พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 517 (เล่ม 32)

ด้วยกุศลกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น
จึงได้ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
[๑๑๙] ข้าพเจ้ารื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป
ได้ครองเทวสมบัติ ๕๑ ชาติ
[๑๒๐] ได้เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๑ ชาติ
และเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน
[๑๒๑] พระสมณะผู้อบรมอินทรีย์แล้ว นั่งบนเรือนของบิดา
เปล่งวาจาถึงเรื่องไม่เที่ยง แสดงเป็นคาถา
[๑๒๒] ข้าพเจ้าระลึกถึงสัญญานั้นได้
เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่
ยังไม่ได้รู้แจ้งที่สุดคือพระนิพพาน ซึ่งเป็นหนทางไม่จุติว่า
[๑๒๓] สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ
มีความเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป
ความสงบระงับสังขารเหล่านั้นเป็นเหตุนำความสุขมาให้
[๑๒๔] ข้าพเจ้าระลึกถึงบุพกรรมได้ พร้อมกับได้ฟังคาถา
นั่งอยู่บนอาสนะเดียวนั่นเองก็ได้บรรลุอรหัตตผลแล้ว
[๑๒๕] ข้าพเจ้ามีอายุ ๗ ขวบ ก็ได้บรรลุอรหัตตผล
พระพุทธเจ้าผู้มีจักษุ ทรงรู้คุณสมบัติของข้าพเจ้าแล้ว
จึงประทานอุปสมบทให้
[๑๒๖] ข้าพเจ้ายังเป็นเด็กอยู่ ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว
วันนี้ ข้าพเจ้าจะทำกิจอะไร
ในศาสนาของพระศากยบุตรอีกเล่า
[๑๒๗] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น

517
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 518 (เล่ม 32)

จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการฟังธรรม
[๑๒๘] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระธัมมสวนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ธัมมัสสวนิยเถราปทานที่ ๙ จบ
๑๐. อุกขิตตปทุมิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระอุกขิตตปทุมิยเถระ
(พระอุกขิตตปทุมิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑๒๙] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นช่างดอกไม้อยู่ในกรุงหงสวดี
ข้าพเจ้าลงสู่สระปทุมเลือกเก็บดอกบัวอยู่
[๑๓๐] พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง
พร้อมด้วยพระขีณาสพประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ รูป
ผู้จิตสงบ ผู้คงที่
[๑๓๑] ผู้สิ้นอาสวะ บริสุทธิ์ ได้อภิญญา ๖ ผู้เข้าฌาน
พระองค์ผู้เป็นบุรุษสูงสุด ทรงแสวงหาความเจริญ
แก่ข้าพเจ้า เสด็จมาแล้ว
[๑๓๒] ข้าพเจ้าได้เห็นพระสยัมภูผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ
ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก จึงเด็ดดอกบัวที่ก้าน
แล้วโยนขึ้นไป (บูชา) ในอากาศในกาลนั้น
[๑๓๓] (ด้วยเปล่งวาจาว่า) ข้าแต่พระธีรเจ้า
ถ้าพระองค์เป็นพระพุทธเจ้าผู้เจริญที่สุดในโลก

518
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 519 (เล่ม 32)

องอาจกว่านรชน ขอดอกบัวจงลอยไปเอง
กั้นอยู่เหนือพระเศียรของพระองค์เองเถิด
[๑๓๔] พระมหาวีรเจ้าผู้เจริญที่สุดในโลก
องอาจกว่านรชน ทรงอธิษฐานแล้ว
ดอกบัวเหล่านั้นได้ลอยกั้นอยู่
เหนือพระเศียรด้วยพุทธานุภาพ
[๑๓๕] ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น
และด้วยการตั้งเจตนาไว้มั่น
ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว
ได้ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
[๑๓๖] ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น
วิมานของข้าพเจ้าที่บุญกรรมสร้างไว้
อย่างสวยงาม เรียกชื่อว่าสัตตปัตตะ
สูง ๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐ โยชน์
[๑๓๗] ข้าพเจ้าได้เกิดเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ ๑,๐๐๐ ชาติ
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ชาติ
[๑๓๘] และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน
ข้าพเจ้าเสวยกรรมของตนที่ทำไว้ดีแล้วในปางก่อน
[๑๓๙] ด้วยผลแห่งดอกปทุมดอกเดียวนั้นแล
ข้าพเจ้าได้เสวยสมบัติแล้ว
ได้ทำให้แจ้งธรรมของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม
[๑๔๐] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว
ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว
ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างไม่มีอาสวะ
ดุจช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

