มรรคของพระเสกขบุคคล เป็นปัจจัยแก่อัตถปฏิสัมภิทา แก่ธัมมปฏิสัมภิทา แก่นิรุตติ
ปฏิสัมภิทา แก่ปฏภาณปฏิสัมภิทา โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๑๑๘] อปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ พระอรหันต์เข้าไปอาศศัยมรรคแล้ว ยังกิริยาสมาบัติ
ที่ยังไม่เกิดขึ้นให้เกิดขึ้น เข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ฐานาฐานโกสัลละ โดย
อุปนิสสยปัจจัย มรรค เป็นปัจจัยแก่ผลสมบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๑๑๙] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิ
ธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยสุขทางกาย แล้วกระทำตนให้
เดือดร้อน ให้เร่าร้อน ย่อมได้ทุกข์ มีการแสวงหาเป็นมูล
บุคคลเข้าไปอาศัยทุกข์ทางกาย ฯลฯ ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ แล้วกระทำ
ตนให้เดือดร้อน ให้เร่าร้อน
สุขทางกาย ฯลฯ ทุกข์ทางกาย ฯลฯ ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัย
แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
พระอรหันต์เข้าไปอาศัยสุขทางกายแล้ว ยังกิริยาสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น ฯลฯ
พิจารณาเห็นแจ้ง เข้าไปอาศัยทุกข์ทางกาย ฯลฯ ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ
พิจารณาเห็นแจ้ง
[๑๑๒๐] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจยคามิธรรม โดย
อุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยสุขทางกาย ให้ทาน ฯลฯ
ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ทำลายสงฆ์