พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 85 (เล่ม 27)

๑๐. สีลานิสังสชาดก (๑๙๐)
ว่าด้วยอานิสงส์ของศีล
(เทวดาประจำสมุทรกล่าวถึงคุณของการสังสรรค์กับบัณฑิตว่า)
[๗๙] ดูเถิด นี้แหละผลของศรัทธา ศีล และจาคะ
พญานาคแปลงตนเป็นเรือนำอุบาสกผู้มีศรัทธาไป
[๘๐] พึงคบหาสัตบุรุษเท่านั้น พึงทำความสนิทสนมกับสัตบุรุษ
เพราะการอยู่ร่วมกับสัตบุรุษ นายช่างกัลบกจึงถึงความสวัสดี
สีลานิสังสชาดกที่ ๑๐ จบ
อสทิสวรรคที่ ๔ จบ
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อสทิสชาดก ๒. สังคามาวจรชาดก
๓. วาโลทกชาดก ๔. คิริทัตตชาดก
๕. อนภิรติชาดก ๖. ทธิวาหนชาดก
๗. จตุมัฏฐชาดก ๘. สีหโกตถุชาดก
๙. สีหจัมมชาดก ๑๐. สีลานิสังสชาดก
๕. รุหกวรรค
หมวดว่าด้วยรุหกปุโรหิต
๑. รุหกชาดก (๑๙๑)
ว่าด้วยรุหกปุโรหิต
(พระราชาโพธิสัตว์ทรงหวังจะให้รุหกปุโรหิตยกโทษให้นางพราหมณี จึงตรัสว่า)
[๘๑] พ่อมหาจำเริญรุหกะ สายธนูที่ขาดไปแล้วก็ยังต่อให้ติดอีกได้
ท่านจงคืนดีกับภรรยาเก่าเถิด อย่าลุอำนาจแห่งความโกรธเลย

85
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 86 (เล่ม 27)

(รุหกปุโรหิตได้ฟังพระดำรัสนั้น จึงกราบทูลว่า)
[๘๒] เมื่อสายป่านยังมีอยู่ นายช่างผู้กระทำสายธนูก็มีอยู่
ข้าพระองค์จักกระทำสายธนูใหม่
พอกันทีสำหรับสายธนูเก่า
รุหกชาดกที่ ๑ จบ
๒. สิริกาฬกัณณิชาดก (๑๙๒)
ว่าด้วยสิริกับกาฬกัณณี
(พระราชาตรัสถามเสนกบัณฑิตว่า)
[๘๓] หญิงที่มีรูปงาม มีกิริยามารยาท
และความประพฤติเรียบร้อย ชายไม่พึงปรารถนาเธอ
ท่านเชื่อไหมล่ะ พ่อมโหสธบัณฑิต
(เสนกบัณฑิตฟังพระดำรัสนั้นแล้ว จึงกราบทูลว่า)
[๘๔] ข้าแต่มหาราช ข้าพระองค์เชื่อ พระเจ้าข้า
ชายนั้นคงเป็นคนต่ำต้อย
เพราะสิริกับกาฬกัณณีเข้ากันไม่ได้เลยไม่ว่าในกาลไหนๆ
สิริกาฬกัณณิชาดกที่ ๒ จบ
๓. จูฬปทุมชาดก (๑๙๓)
ว่าด้วยพระเจ้าจูฬปทุม
(ปทุมกุมารโพธิสัตว์ได้สดับคำของชายาผู้ชั่วช้าแล้ว จึงตรัสว่า)
[๘๕] หญิงคนนี้แหละคือหญิงคนนั้น
แม้เราก็คือชายคนนั้น หาใช่คนอื่นไม่
ชายคนที่หญิงนี้อ้างว่าเป็นสามีของนางตั้งแต่ยังเป็นกุมารี
ก็คือชายที่ถูกตัดมือตัดเท้าคนนี้แหละ หาใช่คนอื่นไม่
ขึ้นชื่อว่าหญิงควรฆ่าทั้งนั้น สัจจะไม่มีในหญิงทั้งหลาย

86
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 87 (เล่ม 27)