519
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 520 (เล่ม 32)

[๑๔๑] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งดอกปทุมดอกเดียว
[๑๔๒] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระอุกขิตตปทุมิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
อุกขิตตปทุมิยเถราปทานที่ ๑๐ จบ
คันโธทกวรรคที่ ๓๔ จบบริบูรณ์
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. คันธธูปิยเถราปทาน ๒. อุทกปูชกเถราปทาน
๓. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน ๔. เอกทุสสทายกเถราปทาน
๕. ผุสิตกัมมิยเถราปทาน ๖. ปภังกรเถราปทาน
๗. ติณกุฏิทายกเถราปทาน ๘. อุตตเรยยทายกเถราปทาน
๙. ธัมมสวนิยเถราปทาน ๑๐. อุกขิตตปทุมิยเถราปทาน
ท่านรวบรวมคาถาทั้งหมดได้ ๑๔๔ คาถา

520
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 521 (เล่ม 32)

๓๕. เอกปทุมวรรค
หมวดว่าด้วยพระเอกปทุมะเป็นต้น
๑. เอกปทุมิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระเอกปทุมิยเถระ
(พระเอกปทุมิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑] พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง
ทรงทำให้แจ้งภพน้อยภพใหญ่
ทรงช่วยประชุมชนจำนวนมากให้ข้ามพ้น(วัฏสงสาร)
[๒] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพญาหงส์
ประเสริฐกว่านกทั้งหลาย
บินโผลงยังสระน้ำแล้วเล่นอยู่อย่างสำราญใจ
[๓] ขณะนั้น พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา
เสด็จเหาะมาเหนือสระน้ำ
[๔] ข้าพเจ้าได้เห็นพระผู้มีพระภาคผู้สยัมภู
ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
จึงหักดอกบัวหลวงซึ่งน่ารื่นรมย์ใจที่ก้านแล้ว
[๕] ข้าพเจ้ามีใจผ่องใสใช้จะงอยปากคาบโยนขึ้นไปในท้องฟ้า
ได้บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด
[๖] พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก
ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับยืนอยู่ในอากาศ
ได้ทรงทำอนุโมทนาว่า

521
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 522 (เล่ม 32)

[๗] ด้วยดอกปทุมดอกเดียวนี้
และด้วยการตั้งเจตนาไว้มั่น
ท่านจะไม่ตกวินิบาตนรกเลยตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
[๘] พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
ครั้นตรัสอย่างนี้ ทรงสรรเสริญกรรมของข้าพเจ้าแล้ว
ได้เสด็จไปตามพระประสงค์
[๙] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๑๐] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระเอกปทุมิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
เอกปทุมิยเถราปทานที่ ๑ จบ
๒. ตีณุปปลมาลิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระตีณุปปลมาลิยเถระ
(พระตีณุปปลมาลิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑๑] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นวานรอาศัยอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา
ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลีคือกิเลส
ประทับนั่งอยู่ระหว่างภูเขา
[๑๒] ทรงทำทิศทั้งปวงให้สว่างไสว
ดังต้นพญาไม้สาละมีดอกบานสะพรั่ง
ทรงประกอบด้วยพระลักษณะและอนุพยัญชนะ
ครั้นได้เห็นแล้วก็มีความปลื้มใจ

522
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 523 (เล่ม 32)

