พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค หน้าที่ 253 (เล่ม 11)


๑. อหิริกะ (ความไม่อายบาป)
๒. อโนตตัปปะ (ความไม่กลัวบาป)๑

๑. หิริ (ความอายบาป)
๒. โอตตัปปะ (ความกลัวบาป)๒

๑. โทวจัสสตา (ความเป็นผู้ว่ายาก)
๒. ปาปมิตตตา (ความมีปาปมิตร)๓

๑. โสวจัสสตา (ความเป็นผู้ว่าง่าย)
๒. กัลยาณมิตตตา (ความมีกัลยาณมิตร)๔

๑. อาปัตติกุสลตา (ความเป็นผู้ฉลาดในอาบัติ)
๒. อาปัตติวุฏฐานกุสลตา (ความเป็นผู้ฉลาดในการออกจากอาบัติ)๕
เชิงอรรถ :
๑ ดูเทียบ อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๙๐๐/๕๖๓
๒ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๙๔/๑๐๘
๓ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๙๕/๑๐๘, อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๙๐๑/๕๖๔
๔ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๙๖/๑๐๘
๕ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๙๘/๑๐๙

253
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค หน้าที่ 254 (เล่ม 11)


๑. สมาปัตติกุสลตา (ความเป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาบัติ)
๒. สมาปัตติวุฏฐานกุสลตา (ความเป็นผู้ฉลาดในการออกจากสมาบัติ)
๑๐
๑. ธาตุกุสลตา (ความเป็นผู้ฉลาดในธาตุ)
๒. มนสิการกุสลตา (ความเป็นผู้ฉลาดในมนสิการ)๑
๑๑
๑. อายตนกุสลตา (ความเป็นผู้ฉลาดในอายตนะ)
๒. ปฏิจจสมุปปาทกุสลตา (ความเป็นผู้ฉลาดในปฏิจจสมุปบาท)
๑๒
๑. ฐานกุสลตา (ความเป็นผู้ฉลาดในฐานะ)
๒. อัฏฐานกุสลตา (ความเป็นผู้ฉลาดในอัฏฐานะ)
๑๓
๑. อาชชวะ (ความซื่อตรง)
๒. ลัชชวะ (ความละอาย)๒
๑๔
๑. ขันติ (ความอดทน)
๒. โสรัจจะ (ความเสงี่ยม)๓
เชิงอรรถ :
๑ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๙๗/๑๐๙
๒ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๑๖๕/๑๒๖
๓ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๑๖๖/๑๒๖

254
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค หน้าที่ 255 (เล่ม 11)

๑๕
๑. สาขัลยะ (ความมีวาจาอ่อนหวาน)
๒. ปฏิสันถาร (การต้อนรับ)๑
๑๖
๑. อวิหิงสา (ความไม่เบียดเบียน)
๒. โสเจยยะ (ความสะอาด)๒
๑๗
๑. มุฏฐสัจจะ (ความหลงลืมสติ)
๒. อสัมปชัญญะ (ความไม่รู้ตัว)๓
๑๘
๑. สติ (ความระลึกได้)
๒. สัมปชัญญะ (ความรู้ตัว)๔
๑๙
๑. อินทริเยสุ อคุตตทวารตา (ความไม่คุ้มครองทวารในอินทรีย์)
๒. โภชเน อมัตตัญญุตา (ความไม่รู้จักประมาณในการบริโภค)๕
เชิงอรรถ :
๑ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๑๖๗/๑๒๖
๒ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๑๖๘/๑๒๖
๓ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๑๗๙/๑๒๙
๔ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๑๘๐/๑๒๙
๕ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๑๖๙/๑๒๗

255
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค หน้าที่ 256 (เล่ม 11)

๒๐
๑. อินทริเยสุ คุตตทวารตา (ความคุ้มครองทวารในอินทรีย์)
๒. โภชเน มัตตัญญุตา (ความรู้จักประมาณในการบริโภค)๑
๒๑
๑. ปฏิสังขานพละ (กำลังคือการพิจารณา)
๒. ภาวนาพละ (กำลังคือการเจริญ)๒
๒๒
๑. สติพละ (กำลังคือสติ)
๒. สมาธิพละ (กำลังคือสมาธิ)๓
๒๓
๑. สมถะ (การฝึกจิตให้สงบเป็นสมาธิ)
๒. วิปัสสนา (ความเห็นแจ้ง)๔
๒๔
๑. สมถนิมิต (นิมิตแห่งสมถะ)
๒. ปัคคหนิมิต (นิมิตแห่งความเพียร)
เชิงอรรถ :
๑ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๑๗๐/๑๒๗
๒ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๑๗๑/๑๒๗
๓ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๑๗๒/๑๒๗
๔ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๑๗๓/๑๒๗

