พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 673 (เล่ม 8)

ทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา (๕) เกิดทางวาจากับจิต มิใช่เกิดทางกาย
(๖) เกิดทางกายวาจากับจิต
สิกขาบทที่ ๖
ถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ให้สร้างกุฎีด้วยการขอเอาเอง เกิดด้วยสมุฏฐาน
เท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ให้สร้างกุฎีด้วยการขอเอาเอง เกิดด้วยสมุฏฐาน
๖ สมุฏฐาน ฯลฯ
สิกขาบทที่ ๗
ถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ให้สร้างวิหารใหญ่ เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ให้สร้างวิหารใหญ่ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ สมุฏฐาน
ฯลฯ
สิกขาบทที่ ๘
ถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ใส่ความภิกษุด้วยอาบัติปาราชิกที่ไม่มีมูล เกิด
ด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ใส่ความภิกษุด้วยอาบัติปาราชิกที่ไม่มีมูล เกิด
ด้วยสมุฏฐาน ๓ สมุฏฐาน ฯลฯ
สิกขาบทที่ ๙
ถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้อ้างเอาบางส่วนแห่งอธิกรณ์เรื่องอื่นเป็นเลศใส่
ความภิกษุด้วยอาบัติปาราชิก เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้อ้างเอาบางส่วนแห่งอธิกรณ์เรื่องอื่นเป็นเลศ
แล้วใส่ความภิกษุด้วยอาบัติปาราชิก เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ สมุฏฐาน ฯลฯ
สิกขาบทที่ ๑๐
ถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ไม่ยอมสละกรรม กระทั่งสงฆ์สวด
สมนุภาสน์ ครบ ๓ ครั้งเกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร

673
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 674 (เล่ม 8)

ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ไม่ยอมสละกรรม กระทั่งสงฆ์สวด
สมนุภาสน์ ครบ ๓ ครั้ง เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐาน คือ เกิดทางกายวาจา
กับจิต
สิกขาบทที่ ๑๑
ถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ไม่ยอมสละกรรม
กระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ไม่ยอมสละกรรม
กระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐาน คือ เกิด
ทางกายวาจากับจิต
สิกขาบทที่ ๑๒
ถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ว่ายาก ไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่งสงฆ์สวด
สมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ว่ายาก ไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่งสงฆ์สวด
สมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐาน คือ เกิดทางกายวาจากับจิต
สิกขาบทที่ ๑๓
ถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ประทุษร้ายสกุล ไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่ง
สงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ประทุษร้ายสกุล ไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่ง
สงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐาน คือ เกิดทางกาย
วาจากับจิต
สังฆาทิเสส ๑๓ สิกขาบท จบ

674
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 675 (เล่ม 8)

เสขิยวัตร
ฯลฯ
สิกขาบทที่ ๑๕
[๔๗๒] ถาม : ทุกกฏของภิกษุผู้อาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ
หรือบ้วนน้ำลายลงในน้ำ เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : ทุกกฏของภิกษุผู้อาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ หรือ
บ้วนน้ำลายลงในน้ำ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐาน คือ เกิดทางกายกับจิต
มิใช่เกิดทางวาจา
เสขิยวัตร จบ
๓. ปาราชิกาทิ
ว่าด้วยอาบัติปาราชิก เป็นต้น
ปาราชิก ๔
[๔๗๓] ถาม : ปาราชิก ๔ สิกขาบท เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : ปาราชิก ๔ สิกขาบท เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ สมุฏฐาน คือ (๑) เกิด
ทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา (๒) เกิดทางวาจากับจิต มิใช่เกิดทางกาย
(๓) เกิดทางกายวาจากับจิต
สังฆาทิเสส ๑๓
ถาม : สังฆาทิเสส ๑๓ สิกขาบท เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสส ๑๓ สิกขาบท เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ สมุฏฐาน คือ
(๑) เกิดทางกาย มิใช่เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทางจิต (๒) เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทาง
กาย มิใช่เกิดทางจิต (๓) เกิดทางกายกับวาจา มิใช่เกิดทางจิต (๔) เกิดทางกาย
กับจิต มิใช่เกิดทางวาจา (๕) เกิดทางวาจากับจิต มิใช่เกิดทางกาย (๖) เกิดทางกาย
วาจากับจิต

675
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 676 (เล่ม 8)

