พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 146 (เล่ม 41)

ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ ที่เป็นปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม อาศัยขันธ์ ๑
ที่เป็นปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒
เหตุปัจจัย จบ.
[๔๖๙] ปีติสหคตธรรม อาศัยปีติสหคตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
เพราะอธิปติปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ไม่มี
เพราะ อนันตรปัจจัย เพราะ สมนันตรปัจจัย เพราะ สหชาตปัจจัย เพราะ อัญญ
มัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะ อุปนิสสยปัจจัย เพราะ ปุเรชาตปัจจัย ในปุเรชาต
ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ไม่มี
เพราะ อาเสวนปัจจัย ในอาเสวนปัจจัย วิบาก ไม่มี
เพราะ กัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย เพราะ อาหารปัจจัย ฯลฯ เพราะ อินทริย
ปัจจัย เพราะ ฌานปัจจัย เพราะ มัคคปัจจัย เพราะ สัมปยุตตปัจจัย เพราะ วิปปยุตตปัจจัย
เพราะ อัตถิปัจจัย เพราะ นัตถิปัจจัย เพราะ วิคตปัจจัย เพราะ อวิคตปัจจัย
มาติกา จบ.
[๔๗๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๐
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๑๐
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๑๐
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๑๐
ในสมนันตรปัจจัย มี ” ๑๐
ในสหชาตปัจจัย มี ” ๑๐
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๑๐
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๑๐
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ” ๑๐

146
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 147 (เล่ม 41)

ในปุเรชาตปัจจัย มีวาระ ๑๐
ในอาเสวนปัจจัย มี ” ๑๐
ในกัมมปัจจัย มี ” ๑๐
ในวิปากปัจจัย มี ” ๑๐
ในอาหารปัจจัย มี ” ๑๐
ในอินทริยปัจจัย มี ” ๑๐
ในฌานปัจจัย มี ” ๑๐
ในมัคคปัจจัย มี ” ๑๐
ในสัมปยุตตปัจจัย มี ” ๑๐
ในวิปปยุตตปัจจัย มี ” ๑๐
ในอัตถิปัจจัย มี ” ๑๐
ในนัตถิปัจจัย มี ” ๑๐
ในวิคตปัจจัย มี ” ๑๐
ในอวิคตปัจจัย มีวาระ ๑๐ ทั้งหมด
การนับอนุโลม พึงนับอย่างนี้
อนุโลม จบ.
[๔๗๑] ปีติสหคตธรรม อาศัยปีติสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปีติสหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒
สุขสหคตธรรม อาศัยปีติสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ ที่เป็นสุขสหคตธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปีติสหคตธรรม ซึ่งเป็น
อเหตุกะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒
ปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม อาศัยปีติสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
เหตุปัจจัย

147
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 148 (เล่ม 41)

คือ ขันธ์ ๓ ที่เป็นปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปีติ
สหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒
[๔๗๒] สุขสหคตธรรม อาศัยสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสุขสหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒
ปีติสหคตธรรม อาศัยสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ ที่เป็นปีติสหคตธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสุขสหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ
ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒
ปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม อาศัยสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ ที่เป็นปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสุข
สหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒
[๔๗๓] อุเบกขาสหคตธรรม อาศัยอุเบกขาสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๑ อาศัย
ขันธ์ ๒
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ขันธ์ ๑
อาศัยขันธ์ ๒
โมหะ ที่สหคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคต
ด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
[๔๗๔] ปีติสหคตธรรม อาศัยปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ ที่เป็นปีติสหคตธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปีติสหคตธรรม และสุข
สหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒

148
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 149 (เล่ม 41)

