี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้เกิดขึ้นในโลกว่า
‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่
จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่”
วิญญาณอัญญาณสูตรที่ ๕ จบ
๖๑๐. รูปอทัสสนาทิสุตตปัญจกะ
ว่าด้วยพระสูตร ๕ สูตร มีรูปอทัสสนสูตรเป็นต้น
[๖๑๒๖๑๖] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
วัจฉโคตรปริพาชกนั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า
“ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้
เกิดขึ้นในโลกว่า ‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้วตถาคตจะ
ว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่”
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “วัจฉะ เพราะความไม่เห็นในรูป ฯลฯ เพราะ
ความไม่เห็นในปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งรูป ฯลฯ

378
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 379 (เล่ม 17)

เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
“วัจฉะ เพราะความไม่เห็นในเวทนา ฯลฯ
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
“วัจฉะ เพราะความไม่เห็นในสัญญา ฯลฯ
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
“วัจฉะ เพราะความไม่เห็นในสังขาร ฯลฯ
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
“วัจฉะ เพราะความไม่เห็นในวิญญาณ ฯลฯ เพราะความไม่เห็นในปฏิปทา
ที่ให้ถึงความดับแห่งวิญญาณ ฯลฯ
รูปอทัสสนาทิสุตตปัญจกะที่ ๖๑๐ จบ
๑๑๑๕. รูปอนภิสมยาทิสุตตปัญจกะ
ว่าด้วยพระสูตร ๕ สูตร มีรูปอนภิสมยสูตรเป็นต้น
[๖๑๗๖๒๑] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า “วัจฉะ เพราะความไม่รู้แจ้งในรูป ฯลฯ เพราะ
ความไม่รู้แจ้งในปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งรูป ฯลฯ
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
“วัจฉะ เพราะความไม่รู้แจ้งในเวทนา ฯลฯ
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
“วัจฉะ เพราะความไม่รู้แจ้งในสัญญา ฯลฯ
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
“วัจฉะ เพราะความไม่รู้แจ้งในสังขาร ฯลฯ
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
“วัจฉะ เพราะความไม่รู้แจ้งในวิญญาณ ฯลฯ
รูปอนภิสมยาทิสุตตปัญจกะที่ ๑๑๑๕ จบ

379
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 380 (เล่ม 17)

๑๖๒๐. รูปอนนุโพธาทิสุตตปัญจกะ
ว่าด้วยพระสูตร ๕ สูตร มีรูปอนนุโพธสูตรเป็นต้น
[๖๒๒๖๒๖] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
วัจฉโคตรปริพาชกนั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า
“ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัย ฯลฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “วัจฉะ เพราะความไม่รู้เท่าทันในรูป ฯลฯ
เพราะความไม่รู้เท่าทันในปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งรูป ฯลฯ
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
“วัจฉะ เพราะความไม่รู้เท่าทันในเวทนา ฯลฯ
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
“วัจฉะ เพราะความไม่รู้เท่าทันในสัญญา ฯลฯ
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
“วัจฉะ เพราะความไม่รู้เท่าทันในสังขาร ฯลฯ
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
“วัจฉะ เพราะความไม่รู้เท่าทันในวิญญาณ ฯลฯ เพราะความไม่รู้เท่าทันใน
ปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งวิญญาณ ฯลฯ
รูปอนนุโพธาทิสุตตปัญจกะที่ ๑๖๒๐ จบ
๒๑๒๕. รูปอัปปฏิเวธาทิสุตตปัญจกะ
ว่าด้วยพระสูตร ๕ สูตร มีรูปอัปปฏิเวธสูตรเป็นต้น
[๖๒๗๖๓๑] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
วัจฉโคตรปริพาชกทูลถามว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุ
เป็นปัจจัย ฯลฯ

380