[๘๖] พวกท่านจงตีชายชั่วช้า หยาบคาย คล้ายซากศพ
มักเป็นชู้กับภรรยาคนอื่นคนนี้เสียด้วยสาก
จงตัดใบหูและจมูกของหญิงผู้ปรนนิบัติสามี
ที่ชั่วช้านั้นคนนี้เสียยังเป็นๆ เถิด
จูฬปทุมชาดกที่ ๓ จบ
๔. มณิโจรชาดก (๑๙๔)
ว่าด้วยพระเจ้าอธรรมิกราชลงโทษโจรลักแก้วมณี
(นางสุชาดาเห็นคหบดีโพธิสัตว์ถูกเฆี่ยน รำลึกถึงคุณแห่งศีลของตนแล้ว
จึงกล่าวว่า)
[๘๗] เทวดาทั้งหลาย๑ ไม่มีหรือไม่อยู่เป็นแน่
เมื่อมีกิจเห็นปานนี้เกิดขึ้น
เทวดาทั้งหลายก็พากันไปค้างแรมเสียแน่
อนึ่ง ท่านผู้รักษาโลกก็ไม่มีอยู่ในโลกนี้แน่นอน
เมื่อคนทุศีลทั้งหลายกระทำกรรมอันหยาบช้าอยู่
คนทั้งหลายผู้ห้ามปรามก็ไม่มีแน่นอน
(ท้าวสักกะถวายโอวาทแก่พระราชาว่า)
[๘๘] ในรัชสมัยของพระราชาผู้ไม่ทรงธรรม
ในกาลไม่สมควรตก ฝนก็ตก
ในกาลสมควรจะตก ฝนก็ไม่ตก
พระราชาผู้ไม่ทรงธรรม จุติจากโลกสวรรค์
พระราชาพระองค์นั้นถูกทำลายแล้ว
เพราะเหตุแห่งความชั่วมีประมาณเท่านี้แน่นอน
มณิโจรชาดกที่ ๔ จบ
เชิงอรรถ :
๑ คำว่า เทวดาทั้งหลาย ในที่นี้ หมายถึงเทวดาผู้คอยดูแลคนมีศีล และห้ามปรามคนทำชั่ว
(ขุ.ชา.อ. ๓/๘๗/๑๖๓)

87
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 88 (เล่ม 27)

๕. ปัพพตูปัตถรชาดก (๑๙๕)
ว่าด้วยสระโบกขรณีที่เชิงเขา
(พระราชาตรัสถามปัญหากับอำมาตย์โพธิสัตว์ว่า)
[๘๙] สระโบกขรณีมีน้ำเย็น รสอร่อย
เกิดอยู่ที่เนินหินเชิงภูเขาหิมพานต์ น่ารื่นรมย์
สุนัขจิ้งจอกรู้อยู่ว่า ราชสีห์รักษาสระโบกขรณีนั้นไว้
ก็ยังลงไปดื่มกิน
(อำมาตย์โพธิสัตว์ทราบว่า อำมาตย์คนหนึ่งจะก่อเหตุร้ายภายใน
พระราชวัง จึงกราบทูลว่า)
[๙๐] ข้าแต่มหาราช ถ้าสัตว์มีเท้าทั้งหลายพากันดื่มน้ำในมหานที
แม่น้ำจะไม่ชื่อว่าเป็นแม่น้ำเพราะเหตุนั้นก็หาไม่
หากว่าชน ๒ คนนั้นเป็นที่รัก
ขอพระองค์ทรงงดโทษเสียเถิด
ปัพพตูปัตถรชาดกที่ ๕ จบ
๖. วลาหกัสสชาดก (๑๙๖)
ว่าด้วยความปลอดภัยเกิดจากม้าวลาหก
(พระศาสดาทรงนำอดีตนิทานมาแสดงแล้ว จึงได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า)
[๙๑] คนเหล่าใดไม่ทำตามโอวาทที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้
คนเหล่านั้นจักถึงความพินาศ
เหมือนพวกพ่อค้าที่ถูกพวกนางรากษสประเล้าประโลม
[๙๒] ส่วนคนเหล่าใดทำตามโอวาทที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้
คนเหล่านั้นจักปลอดภัย
เหมือนพวกพ่อค้าที่เชื่อฟังคำของพญาม้าวลาหก
วลาหกัสสชาดกที่ ๖ จบ

