พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 527 (เล่ม 32)

๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระจัมปกปุปผิยเถระ
(พระจัมปกปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๙] ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์
มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อฉาปละ
พระพุทธเจ้าพระนามว่าสุทัสสนะ
ประทับอยู่ระหว่างภูเขา
[๔๐] ข้าพเจ้าถือดอกจำปาเหาะไปทางอากาศ
ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลีคือกิเลส
ผู้ข้ามโอฆกิเลสได้แล้ว ไม่มีอาสวะ
[๔๑] ขณะนั้น ข้าพเจ้าได้ยกดอกจำปา ๗ ดอกขึ้นไว้เหนือศีรษะ
บูชาพระพุทธเจ้าผู้เป็นพระสยัมภู
ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่
[๔๒] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๔๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระจัมปกปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
จัมปกปุปผิยเถราปทานที่ ๖ จบ

527
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 528 (เล่ม 32)

๗. ปทุมปูชกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระปทุมปูชกเถระ
(พระปทุมปูชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๔๔] ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์
มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อโรมสะ
ก็เวลานั้นพระพุทธเจ้าพระนามว่าโสภิตะ
ประทับอยู่ ณ ที่กลางแจ้ง
[๔๕] ข้าพเจ้าออกจากที่อยู่มากั้นดอกบัวหลวง(บังแดด)ถวาย
ครั้นกั้นอยู่ตลอดหนึ่งวันแล้ว
จึงกลับมายังที่อยู่ตามเดิม
[๔๖] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๔๗] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระปทุมปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ปทุมปูชกเถราปทานที่ ๗ จบ
ภาณวารที่ ๑๓ จบ
๘. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระติณมุฏฐิทายกเถระ
(พระติณมุฏฐิทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๔๘] ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์
มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อลัมพกะ

528
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 529 (เล่ม 32)

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าอุปติสสะ
เสด็จจงกรมอยู่ ณ ที่กลางแจ้ง
[๔๙] เมื่อก่อน ข้าพเจ้าเป็นนายพรานเนื้ออยู่ในป่าดงทึบ
ได้เห็นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ
ทรงเป็นพระสยัมภู ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้
[๕๐] ครั้งนั้น ข้าพเจ้ามีจิตผ่องใส
ได้ถวายหญ้ากำมือหนึ่งสำหรับประทับนั่งแด่พระพุทธเจ้า
ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่พระองค์นั้น
[๕๑] ครั้นถวายแด่พระองค์ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพแล้ว
ก็ทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง
ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
แล้วบ่ายหน้าหลีกไปทางทิศเหนือ
[๕๒] พอข้าพเจ้าไปได้ไม่นาน
ราชสีห์ได้เบียดเบียนข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าถูกราชสีห์ทำให้ล้มลงได้สิ้นชีวิตลงในที่นั้น
[๕๓] (เพราะ)กรรมที่ข้าพเจ้าทำแล้วในสำนักของพระพุทธเจ้า
ผู้ประเสริฐที่สุดผู้ไม่มีอาสวะ
ข้าพเจ้าจึงได้ไปเกิดยังเทวโลก
ดุจความเร็วแห่งลูกศรที่หลุดแล่นไปดีแล้ว
[๕๔] ในเทวโลกนั้น มีปราสาทงดงาม
ที่บุญกรรมเนรมิตไว้แล้วสูง ๑,๐๐๐ ชั่วธนู มี ๗ ชั้น
สะพรั่งไปด้วยธง พราวไปด้วยแก้วมณีสีเขียว
[๕๕] รัศมีของปราสาทนั้นพวยพุ่งดุจดวงอาทิตย์อุทัย
ปราสาทแออัดด้วยเหล่านางเทพกัญญา
ข้าพเจ้าบันเทิงเริงรมย์ด้วยวัตถุกามและกิเลสกาม

529
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 530 (เล่ม 32)

[๕๖] ข้าพเจ้าอันกุศลมูลตักเตือนแล้ว
จุติจากเทวโลกมาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว
ได้บรรลุความสิ้นอาสวะ
[๕๗] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ถวายที่นั่งไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายหญ้ากำมือหนึ่ง
[๕๘] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระติณมุฏฐิทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ติณมุฏฐิทายกเถราปทานที่ ๘ จบ
๙. ตินทุกผลทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระตินทุกผลทายกเถระ
(พระตินทุกผลทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๕๙] ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้โชติช่วง
ดังดอกกรรณิการ์ ปราศจากธุลีคือกิเลส
ข้ามโอฆกิเลสได้แล้ว ไม่มีอาสวะ
ประทับนั่งอยู่ระหว่างภูเขา
[๖๐] ข้าพเจ้าเห็นต้นมะพลับกำลังมีผล
จึงหักมาพร้อมทั้งก้าน มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี
ได้ถวายแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าเวสสภู

530
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 531 (เล่ม 32)

[๖๑] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ถวายผลไม้ไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
[๖๒] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระตินทุกผลทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ตินทุกผลทายกเถราปทานที่ ๙ จบ
๑๐. เอกัญชลิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระเอกัญชลิยเถระ
(พระเอกัญชลิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๖๓] ครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าเรวตะ
ประทับอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำ
ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลีคือกิเลส
มีพระรัศมีรุ่งเรืองดุจดวงจันทร์
[๖๔] มีพระรัศมีเรืองรองดุจถ่านไม้ตะเคียน
ที่กระทบที่ปากเบ้า
รุ่งโรจน์ดุจดาวประกายพรึก
ข้าพเจ้าได้ประคองอัญชลีไหว้ครั้งหนึ่ง
[๖๕] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ประคองอัญชลีไว้

