พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๕ อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต - หน้าที่ 364 (เล่ม 23)

ด้วยปัญญา ดูกรอาวุโส โดยนิปปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระผู้มีพระภาคตรัสบุคคลหลุดพ้น
โดยส่วนสอง ฯ
จบสูตรที่ ๔
สันทิฏฐิกสูตรที่ ๑
[๒๕๐] อุ. ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ธรรมอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเองๆ ดังนี้
ดูกรอาวุโส โดยปริยายเพียงเท่าไรหนอแล พระผู้มีพระภาคตรัสธรรมอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ฯ
อา. ดูกรอาวุโส ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ดูกรอาวุโส
โดยปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระผู้มีพระภาคตรัสธรรมอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ฯลฯ
อีกประการหนึ่ง ภิกษุ เพราะล่วงเนวสัญญานาสัญญายตนฌานโดยประการทั้งปวง
บรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธ และอาสวะทั้งหลายของเธอย่อมสิ้นไปเพราะเห็นด้วยปัญญา ดูกร
อาวุโส โดยนิปปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระผู้มี พระภาคตรัสธรรมอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ฯ
จบสูตรที่ ๕
สันทิฏฐิกสูตรที่ ๒
[๒๕๑] อุ. ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระภาคตรัสว่า นิพพานอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเองๆ ดังนี้
ดูกรอาวุโส โดยปริยายเพียงเท่าไรหนอแล พระผู้มีพระภาคตรัสนิพพานอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ฯ
อา. ดูกรอาวุโส ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ดูกรอาวุโส
โดยปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระผู้มีพระภาคตรัสนิพพานอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ฯลฯ
อีกประการหนึ่ง ภิกษุ เพราะล่วงเนวสัญญานาสัญญายตนฌานโดยประการทั้งปวง
บรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธ และอาสวะทั้งหลายของเธอย่อมสิ้นไปเพราะเห็นด้วยปัญญา ดูกร
อาวุโส โดยนิปปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระผู้มีพระภาคตรัสนิพพานอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ฯ
จบสูตรที่ ๖

364
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๕ อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต - หน้าที่ 365 (เล่ม 23)

นิพพานสูตร
[๒๕๒] อุ. ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระภาคตรัสว่า นิพพานๆ ดังนี้ ฯลฯ
จบสูตรที่ ๗
ปรินิพพานสูตร
[๒๕๓] อุ. ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ปรินิพพานๆ ดังนี้ ฯลฯ
จบสูตรที่ ๘
ตทังคสูตร
[๒๕๔] อุ. ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ตทังคนิพพานๆดังนี้ ฯลฯ
จบสูตรที่ ๙
ทิฏฐธัมมิกสูตร
[๒๕๕] อุ. ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระภาคตรัสว่าทิฏฐธรรมนิพพานดังนี้ ดูกรอาวุโส
โดยปริยายเพียงเท่าไรหนอแล พระผู้มีพระภาคตรัสทิฏฐธรรมนิพพาน ฯ
อา. ดูกรอาวุโส ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ดูกรอาวุโส
โดยปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระผู้มีพระภาคตรัสทิฏฐธรรมนิพพาน ฯลฯ

365
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๕ อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต - หน้าที่ 366 (เล่ม 23)

อีกประการหนึ่ง ภิกษุ เพราะล่วงเนวสัญญานาสัญญายตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุ
สัญญาเวทยิตนิโรธ และอาสวะทั้งหลายของเธอย่อมสิ้นไปเพราะเห็นด้วยปัญญา ดูกรอาวุโส
โดยนิปปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระผู้มีพระภาคตรัสทิฏฐธรรมนิพพาน ฯ
จบสูตรที่ ๑๐
จบปัญจาลวรรคที่ ๕
________
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปัญจาลสูตร ๒. กามเหสสูตรที่ ๑
๓. กามเหสสูตรที่ ๒ ๔. กามเหสสูตรที่ ๓
๕. สันทิฏฐิกสูตรที่ ๑ ๖. สันทิฏฐิกสูตรที่ ๒
๗. นิพพานสูตร ๘. ปรินิพพานสูตร
๙. ตทังคสูตร ๑๐. ทิฏฐธัมมิกสูตร ฯ
________

366
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๕ อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต - หน้าที่ 367 (เล่ม 23)

วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์
เขมวรรคที่ ๑
เขมสูตร
[๒๕๖] อุ. ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เขมะๆ ดังนี้ ดูกรอาวุโส โดย
ปริยายเพียงเท่าไรหนอแล พระผู้มีพระภาคตรัสเขมะ ฯ
อา. ดูกรอาวุโส ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ดูกรอาวุโส
โดยปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระผู้มีพระภาคตรัสเขมะ ฯลฯ
อีกประการหนึ่ง ภิกษุ เพราะล่วงเนวสัญญานาสัญญายตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุ
สัญญาเวทยิตนิโรธ และอาสวะทั้งหลายของเธอย่อมสิ้นไป เพราะเห็นด้วยปัญญา ดูกรอาวุโส
โดยนิปปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระผู้มีพระภาคตรัสเขมะ ฯ
จบสูตรที่ ๑
เขมปัตตสูตร
[๒๕๗] อุ. ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เขมปัตตะๆ[ผู้บรรลุธรรมอันเกษม]
ดังนี้ ฯลฯ
จบสูตรที่ ๒
อมตสูตร
[๒๕๘] อุ. ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระภาคตรัสว่า อมตะๆ ดังนี้ ฯลฯ
จบสูตรที่ ๓

367
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๕ อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต - หน้าที่ 368 (เล่ม 23)

อมตปัตตสูตร
[๒๕๙] อุ. ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระภาคตรัสว่า อมตปัตตะๆ[ผู้บรรลุอมตธรรม]
ดังนี้ ฯลฯ
จบสูตรที่ ๔
อภยสูตร
[๒๖๐] อุ. ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระภาคตรัสว่า อภยะๆ ดังนี้ ฯลฯ
จบสูตรที่ ๕
อภยปัตตสูตร
[๒๖๑] อุ. ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระภาคตรัสว่า อภยปัตตะๆ (ผู้บรรลุธรรมอันไม่มี
ภัย) ดังนี้ ฯลฯ
จบสูตรที่ ๖
ปัสสัทธิสูตร
[๒๖๒] อุ. ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ปัสสัทธิๆ ดังนี้ ฯลฯ
จบสูตรที่ ๗

368
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๕ อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต - หน้าที่ 369 (เล่ม 23)

อนุปุพพปัสสัทธิสูตร
[๒๖๓] อุ. ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระภาคตรัสว่า อนุปุพพปัสสัทธิๆดังนี้ ฯลฯ
จบสูตรที่ ๘
นิโรธสูตร
[๒๖๔] อุ. ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระภาคตรัสว่า นิโรธๆ ดังนี้ ฯลฯ
จบสูตรที่ ๙
อนุปุพพนิโรธสูตร
[๒๖๕] อุ. ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระภาคตรัสว่า อนุปุพพนิโรธๆ ดังนี้ ดูกรอาวุโส
โดยปริยายเพียงเท่าไรหนอแล พระผู้มีพระภาคตรัสอนุปุพพนิโรธ ฯ
อา. ดูกรอาวุโส ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ดูกรอาวุโส
โดยปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระผู้มีพระภาคตรัสอนุปุพพนิโรธ ฯลฯ
อีกประการหนึ่ง ภิกษุ เพราะล่วงเนวสัญญานาสัญญายตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุ
สัญญาเวทยิตนิโรธ และอาสวะทั้งหลายของเธอย่อมสิ้นไปเพราะเห็นด้วยปัญญา ดูกรอาวุโส
โดยนิปปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระผู้มีพระภาคตรัสอนุปุพพนิโรธ ฯ
จบสูตรที่ ๑๐

369
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๕ อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต - หน้าที่ 370 (เล่ม 23)

ธรรมปหายภัพพสูตร
[๒๖๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุยังละธรรม ๙ ประการไม่ได้แล้ว เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะ
กระทำให้แจ้งอรหัต ธรรม ๙ ประการเป็นไฉน คือ ราคะ ๑โทสะ ๑ โมหะ ๑ โกธะ ๑
อุปนาหะ ๑ มักขะ ๑ ปลาสะ ๑ อิสสา ๑มัจฉริยะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุยังละธรรม ๙
ประการนี้แลไม่ได้แล้ว ก็เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะกระทำให้แจ้งซึ่งอรหัต ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุละธรรม ๙ ประการได้แล้ว เป็นผู้ควรเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอรหัต
ธรรม ๙ ประการเป็นไฉน คือ ราคะ ๑ โทสะ ๑โมหะ ๑ โกธะ ๑ อุปนาหะ ๑ มักขะ ๑
ปลาสะ ๑ อิสสา ๑ มัจฉริยะ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุละธรรม ๙ ประการนี้แลได้แล้ว ก็
เป็นผู้ควรเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอรหัต ฯ
จบสูตรที่ ๑๑
จบเขมวรรคที่ ๑
_______
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. เขมสูตร ๒. เขมปัตตสูตร
๓. อมตสูตร ๔. อมตปัตตสูตร
๕. อภยสูตร ๖. อภยปัตตสูตร
๗. ปัสสัทธิสูตร ๘. อนุปุพพปัสสัทธิสูตร
๙. นิโรธสูตร ๑๐. อนุปุพพนิโรธสูตร
๑๑. ธรรมปหายภัพพสูตร ฯ
________