88
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 89 (เล่ม 27)

๗. มิตตามิตตชาดก (๑๙๗)
ว่าด้วยอาการของผู้เป็นมิตรและมิใช่มิตร
(ฤๅษีโพธิสัตว์บอกเหตุแก่ดาบสทั้งหลายว่า)
[๙๓] บุคคลเห็นคนผู้เป็นศัตรูกันแล้วย่อมไม่ยิ้มแย้ม
ไม่ชื่นชมศัตรูนั้น เมื่อสบตากันก็เบือนหน้าไปทางอื่น
และประพฤติตรงกันข้าม
[๙๔] อาการทั้งหลายปรากฏที่ศัตรู
บัณฑิตเห็นแล้ว ฟังแล้วซึ่งอาการเหล่านั้น
พึงรู้ได้ว่า ผู้นี้เป็นศัตรูของเรา
มิตตามิตตชาดกที่ ๗ จบ
๘. ราธชาดก (๑๙๘)
ว่าด้วยนกราธโพธิสัตว์
(พราหมณ์ถามนกราธโพธิสัตว์ว่า)
[๙๕] ลูกเอ๋ย พ่อเพิ่งกลับมาจากที่ค้างแรม มาถึงเดี๋ยวนี้เอง
ยังไม่นานนักลูกเอ๋ย แม่ของเจ้าไม่ไปคบหาชายอื่นหรือ
(นกราธโพธิสัตว์แจ้งให้พราหมณ์ทราบว่า)
[๙๖] ธรรมดาบัณฑิตเมื่อกล่าวคำจริง
แต่คำนั้นเป็นการกล่าวถึงความไม่ดีจะพึงหมกไหม้
เหมือนนกแขกเต้าชื่อโปฏฐปาทะหมกไหม้อยู่ที่เถ้าไฟในเตา
ราธชาดกที่ ๘ จบ
๙. คหปติชาดก (๑๙๙)
ว่าด้วยคหบดีโพธิสัตว์
(คหบดีโพธิสัตว์เห็นกิริยาของภรรยาและชายชู้ เมื่อจะประกาศเนื้อความนั้น
จึงกล่าวว่า)

89
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 90 (เล่ม 27)

[๙๗] เหตุทั้ง ๒ ประการไม่ควรแก่เรา เราไม่ชอบใจเลย
ก็หญิงนี้ลงไปในฉางข้าวแล้ว ยังพูดว่า ฉันยังใช้คืนท่านไม่ได้
[๙๘] นี่ท่านผู้ใหญ่บ้าน เพราะเหตุนั้น ฉันจึงพูดกับท่าน
ในคราวเมื่อเรามีชีวิตฝืดเคือง ยากเข็ญ
ท่านได้ทำสัญญากำหนดไว้ ๒ เดือน
แล้วมาทวงเนื้อโคผอมแก่เมื่อยังไม่ถึงกำหนดเวลาสัญญา
เหตุทั้ง ๒ ประการนั้นฉันไม่ชอบใจเลย
คหปติชาดกที่ ๙ จบ
๑๐. สาธุสีลชาดก (๒๐๐)
ว่าด้วยเลือกเอาผู้มีศีล
(พราหมณ์ถามพระโพธิสัตว์ผู้เป็นอาจารย์ว่า)
[๙๙] ข้าพเจ้าขอถามท่านพราหมณ์ว่า บรรดาคน ๔ คน คือ
(๑) คนมีรูปงาม (๒) คนมีอายุ (๓) คนมีชาติสูง
(๔) คนมีศีลธรรม ท่านจะเลือกใครหนอ
(อาจารย์ฟังคำของพราหมณ์นั้นแล้วกล่าวว่า)
[๑๐๐] ร่างกายก็มีประโยชน์ ข้าพเจ้าขอทำความนอบน้อมต่อท่าน
ผู้เจริญวัย ชาติสูงก็มีประโยชน์ แต่ข้าพเจ้าชอบใจศีล
สาธุสีลชาดกที่ ๑๐ จบ
รุหกวรรคที่ ๕ จบ
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. รุหกชาดก ๒. สิริกาฬกัณณิชาดก
๓. จูฬปทุมชาดก ๔. มณิโจรชาดก
๕. ปัพพตูปัตถรชาดก ๖. วลาหกัสสชาดก
๗. มิตตามิตตชาดก ๘. ราธชาดก
๙. คหปติชาดก ๑๐. สาธุสีลชาดก

