พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้วที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม พิจารณากิเลสที่ข่ม
แล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง
โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ย่อมยินดี ย่อม
เพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
วิจิกิจฉา เกิดขึ้น อุทธัจจะ เกิดขึ้น
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม โดยเจโตปริยญาณ
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ โดยอารัมมณปัจจัย อากิญ
จัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ โดยอารัมมณปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ
แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดย
อารัมมณปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขา
สหคตธรรม เกิดขึ้น
[๔๙๓] อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปีติสหคตธรรม ฯลฯ
เป็นปัจจัยแก่สุขสหคตธรรม ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
แล้วพิจารณากุศลกรรมนั้นด้วยจิตที่เป็นปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม
บุคคลออกจากฌานที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ออกจากมรรค ออกจากผลแล้ว พิจารณา
กุศลกรรมนั้นด้วยจิตที่เป็นปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้วที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม พิจารณากิเลส
ที่ข่มแล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ด้วยที่เป็นปีติสหคตธรรม และสุข
สหคตธรรม