อนิยต ๒
ถาม : อนิยต ๒ สิกขาบท เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : อนิยต ๒ สิกขาบท เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ สมุฏฐาน คือ (๑) เกิดทาง
กายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา (๒) เกิดทางวาจากับจิต มิใช่เกิดทางกาย (๓) เกิด
ทางกายวาจากับจิต
นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐
ถาม : นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ สิกขาบท เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ สิกขาบท เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ สมุฏฐาน คือ
(๑) เกิดทางกาย มิใช่เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทางจิต (๒) เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทาง
กาย มิใช่เกิดทางจิต (๓) เกิดทางกายกับวาจา มิใช่เกิดทางจิต (๔) เกิดทาง
กายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา (๕) เกิดทางวาจากับจิต มิใช่เกิดทางกาย (๖) เกิด
ทางกายวาจากับจิต
ปาจิตตีย์ ๙๒
ถาม : ปาจิตตีย์ ๙๒ สิกขาบท เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : ปาจิตตีย์ ๙๒ สิกขาบท เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ สมุฏฐาน คือ
(๑) เกิดทางกาย มิใช่เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทางจิต (๒) เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทาง
กาย มิใช่เกิดทางจิต (๓) เกิดทางกายกับวาจา มิใช่เกิดทางจิต (๔) เกิดทาง
กายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา (๕) เกิดทางวาจากับจิต มิใช่เกิดทางกาย (๖) เกิด
ทางกายวาจากับจิต
ปาฏิเทสนียะ ๔
ถาม : ปาฏิเทสนียะ ๔ สิกขาบท เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : ปาฏิเทสนียะ ๔ สิกขาบท เกิดด้วยสมุฏฐาน ๔ สมุฏฐาน คือ
(๑) เกิดทางกาย มิใช่เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทางจิต (๒) เกิดทางกายกับวาจา มิใช่
เกิดทางจิต (๓) เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา (๔) เกิดทางกายวาจากับจิต

676
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 677 (เล่ม 8)

เสขิยะ ๗๕
ถาม : เสขิยะ ๗๕ สิกขาบท เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : เสขิยะ ๗๕ สิกขาบท เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ สมุฏฐาน คือ (๑) เกิด
ทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา (๒) เกิดทางวาจากับจิต มิใช่เกิดทางกาย
(๓) เกิดทางกายวาจากับจิต
สมุฏฐาน จบ
หัวข้อประจำเรื่อง
ภิกษุไม่จงใจ มีจิตเป็นกุศล สมุฏฐานทุกสิกขาบท
ขอท่านทั้งหลาย จงเข้าใจสมุฏฐานโดยรู้ตามธรรมเทอญ

677
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 678 (เล่ม 8)

ทุติยคาถาสังคณิกะ
ว่าด้วยกลุ่มคาถา กลุ่มที่ ๒
๑. กายิกาทิอาปัตติ
ว่าด้วยอาบัติทางกาย เป็นต้น
[๔๗๔] ถาม : อาบัติทางกายจัดไว้เท่าไร ทางวาจาจัดไว้เท่าไร
เมื่อปกปิดต้องอาบัติเท่าไร อาบัติที่มีการเคล้าคลึงเป็นปัจจัยมีเท่าไร
ตอบ : อาบัติทางกายจัดไว้ ๖ ทางวาจาจัดไว้ ๖
เมื่อปกปิดต้องอาบัติ ๓ อย่าง อาบัติที่มีการเคล้าคลึง
เป็นปัจจัยมี ๕
ต้องอาบัติเมื่ออรุณขึ้น เป็นต้น
ถาม : ต้องอาบัติเมื่ออรุณขึ้นมีเท่าไร อาบัติชื่อยาวตติยกา
มีเท่าไร อาบัติชื่ออัฏฐวัตถุกาในศาสนานี้มีเท่าไร
จัดสิกขาบทและปาติโมกขุทเทสทั้งมวล เข้าในอุทเทสเท่าไร
ตอบ : ต้องอาบัติเมื่ออรุณขึ้นมี ๓ อาบัติชื่อยาวตติยกามี ๒
อาบัติชื่ออัฏฐวัตถุกาในศาสนานี้มี ๑
จัดสิกขาบทและปาติโมกขุทเทสทั้งมวลเข้าในนิทานุทเทสอย่างเดียว
มูลแห่งพระวินัย เป็นต้น
ถาม : มูลแห่งพระวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้มีเท่าไร
อาบัติหนักในฝ่ายพระวินัยที่ตรัสไว้มีเท่าไร
อาบัติเพราะปิดโทษชั่วหยาบมีเท่าไร
ตอบ : มูลแห่งพระวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้มี ๒
อาบัติหนักในฝ่ายพระวินัยที่ตรัสไว้มี ๒
อาบัติเพราะปิดโทษชั่วหยาบมี ๒

