พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 656 (เล่ม 40)

สมนันตรปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ
สหชาตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
นิสสยปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
อาเสวนปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ
กัมมปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
วิปากปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
อาหารปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
อินทรียปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
ฌานปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ
มัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
อัตถิปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
นัตถิปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
วิคตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
อวิคตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
จตุกกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย และนปุเรชาตปัจจัย มี ๑ วาระ
อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
สหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ

656
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 657 (เล่ม 40)

อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ
สัตตกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย นปุเรชาตปัจจัย นปัจฉาชาต-
ปัจจัย นอาเสวนปัจจัย และนกัมมปัจจัย มี ๑ วาระ
อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
สหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ

657
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 658 (เล่ม 40)

อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ
ทสกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย ฯลฯ นกัมมปัจจัย นวิปากปัจจัย
นมัคคปัจจัย และนวิปปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ
อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
สหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ (ย่อ)
นเหตุมูลกนัย จบ
นอธิปติทุกนัย
[๒๗] เหตุปัจจัย กับนอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (ย่อ)

658
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 659 (เล่ม 40)

นปุเรชาตทุกนัย
[๒๘] เหตุปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย ” มี ๒ วาระ (ย่อ)
ทุกนัยมีนปัจฉาชาตปัจจัยเป็นต้น
[๒๙] เหตุปัจจัย กับนปัจฉาชาตปัจจัย … กับนอาเสวนปัจจัย … กับ
นกัมมปัจจัย … กับนวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ
ฯลฯ อวิคตปัจจัย … มี ๓ วาระ (ย่อ)
นฌานทุกนัย
[๓๐] อารัมมณปัจจัย กับนฌานปัจจัย มี ๓ วาระ
อนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ
สมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ
สหชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
กัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ
วิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ
อาหารปัจจัย ” มี ๓ วาระ
อินทรียปัจจัย ” มี ๓ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
อัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ
วิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (ย่อ)

659
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 660 (เล่ม 40)

นมัคคทุกนัย
[๓๑] อารัมมณปัจจัย กับนมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ
อนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ
สมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ
อาเสวนปัจจัย ” มี ๑ วาระ
กัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ
ฌานปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (ย่อ)
นวิปปยุตตทุกนัย
[๓๒] เหตุปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ
อารัมมณปัจจัย ” มี ๒ วาระ
อธิปติปัจจัย ” มี ๒ วาระ
อนันตรปัจจัย ” มี ๒ วาระ
สมนันตรปัจจัย ” มี ๒ วาระ
สหชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๒ วาระ
นิสสยปัจจัย ” มี ๒ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๒ วาระ
อาเสวนปัจจัย ” มี ๒ วาระ
กัมมปัจจัย ” มี ๒ วาระ
วิปากปัจจัย ” มี ๒ วาระ
อาหารปัจจัย ” มี ๒ วาระ
อินทรียปัจจัย ” มี ๒ วาระ
ฌานปัจจัย ” มี ๒ วาระ
มัคคปัจจัย ” มี ๒ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ
อัตถิปัจจัย ” มี ๒ วาระ

660
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 661 (เล่ม 40)

นัตถิปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ
วิคตปัจจัย ” มี ๒ วาระ
อวิคตปัจจัย ” มี ๒ วาระ
ติกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ
อนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
สมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
สหชาตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
นิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
อาเสวนปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
กัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
อินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
ฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
มัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
อัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
นัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
วิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
อวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ ฯลฯ
ทสกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย นเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย นปุเรชาตปัจจัย
นปัจฉาชาตปัจจัย นอาเสวนปัจจัย นกัมมปัจจัย นวิปากปัจจัย
และนมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ
อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ

661
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 662 (เล่ม 40)

สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
สหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
ปัจจนียานุโลม จบ
ปฏิจจวาร จบ
๒. เวทนาติกะ ๒. สหชาตวาร
[๓๓] สภาวธรรมที่เกิดร่วมกับสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ฯลฯ
๓. ปัจจยวาร
[๓๔] … ทำสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาให้เป็นปัจจัย ฯลฯ
๔. นิสสยวาร
[๓๕] …อิงอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ฯลฯ

662
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 663 (เล่ม 40)