90
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 91 (เล่ม 27)

๖. นตังทัฬหวรรค
หมวดว่าด้วยเครื่องผูกที่มั่นคง
๑. พันธนาคารชาดก (๒๐๑)
ว่าด้วยเครื่องผูก
(ฤๅษีโพธิสัตว์เปล่งอุทานว่า)
[๑๐๑] นักปราชญ์ไม่กล่าวเครื่องผูกที่ทำด้วยเหล็ก ทำด้วยไม้
และทำด้วยหญ้าปล้องว่า เป็นเครื่องผูกที่มั่นคง
ส่วนความกำหนัดยินดีในแก้วมณีและต่างหูก็ดี
ความเยื่อใยในบุตรและภรรยาก็ดี
[๑๐๒] นักปราชญ์กล่าวเครื่องผูกที่ประกอบด้วยกิเลสนั่นว่า
เป็นเครื่องผูกที่มั่นคง คร่าสัตว์ให้ตกต่ำ ย่อหย่อน แก้ได้ยาก
นักปราชญ์ทั้งหลายตัดเครื่องผูกนั้นได้ขาด
หมดความเยื่อใย ละความสุขในกามเสียแล้วหลีกไป
พันธนาคารชาดกที่ ๑ จบ
๒. เกฬิสีลชาดก (๒๐๒)
ว่าด้วยผู้มีปกติมัวเมาในการเล่น
(พระศาสดาทรงนำอดีตนิทานมาแสดงแล้ว จึงได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า)
[๑๐๓] พวกหงส์ก็ดี นกกระเรียนก็ดี นกยูงก็ดี
ช้างก็ดี เนื้อฟานก็ดี กลัวราชสีห์ด้วยกันทั้งนั้น
ร่างกายไม่ถือเป็นประมาณ
[๑๐๔] ในหมู่มนุษย์ก็เหมือนกัน
แม้เด็กถ้ามีปัญญาก็เป็นผู้ใหญ่ได้
ส่วนคนพาลถึงจะมีร่างกายใหญ่โตก็เป็นผู้ใหญ่ไม่ได้
เกฬิสีลชาดกที่ ๒ จบ

91
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 92 (เล่ม 27)

๓. ขันธชาดก (๒๐๓)
ว่าด้วยขันธปริตรป้องกันสัตว์ร้ายต่างๆ ได้
(ฤๅษีโพธิสัตว์สอนดาบสทั้งหลายให้เจริญเมตตาในพญางูทั้ง ๔ ว่า)
[๑๐๕] เราขอมีเมตตากับตระกูลพญางูวิรูปักษ์
เราขอมีเมตตากับตระกูลพญางูเอราปถะ
เราขอมีเมตตากับตระกูลพญางูฉัพยาบุตร
เราขอมีเมตตากับตระกูลพญางูกัณหาโคตมกะ
เราขอมีเมตตากับสัตว์ไม่มีเท้า เราขอมีเมตตากับสัตว์สองเท้า
เราขอมีเมตตากับสัตว์สี่เท้า เราขอมีเมตตากับสัตว์มีหลายเท้า
สัตว์ไม่มีเท้าอย่าได้เบียดเบียนเรา
สัตว์สองเท้าอย่าได้เบียดเบียนเรา สัตว์สี่เท้าอย่าได้เบียดเบียนเรา
สัตว์มีหลายเท้าอย่าได้เบียดเบียนเรา
ขอสรรพสัตว์ที่มีลมหายใจ
ขอสรรพสัตว์ที่ยังมีชีวิตทั้งมวลจงพบกับความเจริญ
ความชั่วช้าอย่าได้มาแผ้วพานสัตว์ตนใดตนหนึ่งเลย๑
[๑๐๖] พระพุทธเจ้ามีพระคุณหาประมาณมิได้
พระธรรมมีพระคุณหาประมาณมิได้
พระสงฆ์มีพระคุณหาประมาณมิได้
สัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย คือ งู แมงป่อง
ตะขาบ แมงมุม ตุ๊กแก หนู มีคุณพอประมาณได้
เราทำการรักษา ทำการป้องกันไว้แล้ว
ขอหมู่สัตว์ผู้มีชีวิตทั้งหลายจงหลีกไป
เรานั้นขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาค
ขอนอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง ๗ พระองค์
ขันธชาดกที่ ๓ จบ
เชิงอรรถ :
๑ ดู องฺ. จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๖๗/๑๑๑๑๑๒