531
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 532 (เล่ม 32)

จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการประคองอัญชลี
[๖๖] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระเอกัญชลิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
เอกัญชลิยเถราปทานที่ ๑๐ จบ
เอกปทุมวรรคที่ ๓๕ จบบริบูรณ์
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. เอกปทุมิยเถราปทาน ๒. ตีณุปปลมาลิยเถราปทาน
๓. ธชทายกเถราปทาน ๔. ตีณิกิงกณิปูชกเถราปทาน
๕. นฬาคาริกเถราปทาน ๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน
๗. ปทุมปูชกเถราปทาน ๘. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน
๙. ตินทุกผลทายกเถราปทาน ๑๐. เอกัญชลิยเถราปทาน
บัณฑิตทั้งหลายคำนวณคาถาไว้ ๖๖ คาถา

532
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 533 (เล่ม 32)

๓๖. สัททสัญญิกวรรค
หมวดว่าด้วยพระสัททสัญญิกะเป็นต้น
๑. สัททสัญญิกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระสัททสัญญิกเถระ
(พระสัททสัญญิกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑] เมื่อก่อน ข้าพเจ้าเป็นนายพรานเนื้อ(เที่ยว)อยู่ในป่าดงทึบ
ได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีหมู่เทวดาแวดล้อมในป่านั้น
[๒] ซึ่งกำลังทรงประกาศสัจจะ ๔ ช่วยเหลือมหาชน
ข้าพเจ้าได้ฟังพระดำรัส
ที่ไพเราะเปรียบด้วยเสียงนกการเวก
[๓] ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสในพระสุรเสียง
ของมหามุนีพระนามว่าสิขี
ผู้มีพระสุรเสียงดังพรหม เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก
ได้บรรลุความสิ้นอาสวะแล้ว
[๔] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งความเลื่อมใส
[๕] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระสัททสัญญิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สัททสัญญิกเถราปทานที่ ๑ จบ

533
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 534 (เล่ม 32)

๒. ยวกลาปิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระยวกลาปิยเถระ
(พระยวกลาปิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๖] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นคนทำนาข้าวเหนียวอยู่ในกรุงอรุณวดี
ได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่หนทาง
จึงลาดฟ่อนข้าวเหนียวถวาย (ให้ประทับ)
[๗] พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี
ผู้ทรงอนุเคราะห์ ทรงมีพระกรุณา
เป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก
ทรงทราบความคิดของข้าพเจ้า
จึงประทับนั่งบนเครื่องลาดฟ่อนข้าวเหนียว
[๘] ข้าพเจ้าเห็นพระองค์ผู้ปราศจากมลทิน
ผู้เพ่งพินิจมาก ผู้นำวิเศษ ประทับนั่งแล้ว
จึงเกิดความปราโมทย์ ได้สิ้นชีวิตลง ณ ที่นั้น
[๙] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการลาดฟ่อนข้าวเหนียว
[๑๐] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระยวกลาปิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ยวกลาปิยเถราปทานที่ ๒ จบ

534
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 535 (เล่ม 32)

๓. กิงสุกปูชกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระกิงสุกปูชกเถระ
(พระกิงสุกปูชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑๑] ข้าพเจ้าได้เห็นต้นทองกวาวมีดอกบานสะพรั่ง
จึงประนมมือ ระลึกถึงพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ
แล้วบูชาในอากาศ
[๑๒] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๑๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระกิงสุกปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
กิงสุกปูชกเถราปทานที่ ๓ จบ
๔. สโกสกโกรัณฑทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระสโกสกโกรัณฑทายกเถระ
(พระสโกสกโกรัณฑทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตนจึงกล่าวว่า)
[๑๔] ข้าพเจ้าได้พบรอยพระบาทที่พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี
ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลกทรงเหยียบไว้
จึงห่มหนังสัตว์เฉวียงบ่า
ได้ไหว้รอยพระบาทที่ประเสริฐแล้ว

535
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 536 (เล่ม 32)

[๑๕] เห็นต้นหงอนไก่งอกขึ้นอยู่บนแผ่นดินมีดอกบานสะพรั่ง
จึง(เด็ด)ถือมาพร้อมทั้งก้าน
ได้บูชารอยพระบาทที่วิจิตรด้วยลายจักร
[๑๖] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๑๗] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระสโกสกโกรัณฑทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สโกสกโกรัณฑทายกเถราปทานที่ ๔ จบ
๕. ทัณฑทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระทัณฑทายกเถระ
(พระทัณฑทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑๘] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเข้าไปยังป่าดงทึบ
ตัดไม้ไผ่ ทำเป็นไม้ขอ(สำหรับแขวนสิ่งของ)นำมาถวายแก่สงฆ์
[๑๙] ข้าพเจ้ากราบไหว้ภิกษุทั้งหลายผู้มีวัตรงาม
ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ครั้นถวายไม้ขอแล้ว
จึงบ่ายหน้าหลีกไปทางทิศเหนือ
[๒๐] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ถวายไม้ขอไว้ในครั้งนั้น

536