370
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๕ อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต - หน้าที่ 371 (เล่ม 23)

สติปัฏฐานวรรคที่ ๒
สิกขาสูตร
[๒๖๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุเครื่องให้สิกขาทุรพล ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน
คือ ปาณาติบาต ๑ อทินนาทาน ๑ กาเมสุมิจฉาจาร ๑มุสาวาท ๑ สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุเครื่องให้สิกขาทุรพล ๕ ประการนี้แล ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ เพื่อละเหตุเครื่องให้สิกขาทุรพล
๕ ประการนี้แล สติปัฏฐาน ๔ เป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณา
เห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะมีสติ พึงกำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย
พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายอยู่ ฯลฯ พิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ฯลฯ พิจารณาเห็นธรรม
ในธรรมทั้งหลายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ พึงกำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ เพื่อละเหตุเครื่องให้สิกขาทุรพล ๕
ประการนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๑
นิวรณสูตร
[๒๖๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิวรณ์ ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ กาม
ฉันทนิวรณ์ ๑ พยาปาทนิวรณ์ ๑ ถีนมิทธนิวรณ์ ๑ อุทธัจจกุกกุจจนิวรณ์ ๑วิจิกิจฉานิวรณ์ ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิวรณ์ ๕ ประการนี้แล ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ เพื่อละนิวรณ์ ๕ ประการนี้แล
สติปัฏฐาน ๔ เป็นไฉน ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ เพื่อละ
นิวรณ์ ๕ ประการนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๒

371
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๕ อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต - หน้าที่ 372 (เล่ม 23)

กามคุณสูตร
[๒๖๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ รูปที่จะ
พึงรู้แจ้งด้วยจักษุ อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เป็นที่รักยั่วยวน ชวนให้กำหนัด เสียง
ที่จะพึงรู้แจ้งด้วยหู ฯลฯ กลิ่นที่จะพึงรู้แจ้งด้วยจมูก ฯลฯ รสที่จะพึงรู้แจ้งด้วยลิ้น ฯลฯ โผฏฐัพพะ
ที่จะพึงรู้แจ้งด้วยกาย อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เป็นที่รัก ยั่วยวน ชวนให้กำหนัด
ดูกรภิกษุทั้งหลายกามคุณ ๕ ประการนี้แล ฯลฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ เพื่อละกามคุณ ๕ ประการนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๓
อุปาทานขันธสูตร
[๒๗๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุปาทานขันธ์ ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ
รูปูปาทานักขันธ์ ๑ เวทนูปาทานักขันธ์ ๑ สัญญูปาทานักขันธ์ ๑ สังขารูปาทานักขันธ์ ๑
วิญญาณูปาทานักขันธ์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายอุปาทานขันธ์ ๕ ประการนี้แล ฯลฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ เพื่อละ อุปาทานักขันธ์ ๕
ประการนี้และ ฯ
จบสูตรที่ ๔
โอรัมภาคิยสูตร
[๒๗๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย โอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการนี้แล ๕ ประการเป็นไฉน
คือ สักกายทิฏฐิ ๑ วิจิกิจฉา ๑ สีลัพพตปรามาส ๑กามฉันทะ ๑ พยาบาท ๑ ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย โอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการนี้แล ฯลฯ

372
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๕ อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต - หน้าที่ 373 (เล่ม 23)

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ เพื่อละโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕
ประการนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๕
คติสูตร
[๒๗๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย คติ ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือนรก ๑ กำเนิด
สัตว์ดิรัจฉาน ๑ เปรตวิสัย ๑ มนุษย์ ๑ เทวดา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คติ ๕ ประการนี้แล ฯลฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ เพื่อละคติ ๕ ประการนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๖
มัจฉริยสูตร
[๒๗๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย มัจฉริยะ ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉนคือ อาวาส
มัจฉริยะ (ตระหนี่ที่อยู่) ๑ กุลมัจฉริยะ (ตระหนี่ตระกูล) ๑ ลาภมัจฉริยะ (ตระหนี่ลาภ) ๑
วรรณมัจฉริยะ (ตระหนี่วรรณะ) ๑ ธรรมมัจฉริยะ(ตระหนี่ธรรม) ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย มัจฉริยะ
๕ ประการนี้แล ฯลฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ เพื่อละมัจฉริยะ ๕ ประการนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๗
อุทธัมภาคิยสูตร
[๒๗๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุทธัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน
คือ รูปราคะ ๑ อรูปราคะ ๑ มานะ ๑ อุทธัจจะ ๑อวิชชา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุทธัม
ภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการนี้แล ฯลฯ

373