[๑๓] ข้าพเจ้ามีจิตเบิกบาน มีใจยินดีร่าเริงด้วยปีติ
ได้ใช้ดอกอุบล ๓ ดอกขึ้นบูชาเหนือเศียรเกล้า
[๑๔] ครั้นใช้ดอกไม้บูชาพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี
ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว
เคารพนบนอบแล้วบ่ายหน้าหลีกไปทางทิศเหนือ
[๑๕] เมื่อข้าพเจ้ากำลังเดินกระโหย่งกลับด้วยใจที่ผ่องใส
จึงพลัดตกไปในระหว่างภูเขาหิน
ถึงความสิ้นชีวิตแล้ว
[๑๖] ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น
และด้วยการตั้งเจตนาไว้มั่น
ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว
ได้ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
[๑๗] ข้าพเจ้าได้ครองเทวสมบัติตลอด ๓๐๐ ชาติ
และได้เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ชาติ
[๑๘] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๑๙] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระตีณุปปลมาลิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ตีณุปปลมาลิยเถราปทานที่ ๒ จบ

523
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 524 (เล่ม 32)

๓. ธชทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระธชทายกเถราปทาน
(พระธชทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๒๐] ข้าพเจ้าเห็นความสิ้นไปแห่งอุปธิกิเลสทั้ง ๓
จึงให้ยกธงขึ้นบูชาพระศาสดาพระนามว่าติสสะ
ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน
[๒๑] ด้วยกุศลกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้นั้น
และด้วยการตั้งเจตนาไว้มั่น
ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว
ได้ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
[๒๒] ข้าพเจ้าได้ครองเทวสมบัติตลอด ๓๐๐ ชาติ
และได้เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ชาติ
[๒๓] และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน
ข้าพเจ้าได้เสวยกรรมของตนที่ทำไว้ดีแล้วในครั้งก่อน
[๒๔] ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายธง
[๒๕] วันนี้ ถ้าข้าพเจ้าปรารถนาก็จะพึงใช้ผ้าโขมะ
ปกปิดแผ่นดินพร้อมทั้งป่าและภูเขาได้
นี้เป็นผลแห่งกรรมที่ข้าพเจ้าทำไว้ในครั้งนั้น
[๒๖] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระธชทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ธชทายกเถราปทานที่ ๓ จบ

524
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 525 (เล่ม 32)

๔. ตีณิกิงกณิปูชกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระตีณิกิงกณิปูชกเถระ
(พระตีณิกิงกณิปูชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๒๗] ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์
มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อภูตคณะ
ข้าพเจ้าได้เห็นผ้าบังสุกุลคล้องอยู่บนยอดไม้ที่ภูเขานั้น
[๒๘] ขณะนั้น ข้าพเจ้าร่าเริง มีจิตเบิกบาน
ได้เลือกเก็บดอกหงอนไก่ ๓ ดอกมาบูชาผ้าบังสุกุล
[๒๙] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกไม้ ๓ ดอก
[๓๐] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระตีณิกิงกณิปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ตีณิกิงกณิปูชกเถราปทานที่ ๔ จบ
๕. นฬาคาริกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระนฬาคาริกเถระ
(พระนฬาคาริกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๑] ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์
มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อหาริกะ

525
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 526 (เล่ม 32)

พระสยัมภูปัจเจกพุทธเจ้าพระนามว่านารทะ
ประทับอยู่ที่โคนไม้ ในครั้งนั้น
[๓๒] ข้าพเจ้าได้สร้างเรือนไม้อ้อ มุงด้วยหญ้า
แผ้วถางที่จงกรมแล้ว ได้ถวายแด่พระสยัมภู
[๓๓] ในกัปที่ ๑๔ ข้าพเจ้ารื่นรมย์อยู่ในเทวโลก
ได้ครองเทวสมบัติตลอด ๗๔ ชาติ
[๓๔] ได้เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๗ ชาติ
และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ นับชาติไม่ถ้วน
[๓๕] วิมานของข้าพเจ้าสูงลอยเด่น เหมือนสายรุ้ง
วิมานของข้าพเจ้ามีเสา ๑,๐๐๐ ต้น
มีสีเลื่อมประภัสสร (ไม่มีวิมานอื่นเสมอเหมือน)
[๓๖] ข้าพเจ้าเสวยสมบัติทั้ง ๒ แล้ว อันกุศลมูลตักเตือน
จึงออกบวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม
[๓๗] ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตเด็ดเดี่ยวเพื่อบำเพ็ญเพียร
สงบระงับ ไม่มีอุปธิ
ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างไม่มีอาสวะ
ดุจช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
[๓๘] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระนฬาคาริกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
นฬาคาริกเถราปทานที่ ๕ จบ

526