พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 466 (เล่ม 41)

[๑๕๓๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียะ จบ
[๑๕๔๐] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๙
ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๙
ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๑
ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๓
ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๙

466
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 467 (เล่ม 41)

ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓
ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ฯลฯ
ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๕
ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๓
ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๙
ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๙
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓๑
ปัจจนียานุโลม จบ
ปริตตัตติกะที่ ๑๒ จบ
————–
ปริตตารัมมณัตติกะ
ปฏิจจวาร
[๑๕๔๑] ปริตตารัมมณธรรม อาศัยปริตตารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ
ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๑๕๔๒] มหัคคตารัมมณธรรม อาศัยมหัคคตารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ
ปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ
มหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ

467
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 468 (เล่ม 41)

[๑๕๔๓] อัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยอัปปมาณารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๑๕๔๔] ปริตตารัมมณธรรม อาศัยปริตตารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณ
ปัจจัย เพราะอธิปติปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย
[๑๕๔๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๓
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๓ ฯลฯ
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๓
พึงนับอย่างนี้
อนุโลม จบ
[๑๕๔๖] ปริตตารัมมณธรรม อาศัยปริตตารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
[๑๕๔๗] มหัคคตารัมมณธรรม อาศัยมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
[๑๕๔๘] อัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ

468
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 469 (เล่ม 41)

[๑๕๔๙] ปริตตารัมมณธรรม อาศัยปริตตารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
อธิปติปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๕๕๐] มหัคคตารัมมณธรรม อาศัยมหัคคตารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
อธิปติปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๕๕๑] อัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่
เพราะอธิปติปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๑๕๕๒] ปริตตารัมมณธรรม อาศัยปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ
ปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๕๕๓] มหัคคตารัมมณธรรม อาศัยมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ
ปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย ในมหัคคตารัมมณ ปฏิสนธิ ไม่มี
[๑๕๕๔] อัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่
เพราะปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย เหมือนกับ ไม่ใช่เพราะ
อธิปติปัจจัย
[๑๕๕๕] ปริตตารัมมณธรรม อาศัยปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะกัมม
ปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นปริตตารัมมณธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม

469
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 470 (เล่ม 41)

[๑๕๕๖] มหัคคตารัมมณธรรม อาศัยมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ
กัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม
[๑๕๕๗] อัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่
เพราะกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม
[๑๕๕๘] ปริตตารัมมณธรรม อาศัยปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ
วิปากปัจจัย ปฏิสนธิ ไม่มี
ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ใน
อเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๑๕๕๙] มหัคคตารัมมณธรรม อาศัยมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ
มัคคปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๑๕๖๐] อัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่
เพราะมัคคปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๑๕๖๑] ปริตตารัมมณธรรม อาศัยปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ
วิปปยุตตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ
[๑๕๖๒] มหัคคตารัมมณธรรม อาศัยมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ
วิปปยุตตปัจจัย

470
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 471 (เล่ม 41)

คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ
[๑๕๖๓] อัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่
เพราะวิปปยุตตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๑๕๖๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๓ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๓
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียะ จบ
[๑๕๖๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
พึงนับอย่างนี้
อนุโลมปัจจนียะ จบ

471
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 472 (เล่ม 41)

[๑๕๖๖] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียานุโลม จบ

472
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 473 (เล่ม 41)

ปฏิจจวาร จบ
สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือน
กับ ปฏิจจวาร
ปัญหาวาร
[๑๕๖๗] ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดย
เหตุปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ เหตุทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
[๑๕๖๘] มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๕๖๙] อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมธรรม โดยเหตุ
ปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
โดยเหตุปัจจัย
[๑๕๗๐] ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ
ปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมแล้วพิจารณากุศลกรรมนั้น
พิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน
พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม พิจารณากิเลสที่ข่ม
แล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน

473
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 474 (เล่ม 41)

พิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม และปริตตธรรม โดยความเป็นของ
ไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภ
ขันธ์นั้น ราคะที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เกิดขึ้น โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นปริตตารัมมณธรรม โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม และปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ
แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดย
อารัมมณปัจจัย
[๑๕๗๑] ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ
ปัจจัย
คือ บุคคลพิจารณาทิพพจักขุ พิจารณาทิพพโสตธาตุ พิจารณาอิทธิวิธญาณ ที่เป็นปริตตา
รัมมณธรรม เจโตปริยญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ
พิจารณาอนาคตังสญาณ
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม และมหัคคตธรรม โดยความ
เป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็นมหัคคตา
รัมมณธรรม ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นปริตตารัมมณธรรมและมหัคคตธรรม
โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม และมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ
แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๕๗๒] มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ
ปัจจัย
คือ ฯลฯ พิจารณาวิญญานัญจายตนะ พิจารณาเนวสัญญานาสัญญายตนะ พิจารณา
มหัคคตารัมมณธรรม เจโตปริยญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมุปคญาณ
ฯลฯ พิจารณาอนาคตังสญาณ

474
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 475 (เล่ม 41)

บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และมหัคคตธรรม โดย
ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ
โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และมหัคคต
ธรรม โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ
แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดย
อารัมมณปัจจัย
[๑๕๗๓] มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ
ปัจจัย
คือ บุคคลพิจารณาปฐมฌานปัจจเวกขณะ พิจารณาเนวสัญญานาสัญญายตนปัจจเวก
ขณะ พิจารณาทิพพจักขุปัจจเวกขณะ พิจารณาทิพพโสตธาตุปัจจเวกขณะ อิทธิวิธญาณ ฯลฯ
เจโตปริยญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสนุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ พิจารณาอนาคตัง
สญาณปัจจเวกขณะ
พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม พิจารณากิเลสที่
ข่มแล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และปริตตธรรม โดย
ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็น
ปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และปริตตธรรม
โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ
แก่ปุพเพนิวาสนุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณแก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณ
ปัจจัย

475