678
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 679 (เล่ม 8)

ต้องอาบัติในละแวกบ้าน เป็นต้น
ถาม : อาบัติในละแวกบ้านมีเท่าไร
อาบัติมีฝั่งนทีเป็นปัจจัยมีเท่าไร ต้องอาบัติถุลลัจจัย
เพราะเนื้อกี่ชนิด ต้องอาบัติทุกกฏเพราะเนื้อกี่ชนิด
ตอบ : อาบัติในละแวกบ้านมี ๔ อาบัติมีฝั่งนทีเป็นปัจจัยมี ๔
ต้องอาบัติถุลลัจจัยเพราะเนื้อชนิดเดียว
ต้องอาบัติทุกกฏเพราะเนื้อ ๙ ชนิด
ต้องอาบัติทางวาจาในกลางคืน เป็นต้น
ถาม : อาบัติทางวาจาในกลางคืนมีเท่าไร อาบัติทางวาจา
ในกลางวันมีเท่าไร เมื่อให้ต้องอาบัติเท่าไร เมื่อรับต้องอาบัติเท่าไร
ตอบ : อาบัติทางวาจาในกลางคืนมี ๒
อาบัติทางวาจาในกลางวันมี ๒ เมื่อให้ต้องอาบัติ ๓
เมื่อรับต้องอาบัติ ๔
๒. เทสนาคามินิยาทิอาปัตติ
ว่าด้วยอาบัติเป็นเทสนาคามินี เป็นต้น
[๔๗๕] ถาม : อาบัติเป็นเทสนาคามินีมีเท่าไร
อาบัติที่แก้ไขได้จัดไว้เท่าไร อาบัติที่ทำคืนไม่ได้ในศาสนานี้พระพุทธเจ้า
ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร
ตอบ : อาบัติเป็นเทสนาคามินีมี ๕
อาบัติที่ทำคืนได้จัดไว้ ๖ อาบัติที่ทำคืนไม่ได้ในศาสนานี้พระพุทธเจ้า
ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้อย่างเดียว
ต้องอาบัติหนักในฝ่ายพระวินัย เป็นต้น
ถาม : อาบัติหนักในฝ่ายพระวินัยเป็นไปทางกายและวาจา

679
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 680 (เล่ม 8)

ตรัสไว้เท่าไร ธัญญรสในเวลาวิกาลมีเท่าไร
สมมติด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจามีเท่าไร
ตอบ : อาบัติหนักในฝ่ายพระวินัยเป็นไปทางกายและวาจาตรัสไว้ ๒
ธัญญรสในเวลาวิกาลมีอย่างเดียว
สมมติด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจามีอย่างเดียว
อาบัติปาราชิกทางกาย เป็นต้น
ถาม : อาบัติปาราชิกทางกายมีเท่าไร ภูมิของภิกษุผู้มีสังวาส
มีเท่าไร รัตติเฉทของภิกษุกี่พวก และพระบัญญัติเรื่อง ๒ นิ้วมีเท่าไร
ตอบ : อาบัติปาราชิกทางกายมี ๒
ภูมิของภิกษุผู้มีสังวาสมี ๒ รัตติเฉทของภิกษุมี ๒ พวก
และพระบัญญัติเรื่อง ๒ นิ้วมี ๒
ต้องอาบัติเพราะทำร้ายตัวเอง เป็นต้น
ถาม : เพราะทำร้ายตัวเองต้องอาบัติเท่าไร
สงฆ์แตกกันด้วยอาการเท่าไร อาบัติชื่อปฐมาปัตติกา
ในศาสนานี้มีเท่าไร การทำญัตติมีเท่าไร
ตอบ : เพราะทำร้ายตัวเองต้องอาบัติมี ๒
สงฆ์แตกกันด้วยอาการ ๒
อาบัติชื่อปฐมาปัตติกาในศาสนานี้มี ๒ ทำญัตติมี ๒
ต้องอาบัติเพราะปาณาติบาต เป็นต้น
ถาม : อาบัติเพราะปาณาติบาตมีเท่าไร อาบัติปาราชิก
เนื่องด้วยวาจามีเท่าไร อาบัติเกี่ยวด้วยพูดเชิญชวนตรัสไว้เท่าไร
อาบัติเกี่ยวด้วยเที่ยวเป็นพ่อสื่อตรัสไว้เท่าไร
ตอบ : อาบัติเพราะปาณาติบาตมี ๓
อาบัติปาราชิกเนื่องด้วยวาจามี ๓ อาบัติเกี่ยวด้วยพูดเชิญชวนตรัสไว้ ๓
และอาบัติเกี่ยวด้วยเที่ยวเป็นพ่อสื่อตรัสไว้ ๓