256
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค หน้าที่ 257 (เล่ม 11)

๒๕
๑. ปัคคหะ (ความเพียร)
๒. อวิกเขปะ (ความไม่ฟุ้งซ่าน)
๒๖
๑. สีลวิบัติ (ความวิบัติแห่งศีล)
๒. ทิฏฐิวิบัติ (ความวิบัติแห่งทิฏฐิ)๑
๒๗
๑. สีลสัมปทา (ความถึงพร้อมแห่งศีล)
๒. ทิฏฐิสัมปทา (ความถึงพร้อมแห่งทิฏฐิ)๒
๒๘
๑. สีลวิสุทธิ (ความหมดจดแห่งศีล)
๒. ทิฏฐิวิสุทธิ (ความหมดจดแห่งทิฏฐิ)๓
๒๙
๑. ทิฏฐิวิสุทธิ (ความหมดจดแห่งทิฏฐิ)
๒. ยถาทิฏฐิปธานะ (ความเพียรที่สมควรแก่สัมมาทิฏฐิ)๔
เชิงอรรถ :
๑ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๑๗๔/๑๒๘
๒ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๑๗๕/๑๒๘
๓ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๑๗๖/๑๒๘
๔ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๑๗๗/๑๒๘

257
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค หน้าที่ 258 (เล่ม 11)

๓๐
๑. สังเวชนีเยสุ ฐาเนสุ สังเวคะ (ความสลดใจในที่ที่ควรสลดใจ)
๒. สังวิคคัสสะ โยนิโส ปธานะ (ความเพียรโดยแยบคายของผู้มีความสลดใจ)
๓๑
๑. กุสเลสุ ธัมเมสุ อสันตุฏฐิตา (ความไม่สันโดษในกุศลธรรมทั้งหลาย)
๒. ปธานัสมิง อัปปฏิวานิตา (ความไม่ท้อถอยในการบำเพ็ญเพียร)๑
๓๒
๑. วิชชา (ความรู้แจ้ง)
๒. วิมุตติ (ความหลุดพ้น)๒
๓๓
๑. ขยญาณ (ความรู้ในการสิ้นกิเลส)
๒. อนุปปาทญาณ (ความรู้ในการไม่เกิดกิเลส)
ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย นี้แล คือธรรมหมวดละ ๒ ประการ ที่พระผู้มีพระภาค
ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ตรัสไว้โดยชอบแล้ว
พวกเราทั้งหมดนี้แหละพึงสังคายนา ไม่พึงวิวาทกันในธรรมนั้น เพื่อให้พรหมจรรย์นี้
ตั้งอยู่ได้นาน ดำรงอยู่ได้นาน ข้อนั้นพึงเป็นไปเพื่อเกื้อกูลแก่คนหมู่มาก เพื่อสุขแก่
คนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่เทวดา
และมนุษย์ทั้งหลาย
สังคีติหมวด ๒ จบ
เชิงอรรถ :
๑ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๕/๖๑, ๑๗๘/๑๒๙
๒ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๙๑/๑๐๗

258
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค หน้าที่ 259 (เล่ม 11)

สังคีติหมวด ๓
[๓๐๕] ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ธรรมหมวดละ ๓ ประการ ที่พระผู้มีพระภาค
ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ตรัสไว้โดยชอบแล้ว
มีอยู่ พวกเราทั้งหมดนี้แหละพึงสังคายนา ไม่พึงวิวาทกันในธรรมนั้น ฯลฯ เพื่อ
ประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
ธรรมหมวดละ ๓ ประการ คืออะไร
คือ

อกุศลมูล๑ ๓
๑. อกุศลมูลคือโลภะ (ความอยากได้)
๒. อกุศลมูลคือโทสะ (ความคิดประทุษร้าย)
๓. อกุศลมูลคือโมหะ (ความหลง)

