พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค หน้าที่ 67 (เล่ม 15)

๖. ชราวรรค
หมวดว่าด้วยชรา
๑. ชราสูตร
ว่าด้วยชรา
[๕๑] เทวดาทูลถามว่า
อะไรเล่ายังประโยชน์ให้สำเร็จตราบเท่าชรา (ความแก่)
อะไรเล่าตั้งมั่นแล้วยังประโยชน์ให้สำเร็จ
อะไรเล่าเป็นรัตนะของคนทั้งหลาย
อะไรเล่าโจรลักไปไม่ได้
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
ศีลยังประโยชน์ให้สำเร็จตราบเท่าชรา
ศรัทธาตั้งมั่นแล้วยังประโยชน์ให้สำเร็จ
ปัญญาเป็นรัตนะของคนทั้งหลาย
บุญโจรลักไปไม่ได้
ชราสูตรที่ ๑ จบ
๒. อชรสาสูตร
ว่าด้วยสิ่งที่ไม่ชำรุด
[๕๒] เทวดาทูลถามว่า
อะไรเล่าที่ไม่ชำรุด๑ ยังประโยชน์ให้สำเร็จ
อะไรเล่าตั้งมั่นแล้วยังประโยชน์ให้สำเร็จ
อะไรเล่าเป็นรัตนะของคนทั้งหลาย
อะไรเล่าโจรลักไปไม่ได้
เชิงอรรถ :
๑ ไม่ชำรุด ในที่นี้หมายถึงไม่วิบัติ (สํ.ส.อ. ๑/๕๒/๙๐)

67
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค หน้าที่ 68 (เล่ม 15)

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
ศีลที่ไม่ชำรุดยังประโยชน์ให้สำเร็จ
ศรัทธาตั้งมั่นแล้วยังประโยชน์ให้สำเร็จ
ปัญญาเป็นรัตนะของคนทั้งหลาย
บุญโจรลักไปไม่ได้
อชรสาสูตรที่ ๒ จบ
๓. มิตตสูตร
ว่าด้วยมิตร
[๕๓] เทวดาทูลถามว่า
อะไรเล่าเป็นมิตรของคนเดินทาง
อะไรเล่าเป็นมิตรในเรือนของตน
อะไรเล่าเป็นมิตรของคนผู้มีประโยชน์๑ เกิดขึ้น
อะไรเล่าเป็นมิตรติดตามตนไปถึงภพหน้า
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
พวกหมู่เกวียนเป็นมิตรของคนเดินทาง
มารดาเป็นมิตรในเรือนของตน
สหายเป็นมิตรของคนผู้มีประโยชน์เกิดขึ้นเนืองๆ
บุญที่ตนเองทำไว้แล้วเป็นมิตรติดตามตนไปถึงภพหน้า
มิตตสูตรที่ ๓ จบ
เชิงอรรถ :
๑ ประโยชน์ ในที่นี้หมายถึงกิจ (สํ.ส.อ. ๑/๕๓/๙๐)

68
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค หน้าที่ 69 (เล่ม 15)

๔. วัตถุสูตร
ว่าด้วยที่พึ่ง
[๕๔] เทวดาทูลถามว่า
อะไรเล่าเป็นที่พึ่งของมนุษย์ทั้งหลาย
อะไรเล่าเป็นเพื่อนที่ยอดเยี่ยมในโลกนี้
หมู่สัตว์ที่มีชีวิตอยู่บนพื้นดินอาศัยอะไรเล่าเลี้ยงชีพ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
บุตรเป็นที่พึ่งของมนุษย์ทั้งหลาย
ภรรยาเป็นเพื่อนที่ยอดเยี่ยมในโลกนี้
หมู่สัตว์ที่มีชีวิตอยู่บนพื้นดินอาศัยฝนเลี้ยงชีพ
วัตถุสูตรที่ ๔ จบ
๕. ปฐมชนสูตร
ว่าด้วยสิ่งที่ทำคนให้เกิด สูตรที่ ๑
[๕๕] เทวดาทูลถามว่า
อะไรเล่าทำคนให้เกิด
อะไรเล่าของคนนั้นย่อมพล่านไป
อะไรเล่าเวียนว่ายในสงสาร
อะไรเล่าเป็นภัยใหญ่ของคนนั้น
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
ตัณหาทำคนให้เกิด
จิตของคนนั้นย่อมพล่านไป
สัตว์เวียนว่ายในสงสาร
ทุกข์เป็นภัยใหญ่ของคนนั้น
ปฐมชนสูตรที่ ๕ จบ

69
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค หน้าที่ 70 (เล่ม 15)

