พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 356 (เล่ม 41)

มรรคของพระเสกขบุคคล เป็นปัจจัยแก่อัตถปฏิสัมภิทา แก่ธัมมปฏิสัมภิทา แก่นิรุตติ
ปฏิสัมภิทา แก่ปฏภาณปฏิสัมภิทา โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๑๑๘] อปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ พระอรหันต์เข้าไปอาศศัยมรรคแล้ว ยังกิริยาสมาบัติ
ที่ยังไม่เกิดขึ้นให้เกิดขึ้น เข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ฐานาฐานโกสัลละ โดย
อุปนิสสยปัจจัย มรรค เป็นปัจจัยแก่ผลสมบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๑๑๙] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิ
ธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยสุขทางกาย แล้วกระทำตนให้
เดือดร้อน ให้เร่าร้อน ย่อมได้ทุกข์ มีการแสวงหาเป็นมูล
บุคคลเข้าไปอาศัยทุกข์ทางกาย ฯลฯ ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ แล้วกระทำ
ตนให้เดือดร้อน ให้เร่าร้อน
สุขทางกาย ฯลฯ ทุกข์ทางกาย ฯลฯ ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัย
แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
พระอรหันต์เข้าไปอาศัยสุขทางกายแล้ว ยังกิริยาสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น ฯลฯ
พิจารณาเห็นแจ้ง เข้าไปอาศัยทุกข์ทางกาย ฯลฯ ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ
พิจารณาเห็นแจ้ง
[๑๑๒๐] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจยคามิธรรม โดย
อุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยสุขทางกาย ให้ทาน ฯลฯ
ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ทำลายสงฆ์

356
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 357 (เล่ม 41)

บุคคลเข้าไปอาศัยทุกข์ทางกาย ฯลฯ ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะแล้ว ให้ทาน
ฯลฯ ทำลายสงฆ์
สุขทางกาย ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอาจยคามิธรรม แก่ปัญญา แก่
ราคะ แก่ความปรารถนา โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๑๒๑] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อปจยคามิธรรม โดย
อุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสย ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่บุคคลเข้าไปอาศัยสุขทางกายแล้วยังมรรคให้เกิดขึ้น
บุคคลเข้าไปอาศัยทุกข์ทางกาย ฯลฯ เสนาสนะ ยังมรรคให้เกิดขึ้น
สุขทางกาย ฯลฯ ทุกข์ทางกาย ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอุปนิสสย
ปัจจัย
[๑๑๒๒] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิ
ธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
ที่เป็น อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ พระอรหันต์พิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดย
ความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา
เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสธาตุ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
โดยปุเรชาตปัจจัย
ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็น
ปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม
โดยปุเรชาตปัจจัย
[๑๑๒๓] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจยคามิธรรม โดย
ปุเรชาตปัจจัย

357
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 358 (เล่ม 41)

มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
ที่เป็น อารัมมณปุเรชาต ได้แก่พระเสกขบุคคล หรือปุถุชนพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ
หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนันตา ย่อมยินดี ย่อม
เพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะเกิดขึ้น โทมนัสเกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม
โดยปุเรชาตปัจจัย
[๑๑๒๔] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อปจยคามิธรรม โดย
ปุเรชาตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ วัตถุปุเรชาต ได้แก่หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อปจยคามิธรรม โดยปุเรชาติปัจจัย
[๑๑๒๕] อาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม โดย
ปัจฉาชาตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่
กายนี้ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย
[๑๑๒๖] อปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม โดย
ปัจฉาชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรมที่เกิดขึ้นภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน
โดยปัจฉาชาตปัจจัย
[๑๑๒๗] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิ
ธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรมที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กาย
นี้ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย
[๑๑๒๘] อาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจยคามิธรรม โดยอาเสวนปัจจัย

358
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 359 (เล่ม 41)

คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อาจยคามิธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย
อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน โดยอาเสวนปัจจัย
[๑๑๒๙] อปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อปจยคามิธรรม โดยอาเสวนปัจจัย
คือ โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอาเสวนปัจจัย
[๑๑๓๐] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิ
ธรรม ฯลฯ
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจายคามินาปจยคามิธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์
ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย
[๑๑๓๑] อาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจยคามิธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
[๑๑๓๒] อาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจคามินาปจยคามิธรรม โดย
กัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
ที่เป็น สหชาต ได้แก่เจตนาที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย
ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่เจตนาที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ และ
กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
[๑๑๓๓] อาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินา
ปจยคามิธรรม ฯลฯ
คือ เจตนาที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
[๑๑๓๔] อปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อปจยคามิธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย

359
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 360 (เล่ม 41)

[๑๑๓๕] อปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม โดย
กัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
ที่เป็น สหชาต ได้แก่เจตนาที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย
ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่เจตนาที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ทั้งหลาย
โดยกัมมปัจจัย
[๑๑๓๖] อปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อปจยคามิธรรม และเนวาจยคามินา
ปจยคามิธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
[๑๑๓๗] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิ
ธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต
สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และกฏัตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
[๑๑๓๘] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิ
ธรรม โดยวิปากปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปากปัจจัย
[๑๑๓๙] อาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจยคามิธรรม โดยอาหารปัจจัย เป็น
ปัจจัย โดยอินทริยปัจจัย เป็นปัจจัย โดยฌานปัจจัย เป็นปัจจัย โดยมัคคปัจจัย เป็น
ปัจจัย โดยสัมปยุตตปัจจัย

360
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 361 (เล่ม 41)

[๑๑๔๐] อาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม โดย
วิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิด
ก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย
[๑๑๔๑] อปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม โดย
วิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ขันทธ์ทั้งหลายที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่
เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย
[๑๑๔๒] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิ
ธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตา
รูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปปยุตตปัจจัย
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย

361
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 362 (เล่ม 41)

ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัย
แก่กายนี้ที่เกิดก่อน
[๑๑๔๓] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจยคามิธรรม โดย
วิปปยุตตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิ
ธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
[๑๑๔๔] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อปจยคามิธรรม โดย
วิปปยุตตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอปจยคามิ
ธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
[๑๑๔๕] อาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจยคามิธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
[๑๑๔๖] อาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม โดยอัตถิ
ปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่
เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย
[๑๑๔๗] อาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจย
คามิธรรม โดยอัตถิปัจจัย

362
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 363 (เล่ม 41)

คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
อปจยคามิธรรม ฯลฯ มี ๓ นัย พึงกระทำโดยนัยแห่งอาจยคามิธรรม
[๑๑๔๘] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิ
ธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริยะ
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์
๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยอัตถิปัจจัย หทัยวัตถุ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป
ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ
ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่พระอรหันต์พิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็น
ของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา
เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฯลน ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
จักขาจตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัย
แก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ รูปชีวิตินทรีย์ เป็น
ปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย
[๑๑๔๙] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจยคามิธรรม โดยอัตถิ
ปัจจัย

363
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 364 (เล่ม 41)

มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ พระเสกขบุคคล หรือปุถุชนพิจารณาเห็นจักขุ
โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
เพราะปรารภจักขุนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
โสตะ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี
ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภโสตะเป็นต้นนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยวทิพพจักขุ ฯลฯ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรรม โดยอัตถิปัจจัย
[๑๑๕๐] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อปจยคามิธรรม โดยอัตถิ
ปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แห่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อปจยคามิธรรม โดยอัตถิปัจจัย
[๑๑๕๑] อาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจย
คามิธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๑๑๕๒] อาจยคามิธรรม และเนวาจยคมินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่
เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริยะ
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรมและกวฬิงการาหาร เป็น
ปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย

364
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 365 (เล่ม 41)

ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม และรูปชีวิตินทรีย์ เป็น
ปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
[๑๑๕๓] อปจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่
อปจยคามิธรรม โดยอัตถิปัจจัย พึงกระทำเป็นหัวข้อปัจจัย ๒ ตามนัยที่ได้แสดงมาแล้ว
เป็นปัจจัยโดย นัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดย วิคตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อวิคตปัจจัย
[๑๑๕๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๗
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๑๐
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๖
ในสมนันตรปัจจัย มี ” ๖
ในสหชาตปัจจัย มี ” ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๓
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๑๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ” ๙
ในปุเรชาตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี ” ๓
ในกัมมปัจจัย มี ” ๗
ในวิปากปัจจัย มี ” ๑
ในอาหารปัจจัย มี ” ๗
ในอินทริยปัจจัย มี ” ๗
ในฌานปัจจัย มี ” ๗
ในมัคคปัจจัย มี ” ๗
ในสัมปยุตตปัจจัย มี ” ๓

365