๕. สังสัฏฐวาร
[๓๖] สภาวธรรมที่เกิดระคนกับสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ฯลฯ
๖. สัมปยุตตวาร
[๓๗] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาซึ่งสัมปยุตกับสภาวธรรมที่สัมปยุต
ด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ สัมปยุตกับขันธ์ ๑ ที่สัมปยุต
ด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ สัมปยุตกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (ย่อ)
สัมปยุตตวาร จบ
๒. เวทนาติกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๓๘] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต
ด้วยสุขเวทนาโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเป็น
ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย
ทุกขเวทนาโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต
ด้วยอทุกขมสุขเวทนาโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา
เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่สัมปยุตด้วย
อทุกขมสุขเวทนาเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย (๑)

663
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 664 (เล่ม 40)

อารัมมณปัจจัย
[๓๙] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต
ด้วยสุขเวทนาโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลมีจิตสัมปยุตด้วยสุขเวทนา ให้ทาน
สมาทานศีล รักษาอุโบสถ แล้วพิจารณาด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ออกจาก
ฌานที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาด้วยจิตที่
สัมปยุตด้วยสุขเวทนา พระอริยะมีจิตสัมปยุตด้วยสุขเวทนา พิจารณากิเลสที่ละได้
แล้ว ซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนา พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น
บุคคลมีจิตสัมปยุตด้วยสุขเวทนาเห็นแจ้งขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาโดยเป็นสภาวะ
ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดี
เพลิดเพลินขันธ์นั้น ราคะที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น เพราะ
ปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาจึงเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย
ทุกขเวทนาโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลมีจิตสัมปยุตด้วยสุขเวทนา ให้ทาน
สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว กลับมีวิปฏิสาร โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อฌานที่
สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเสื่อมไปแล้ว กลับมีวิปฏิสาร โทมนัสจึงเกิดขึ้น เพราะ
ปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาจึงเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย
อทุกขมสุขเวทนาโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลมีจิตสัมปยุตด้วยสุขเวทนา ให้
ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ แล้วพิจารณาด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุข-
เวทนา ออกจากฌานที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ออกจากมรรค ออกจากผลแล้ว
พิจารณาด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา พระอริยะมีจิตสัมปยุตด้วย
อทุกขมสุขเวทนา พิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว ซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนา พิจารณา
กิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น บุคคลมีจิตสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา
เห็นแจ้งขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้น ราคะที่สัมปยุตด้วย
อทุกขมสุขเวทนาจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น วิจิกิจฉาจึงเกิดขึ้น อุทธัจจะจึงเกิดขึ้น

664
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 665 (เล่ม 40)

พระอริยะรู้จิตของบุคคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาด้วย
เจโตปริยญาณ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ ปุพเพ-
นิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณและอาวัชชนจิตโดย
อารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ขันธ์ที่สัมปยุตด้วย
อทุกขมสุขเวทนาจึงเกิดขึ้น (๓)
[๔๐] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต
ด้วยทุกขเวทนาโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภโทสะ โทสะจึงเกิดขึ้น
โมหะจึงเกิดขึ้น เพราะปรารภโมหะที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา โมหะจึงเกิดขึ้น
โทสะจึงเกิดขึ้น เพราะปรารภกายวิญญาณ ที่สหรคตด้วยทุกข์ โทสะจึงเกิดขึ้น
โมหะจึงเกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา ขันธ์ที่สัมปยุตด้วย
ทุกขเวทนาจึงเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วสุข-
เวทนา โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ พระอริยะมีจิตสัมปยุตด้วยสุขเวทนา พิจารณา
กิเลสที่ละได้แล้ว ซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนา พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่
เคยเกิดขึ้น บุคคลมีจิตสัมปยุตด้วยสุขเวทนาเห็นแจ้งขันธ์ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา
โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เพราะปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วย
ทุกขเวทนา ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาจึงเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย
อทุกขมสุขเวทนาโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ พระอริยะมีจิตสัมปยุตด้วยอทุกขม-
สุขเวทนา พิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว ซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนา พิจารณากิเลสที่
ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น บุคคลมีจิตสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเห็นแจ้งขันธ์
ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา พระอริยะ
รู้จิตของบุคคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาด้วยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ
ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณและอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภ
ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาจึงเกิดขึ้น (๓)

665