๖. ทุติยชนสูตร
ว่าด้วยสิ่งที่ทำคนให้เกิด สูตรที่ ๒
[๕๖] เทวดาทูลถามว่า
อะไรเล่าทำคนให้เกิด
อะไรเล่าของคนนั้นย่อมพล่านไป
อะไรเล่าเวียนว่ายในสงสาร
สัตว์ย่อมไม่หลุดพ้นจากอะไร
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
ตัณหาทำคนให้เกิด
จิตของคนนั้นย่อมพล่านไป
สัตว์เวียนว่ายในสงสาร
สัตว์ย่อมไม่หลุดพ้นจากทุกข์
ทุติยชนสูตรที่ ๖ จบ
๗. ตติยชนสูตร
ว่าด้วยสิ่งที่ทำคนให้เกิด สูตรที่ ๓
[๕๗] เทวดาทูลถามว่า
อะไรเล่าทำคนให้เกิด
อะไรเล่าของคนนั้นย่อมพล่านไป
อะไรเล่าเวียนว่ายในสงสาร
อะไรเล่าเป็นที่ไปในเบื้องหน้าของคนนั้น
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
ตัณหาทำคนให้เกิด
จิตของคนนั้นย่อมพล่านไป
สัตว์เวียนว่ายในสงสาร
กรรมเป็นที่ไปในเบื้องหน้าของคนนั้น
ตติยชนสูตรที่ ๗ จบ

70
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค หน้าที่ 71 (เล่ม 15)

๘. อุปปถสูตร
ว่าด้วยทางผิด
[๕๘] เทวดาทูลถามว่า
อะไรเล่าบัณฑิตกล่าวว่า เป็นทางผิด
อะไรเล่าสิ้นไปตามคืนและวัน
อะไรเล่าเป็นมลทินของพรหมจรรย์
อะไรเล่ามิใช่น้ำ แต่เป็นเครื่องชำระล้าง
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
ราคะบัณฑิตกล่าวว่า เป็นทางผิด
วัยสิ้นไปตามคืนและวัน
หญิงเป็นมลทินของพรหมจรรย์ หมู่สัตว์นี้ข้องอยู่ในหญิงนั่น
ตบะและพรหมจรรย์นั้นมิใช่น้ำ แต่เป็นเครื่องชำระล้าง
อุปปถสูตรที่ ๘ จบ
๙. ทุติยสูตร
ว่าด้วยเพื่อน
[๕๙] เทวดาทูลถามว่า
อะไรเล่าเป็นเพื่อนของบุรุษ
อะไรเล่าย่อมปกครองบุรุษนั้น
และสัตว์ยินดีในอะไร จึงพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
ศรัทธาเป็นเพื่อนของบุรุษ
ปัญญาย่อมปกครองบุรุษนั้น
สัตว์ยินดีในนิพพาน จึงพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้
ทุติยสูตรที่ ๙ จบ

71
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค หน้าที่ 72 (เล่ม 15)

๑๐. กวิสูตร
ว่าด้วยกวี
[๖๐] เทวดาทูลถามว่า
อะไรเล่าเป็นต้นเหตุของคาถา
อะไรเล่าเป็นเครื่องปรากฏของคาถาเหล่านั้น
คาถาอาศัยอะไรเล่า อะไรเล่าเป็นที่อาศัยของคาถา
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
ฉันท์เป็นต้นเหตุของคาถา
อักขระเป็นเครื่องปรากฏของคาถาเหล่านั้น
คาถาอาศัยชื่อ กวีเป็นที่อาศัยของคาถา
กวิสูตรที่ ๑๐ จบ
ชราวรรคที่ ๖ จบ
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ชราสูตร ๒. อชรสาสูตร
๓. มิตตสูตร ๔. วัตถุสูตร
๕. ปฐมชนสูตร ๖. ทุติยชนสูตร
๗. ตติยชนสูตร ๘. อุปปถสูตร
๙. ทุติยสูตร ๑๐. กวิสูตร

72
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค หน้าที่ 73 (เล่ม 15)