680
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 681 (เล่ม 8)

บุคคลไม่ควรให้อุปสมบท เป็นต้น
ถาม : บุคคลไม่ควรให้อุปสมบทมีเท่าไร
กรรมสังคหะมีเท่าไร บุคคลถูกนาสนะตรัสไว้เท่าไร
อนุสาวนาเดียวกันสำหรับบุคคลจำนวนเท่าไร
ตอบ : บุคคลไม่ควรให้อุปสมบทมี ๓ พวก
กรรมสังคหะมี ๓ อย่าง บุคคลที่ถูกนาสนะตรัสไว้ ๓ พวก
อนุสาวนาเดียวกันสำหรับบุคคลจำนวน ๓ คน
ต้องอาบัติเพราะอทินนาทาน เป็นต้น
ถาม : ต้องอาบัติเพราะอทินนาทานมีเท่าไร
อาบัติเพราะเสพเมถุนธรรมเป็นปัจจัยมีเท่าไร
เมื่อตัด(ต้นไม้)ต้องอาบัติเท่าไร อาบัติเพราะวัตถุที่ทิ้งเป็นปัจจัยมีเท่าไร
ตอบ : ต้องอาบัติเพราะอทินนาทานมี ๓
อาบัติเพราะเสพเมถุนธรรมเป็นปัจจัยมี ๔
เมื่อตัดต้องอาบัติ ๓ อาบัติเพราะวัตถุที่ทิ้งเป็นปัจจัยมี ๕
ปรับอาบัติควบกัน เป็นต้น
ถาม : ในภิกขุโนวาทกวรรค อาบัติทุกกฏกับปาจิตตีย์
ที่ตรัสไว้หมวดที่ ๙ ในสิกขาบทที่ ๑ นั้นมีเท่าไร
ภิกษุณีกี่จำพวกเป็นเหตุให้ภิกษุต้องอาบัติ เพราะจีวรเป็นเหตุ
ตอบ : ในภิกขุโนวาทกวรรค อาบัติทุกกฏกับปาจิตตีย์
ที่ตรัสไว้หมวดที่ ๙ ในสิกขาบทที่ ๑ นั้นมี ๔
ภิกษุณี ๒ พวกเป็นเหตุให้ภิกษุต้องอาบัติ
เพราะจีวรเป็นเหตุ
ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ เป็นต้น
ถาม : อาบัติปาฏิเทสนียะที่ตรัสไว้แก่ภิกษุณีมีเท่าไร
เพราะขอข้าวเปลือกมาฉัน ปรับอาบัติทุกกฏกับปาจิตตีย์หรือ

681
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 682 (เล่ม 8)

ตอบ : อาบัติปาฏิเทสนียะที่ตรัสไว้แก่ภิกษุณี
ปรับอาบัติไว้ ๘ เพราะขอข้าวเปลือกมาฉัน
ปรับอาบัติทุกกฏกับปาจิตตีย์
ต้องอาบัติเพราะเดิน เป็นต้น
ถาม : ผู้เดินต้องอาบัติเท่าไร ผู้ยืนต้องอาบัติเท่าไร
ผู้นั่งต้องอาบัติเท่าไร และผู้นอนต้องอาบัติเท่าไร
ตอบ : ผู้เดินต้องอาบัติ ๔ ผู้ยืนต้องอาบัติ ๔ เท่ากัน
ผู้นั่งต้องอาบัติ ๔ และผู้นอนต้องอาบัติ ๔ เท่ากัน
๓. ปาจิตติยะ
ว่าด้วยอาบัติปาจิตตีย์ต้องอาบัติในเขตเดียวกัน
[๔๗๖] ถาม : อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดที่มีวัตถุต่างกัน มีเท่าไร
ภิกษุพึงต้องในขณะเดียวกัน ไม่ก่อน ไม่หลัง
ตอบ : อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดที่มีวัตถุต่างกัน
มี ๕ ภิกษุพึงต้องในขณะเดียวกัน ไม่ก่อน ไม่หลัง
ถาม : อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดที่มีวัตถุต่างกัน มีเท่าไร
ภิกษุพึงต้องในขณะเดียวกัน ไม่ก่อน ไม่หลัง
ตอบ : อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดที่มีวัตถุต่างกัน มี ๙
ภิกษุพึงต้องในขณะเดียวกัน ไม่ก่อน ไม่หลัง
วิธีแสดงอาบัติ
ถาม : อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดที่มีวัตถุต่างกัน มีเท่าไร
อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว
ภิกษุพึงแสดงด้วยวาจาเท่าไร

682