92
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 93 (เล่ม 27)

๔. วีรกชาดก (๒๐๔)
ว่าด้วยกาวีรกโพธิสัตว์
(นางกาเมียของกาสวิฏฐกะไม่เห็นกาสวิฏฐกะกลับมา จึงถามกาวีรกโพธิสัตว์ว่า)
[๑๐๗] ท่านวีรกะ ท่านเห็นนกชื่อสวิฏฐกะ
ผัวข้าพเจ้าที่ร้องด้วยเสียงอันไพเราะ
มีสร้อยคอสีคล้ายสร้อยคอนกยูงบ้างไหม
(กาวีรกโพธิสัตว์กล่าวว่า)
[๑๐๘] กาสวิฏฐกะเมื่อทำตามปักษีที่มีปกติเที่ยวหากิน
ทั้งทางน้ำและทางบก กินปลาดิบอยู่เป็นนิตย์
ถูกสาหร่ายพันคอตายแล้ว
วีรกชาดกที่ ๔ จบ
๕. คังเคยยชาดก (๒๐๕)
ว่าด้วยเต่างามกว่าปลาในแม่น้ำคงคา
(เต่ากล่าวกับปลาว่า)
[๑๐๙] ปลาที่อยู่ในแม่น้ำคงคาก็งาม
ถึงปลาที่อยู่ในแม่น้ำยมุนาก็งาม
แต่สัตว์สี่เท้ามีสัณฐานกลมคล้ายต้นไทร
มีคอยื่นออกมานิดหน่อยตัวนี้สง่างามกว่าใครทั้งหมด
(ปลากล่าวว่า)
[๑๑๐] ท่านไม่ตอบเหตุที่เราถาม
ท่านถูกถามอย่างหนึ่ง กลับตอบไปเสียอีกอย่างหนึ่ง
คนที่ยกย่องตนเอง พวกเราไม่ชอบใจเลย
คังเคยยชาดกที่ ๕ จบ

93
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 94 (เล่ม 27)

๖. กุรุงคมิคชาดก (๒๐๖)
ว่าด้วยนกและเต่าช่วยกวาง
(นกสตปัตตะช่วยกวางให้พ้นจากบ่วงแล้ว จึงกล่าวว่า)
[๑๑๑] เอาเถิดเต่าเอ๋ย เจ้าจงใช้ฟันกัดบ่วงหนัง
ส่วนเราจักกระทำโดยวิธีที่นายพรานจะมาไม่ถึง
(พระศาสดาตรัสพระคาถาที่ ๒ ว่า)
[๑๑๒] เต่าก็ลงน้ำ กวางก็เข้าป่า
ส่วนนกสตปัตตะกลับมาถึงต้นไม้แล้ว
ได้พาลูกๆ หนีไปอยู่แสนไกล
กุรุงคมิคชาดกที่ ๖ จบ
๗. อัสสกชาดก (๒๐๗)
ว่าด้วยพระนางอุพพรีเทวีของพระเจ้าอัสสกะ
(พระนางอุพพรีเทวีของพระเจ้าอัสสกะสวรรคตไปเกิดเป็นหนอน ได้กล่าว
คาถาภาษามนุษย์ในท่ามกลางบริษัทว่า)
[๑๑๓] สถานที่นี้ข้าพเจ้าได้เที่ยวเล่น
กับพระเจ้าอัสสกะพระสวามีสุดที่รัก
ผู้มีพระประสงค์ตามความใคร่
[๑๑๔] ความสุขและความทุกข์เก่าๆ
ถูกความสุขและความทุกข์ใหม่ๆ ปิดบังไว้
เพราะฉะนั้น แมลงจึงเป็นที่รักของข้าพเจ้า
ยิ่งกว่าพระเจ้าอัสสกะเสียอีก
อัสสกชาดกที่ ๗ จบ

94