พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 456 (เล่ม 41)

มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
โดยกัมมปัจจัย
ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นมหัคคตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย
[๑๔๙๖] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดย
กัมมปัจจัย
ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย
โดยกัมมปัจจัย
[๑๔๙๗] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม และมหัคคตธรรม โดยกัมม
ปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และกฏัตตา
รูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็น
มหัคคตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย

456
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 457 (เล่ม 41)

[๑๔๙๘] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม โดยกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่
เป็นอัปปมาณธรรม ซึ่งเป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย
[๑๔๙๙] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
[๑๕๐๐] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม และอัปปมาณธรรม โดย
กัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
[๑๕๐๑] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยวิปากปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐาน
รูปทั้งหลาย โดยวิปากปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปากปัจจัย
[๑๕๐๒] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยวิปากปัจจัย มีหัวข้อ
ปัจจัย ๓ พึงกระทำ ปวัตติ ปฏิสนธิ
[๑๕๐๓] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม โดยวิปากปัจจัย มี ๓ นัย
พึงกระทำ ปวัตติ อย่างเดียว
[๑๕๐๔] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัย
โดย อินทริยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ฌานปัจจัย เป็นปัจจัยโดย มัคคปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
สัมปยุตตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย วิปปยุตตปัจจัย

457
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 458 (เล่ม 41)

มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดย
วิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดย
วิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยวิปปยุตตปัจจัย
กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นปริตตธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน
โดยวิปปยุตตปัจจัย
[๑๕๐๕] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
มหัคคตธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม
โดยวิปปยุตตปัจจัย
[๑๕๐๖] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัปปมาณ
ธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
[๑๕๐๗] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน
รูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย

458
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 459 (เล่ม 41)

ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิด
ก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย
[๑๕๐๘] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน
รูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิด
ก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย
[๑๕๐๙] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตต
สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยอัตถิปัจจัย หทัยวัตถุเป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ
ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่จักขุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่
เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะ เกิดขึ้น โทมนัส
เกิดขึ้น
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
โดยอัตถิปัจจัย จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย กายายตนะ เป็นปัจจัย
แก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิด
ก่อน โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็น
ปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
[๑๕๑๐] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยอัตถิปัจจัย

459
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 460 (เล่ม 41)

มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
มหัคคตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
[๑๕๑๑] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณ
ธรรม โดยอัตถิปัจจัย
[๑๕๑๒] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิ
ขณะ ฯลฯ
[๑๕๑๓] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย
โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิด
ก่อน โดยอัตถิปัจจัย
[๑๕๑๔] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม และมหัคคตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๕๑๕] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓

460
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 461 (เล่ม 41)

[๑๕๑๖] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิด
ก่อน โดยอัตถิปัจจัย
[๑๕๑๗] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม และอัปปมาณธรรม โดย
อัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
โดยอัตถิปัจจัย
[๑๕๑๘] ปริตตธรรม และอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอัตถิ
ปัจจัย
มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณธรรม และกวฬิงการาหาร
เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณธรรม และรูปชีวิตินทรีย์ เป็น
ปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
[๑๕๑๙] ปริตตธรรม และอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม โดย
อัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์
๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ

461
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 462 (เล่ม 41)

[๑๕๒๐] ปริตตธรรม และมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอัตถิ
ปัจจัย
มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นมหัคคตธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นมหัคคตธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่
กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม และกวฬิงการาหาร เป็น
ปัจจัยแก่กายนี้
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม และรูปชีวิตินทรีย์ เป็น
ปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
[๑๕๒๑] ปริตตธรรม และมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยอัตถิ
ปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ ฯลฯ
เป็นปัจจัยโดยนัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย
[๑๕๒๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๗
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๗
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๙
ในสมนันตรปัจจัย มี ” ๙

462
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 463 (เล่ม 41)

ในสหชาตปัจจัย มีวาระ ๑๑
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๗
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๑๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ” ๙
ในปุเรชาตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี ” ๔
ในกัมมปัจจัย มี ” ๗
ในวิปากปัจจัย
ในอาหารปัจจัย
ในอินทริยปัจจัย
ในฌานปัจจัย
ในมัคคปัจจัย มีวาระ ๗
ในสัมปยุตตปัจจัย มี ” ๓
ในวิปปยุตตปัจจัย มี ” ๕
ในอัตถิปัจจัย มี ” ๑๓
ในนัตถิปัจจัย มี ” ๙
ในวิคตปัจจัย มี ” ๙
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๑๓
พึงนับอย่างนี้
อนุโลม จบ
[๑๕๒๓] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย
โดย สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปุเรชาตปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดย ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย กัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อาหารปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดย อินทริยปัจจัย

463
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 464 (เล่ม 41)

[๑๕๒๔] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดย สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปุเรชาตปัจจัย
[๑๕๒๕] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดย ปุเรชาตปัจจัย
[๑๕๒๖] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดย สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย
[๑๕๒๗] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดย สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปัจฉาชาตปัจจัย
เป็นปัจจัยโดย กัมมปัจจัย
[๑๕๒๘] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๕๒๙] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม และมหัคคตธรรม โดย
สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย กัมมปัจจัย
[๑๕๓๐] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย
[๑๕๓๑] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดย สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปัจฉาชาตปัจจัย
[๑๕๓๒] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย
[๑๕๓๓] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม และอัปปมาณธรรม โดย
สหชาตปัจจัย
[๑๕๓๔] ปริตตธรรม และอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม ฯลฯ
มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย
[๑๕๓๕] ปริตตธรรม และอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม ฯลฯ
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต

464
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 465 (เล่ม 41)

[๑๕๓๖] ปริตตธรรม และมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม ฯลฯ
มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย
[๑๕๓๗] ปริตตธรรม และมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม ฯลฯ
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
[๑๕๓๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๑๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มีวาระ ๑๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย มี ” ๑๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี ” ๑๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย มี ” ๑๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี ” ๑๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๑๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๑๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มีวาระ ๑๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี ” ๑๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๑๐
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย มี ” ๑๐
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี ” ๑๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี ” ๑๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี ” ๑๐
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียะ จบ

465