กุศลมูล๒ ๓
๑. กุศลมูลคืออโลภะ (ความไม่อยากได้)
๒. กุศลมูลคืออโทสะ (ความไม่คิดประทุษร้าย)
๓. กุศลมูลคืออโมหะ (ความไม่หลง)
เชิงอรรถ :
๑ ดูเทียบ องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๗๐/๒๗๕
๒ ดูเทียบ องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๗๐/๒๗๗

259
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค หน้าที่ 260 (เล่ม 11)


ทุจริต๑ ๓
๑. กายทุจริต (ความประพฤติชั่วด้วยกาย)๒
๒. วจีทุจริต (ความประพฤติชั่วด้วยวาจา)
๓. มโนทุจริต (ความประพฤติชั่วด้วยใจ)

สุจริต๓ ๓
๑. กายสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยกาย)
๒. วจีสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยวาจา)
๓. มโนสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยใจ)

อกุศลวิตก๔ ๓
๑. กามวิตก (ความตรึกในทางกาม)
๒. พยาบาทวิตก (ความตรึกในทางพยาบาท)
๓. วิหิงสาวิตก (ความตรึกในทางเบียดเบียน)
เชิงอรรถ :
๑ ดูเทียบ องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๒/๑๔๐
๒ อีกนัยหนึ่งแปลว่า ความประพฤติชั่วที่เป็นไปทางกาย หรือความประพฤติชั่วทางกายก็ได้
(ที.ปา.อ. ๓๐๕/๑๗๙)
๓ ดูเทียบ องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๒/๑๔๑
๔ ดูเทียบ องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๑๒๕/๓๗๒

260
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค หน้าที่ 261 (เล่ม 11)


กุศลวิตก๑ ๓
๑. เนกขัมมวิตก (ความตรึกปลอดจากกาม)
๒. อพยาบาทวิตก (ความตรึกปลอดจากพยาบาท)
๓. อวิหิงสาวิตก (ความตรึกปลอดจากการเบียดเบียน)

อกุศลสังกัปปะ ๓
๑. กามสังกัปปะ (ความดำริในทางกาม)
๒. พยาปาทสังกัปปะ (ความดำริในทางพยาบาท)
๓. วิหิงสาสังกัปปะ (ความดำริในทางเบียดเบียน)

กุศลสังกัปปะ๒ ๓
๑. เนกขัมมสังกัปปะ (ความดำริปลอดจากกาม)
๒. อพยาปาทสังกัปปะ (ความดำริปลอดจากพยาบาท)
๓. อวิหิงสาสังกัปปะ (ความดำริปลอดจากการเบียดเบียน)

อกุศลสัญญา ๓
๑. กามสัญญา (ความกำหนดหมายในทางกาม)
๒. พยาปาทสัญญา (ความกำหนดหมายในทางพยาบาท)
๓. วิหิงสาสัญญา (ความกำหนดหมายในทางเบียดเบียน)
เชิงอรรถ :
๑ ดูเทียบ องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๑๒๕/๓๗๒
๒ ดูเทียบ ที.ม. (แปล) ๑๐/๔๐๒/๓๓๕

261
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค หน้าที่ 262 (เล่ม 11)

๑๐
กุศลสัญญา ๓
๑. เนกขัมมสัญญา (ความกำหนดหมายปลอดจากกาม)
๒. อพยาปาทสัญญา (ความกำหนดหมายปลอดจากพยาบาท)
๓. อวิหิงสาสัญญา (ความกำหนดหมายปลอดจากการเบียดเบียน)
๑๑
อกุศลธาตุ ๓
๑. กามธาตุ (ธาตุคือกาม)
๒. พยาปาทธาตุ (ธาตุคือพยาบาท)
๓. วิหิงสาธาตุ (ธาตุคือวิหิงสา)
๑๒
กุศลธาตุ ๓
๑. เนกขัมมธาตุ (ธาตุคือเนกขัมมะ)
๒. อพยาปาทธาตุ (ธาตุคืออพยาบาท)
๓. อวิหิงสาธาตุ (ธาตุคืออวิหิงสา)
๑๓
ธาตุ ๓ อีกนัยหนึ่ง
๑. กามธาตุ (ธาตุคือกามภพ)
๒. รูปธาตุ (ธาตุคือรูปภพ)
๓. อรูปธาตุ (ธาตุคืออรูปภพ)

262