๗. อัทธวรรค
หมวดว่าด้วยสิ่งครอบงำ
๑. นามสูตร
ว่าด้วยชื่อ
[๖๑] เทวดาทูลถามว่า
อะไรเล่าครอบงำสิ่งทั้งปวง
อะไรเล่าไม่มีสิ่งทั้งปวงยิ่งกว่า
อะไรเล่าเป็นธรรมอย่างหนึ่งที่สิ่งทั้งปวงตกอยู่ในอำนาจ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
ชื่อครอบงำสิ่งทั้งปวง
ชื่อไม่มีสิ่งทั้งปวงยิ่งกว่า
ชื่อเป็นธรรมอย่างหนึ่งที่สิ่งทั้งปวงตกอยู่ในอำนาจ
นามสูตรที่ ๑ จบ
๒. จิตตสูตร
ว่าด้วยจิต
[๖๒] เทวดาทูลถามว่า
โลก๑ ถูกอะไรนำไป ถูกอะไรผลักไสไป
อะไรเล่าเป็นธรรมอย่างหนึ่งที่โลกทั้งหมดตกอยู่ในอำนาจ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
โลกถูกจิตนำไป ถูกจิตผลักไสไป
จิตเป็นธรรมอย่างหนึ่งที่โลกทั้งหมดตกอยู่ในอำนาจ
จิตตสูตรที่ ๒ จบ
เชิงอรรถ :
๑ โลก ในสูตรนี้และสูตรต่อๆ ไปในวรรคนี้หมายถึงสัตว์โลก

73
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค หน้าที่ 74 (เล่ม 15)

๓. ตัณหาสูตร
ว่าด้วยตัณหา
[๖๓] เทวดาทูลถามว่า
โลกถูกอะไรนำไป ถูกอะไรผลักไสไป
อะไรเล่าเป็นธรรมอย่างหนึ่งที่โลกทั้งหมดตกอยู่ในอำนาจ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
โลกถูกตัณหานำไป ถูกตัณหาผลักไสไป
ตัณหาเป็นธรรมอย่างหนึ่งที่โลกทั้งหมดตกอยู่ในอำนาจ
ตัณหาสูตรที่ ๓ จบ
๔. สัญโญชนสูตร
ว่าด้วยเครื่องประกอบไว้
[๖๔] เทวดาทูลถามว่า
โลกมีอะไรเล่าเป็นเครื่องประกอบไว้
อะไรเล่าเป็นเหตุเที่ยวไปของโลกนั้น
เพราะละอะไรได้เล่า พระองค์จึงตรัสว่า นิพพาน
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องประกอบไว้
วิตกเป็นเหตุเที่ยวไปของโลกนั้น
เพราะละตัณหาได้ เราจึงกล่าวว่า นิพพาน
สัญโญชนสูตรที่ ๔ จบ

74
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค หน้าที่ 75 (เล่ม 15)

๕. พันธนสูตร
ว่าด้วยเครื่องผูก
[๖๕] เทวดาทูลถามว่า
โลกมีอะไรเล่าเป็นเครื่องผูกไว้
อะไรเล่าเป็นเหตุเที่ยวไปของโลกนั้น
เพราะละอะไรได้เล่า จึงตัดเครื่องผูกได้หมด
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องผูกไว้
วิตกเป็นเหตุเที่ยวไปของโลกนั้น
เพราะละตัณหาได้ จึงตัดเครื่องผูกได้หมด
พันธนสูตรที่ ๕ จบ
๖. อัพภาหตสูตร
ว่าด้วยสิ่งที่ถูกกำจัด
[๖๖] เทวดาทูลถามว่า
โลกถูกอะไรเล่ากำจัด ถูกอะไรเล่าล้อมไว้
ถูกลูกศรคืออะไรเล่าเสียบไว้
ถูกอะไรเล่าเผาให้ร้อนตลอดกาลทุกเมื่อ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
โลกถูกมัจจุกำจัด ถูกชราล้อมไว้
ถูกลูกศรคือตัณหาเสียบไว้
ถูกความอยากเผาให้ร้อนตลอดกาลทุกเมื่อ
อัพภาหตสูตรที่ ๖ จบ

75
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค หน้าที่ 76 (เล่ม 15)

๗. อุฑฑิตสูตร
ว่าด้วยสิ่งที่ถูกดัก
[๖๗] เทวดาทูลถามว่า
โลกถูกอะไรเล่าดักไว้ ถูกอะไรเล่าล้อมไว้
ถูกอะไรเล่าปิดไว้ ตั้งอยู่ในอะไรเล่า
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
โลกถูกตัณหาดักไว้ ถูกชราล้อมไว้
ถูกมัจจุปิดไว้ ตั้งอยู่ในความทุกข์
อุฑฑิตสูตรที่ ๗ จบ
๘. ปิหิตสูตร
ว่าด้วยสิ่งที่ถูกปิดไว้
[๖๘] เทวดาทูลถามว่า
โลกถูกอะไรเล่าปิดไว้ ตั้งอยู่ในอะไรเล่า
ถูกอะไรเล่าดักไว้ ถูกอะไรเล่าล้อมไว้
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
โลกถูกมัจจุปิดไว้ ตั้งอยู่ในความทุกข์
ถูกตัณหาดักไว้ ถูกชราล้อมไว้
ปิหิตสูตรที่ ๘ จบ

76