สุขสหคตธรรม อาศัยปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ ที่เป็นสุขสหคตธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปีติสหคตธรรม และสุข
สหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒
ปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม อาศัยปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม
เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ ที่เป็นปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปีติ
สหคตธรรม และสุขสหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒
[๔๗๕] ปีติสหคตธรรม อาศัยปีติสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย
ที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ พึงใส่ให้เต็ม
ที่ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย พึงกำหนดว่าในอรูป และในปฏิสนธิขณะด้วย
ฯลฯ ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย
ปีติสหคตธรรม อาศัยปีติสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นปีติสหคตธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม
สุขสหคตธรรม อาศัยปีติสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นสุขสหคตธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม
หัวข้อปัจจัย ๑๐ พึงให้พิสดารโดยเหตุนี้
ปีติสหคตธรรม อาศัยปีติสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย ฯลฯ
พึงใส่ให้เต็ม ปฏิสนธิ ไม่มี
[๔๗๖] สุขสหคตธรรม อาศัยสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ที่เป็นสุขสหคตธรรม ขันธ์ ๑
อาศัยขันธ์ ๒
[๔๗๗] อุเบกขาสหคตธรรม อาศัยอุเบกขาสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
ฌานปัจจัย

149
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 150 (เล่ม 41)

คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒
ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย เหมือนกับไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย โมหะ ไม่มี
ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย พึงใส่ให้เต็ม ต่อรูปปัญหาเท่านั้น
[๔๗๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๐
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๑๐
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มีวาระ ๑๐
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๑๐
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๑๐
ปัจจนียะ พึงกระทำให้บริบูรณ์
ปัจจนียะ จบ.
[๔๗๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๐
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๐
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๐
อนุโลมปัจจนียะ พึงนับโดยพิสดาร
อนุโลมปัจจนียะ จบ.

150
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 151 (เล่ม 41)

[๔๘๐] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๐
ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๐
ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๐
ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ
ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ
ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ
ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ
ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ
ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ
ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ
ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ
ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ
ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๐ ทั้งหมด
ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑
ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๐
ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ
ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ
ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ
ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๐ ทั้งหมด
ปัจจนียานุโลม จบ.
ปฏิจจวาร จบ.

151
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 152 (เล่ม 41)

สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี
สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับ ปฏิจจวาร
————
ปัญหาวาร
[๔๘๑] ปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปีติสหคตธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุ
ปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ เหตุทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
[๔๘๒] ปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สุขสหคตธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
สุขสหคตธรรม โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๔๘๓] ปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม โดย
เหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
ปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๔๘๔] สุขสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สุขสหคตธรรม ฯลฯ
เป็นปัจจัยแก่ปีติสหคตธรรม ฯลฯ
เป็นปัจจัยแก่ปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม ฯลฯ
ในสุขมูละ มี ๓ นัย
[๔๘๕] อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

152
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 153 (เล่ม 41)

[๔๘๖] ปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปีติสหคตธรรม ฯลฯ
เป็นปัจจัยแก่สุขสหคตธรรม ฯลฯ
เป็นปัจจัยแก่ปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๔๘๗] ปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปีติสหคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมด้วยจิตที่เป็นปีติสหคตธรรมแล้ว
พิจารณากุศลกรรมนั้นด้วยจิตที่เป็นปีติสหคตธรรม
บุคคลออกจากฌานที่เป็นปีติสหคตธรรม ออกจากมรรค ออกจากผลแล้ว พิจารณากุศล
กรรมนั้นด้วยจิตที่เป็นปีติสหคตธรรม
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้วที่เป็นปีติสหคตธรรม พิจารณากิเลสที่ข่ม
แล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ด้วยจิตที่เป็นปีติสหคตธรรม
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดย
ความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ด้วยจิตที่เป็นปีติสหคตธรรม ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็นปีติสหคตธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม
เกิดขึ้น
[๔๘๘] ปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สุขสหคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมด้วยจิตที่เป็นปีติสหคตธรรม
บุคคลออกจากฌานที่เป็นปีติสหคตธรรม ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณากุศล
กรรมนั้นด้วยจิตที่เป็นสุขสหคตธรรม
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้วที่เป็นปีติสหคตธรรม พิจารณากิเลสที่ข่ม
แล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ด้วยจิตที่เป็นสุขสหคตธรรม

153
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 154 (เล่ม 41)

บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดย
ความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ด้วยจิตที่เป็นสุขสหคตธรรม ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็นสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสุขสหคตธรรม
เกิดขึ้น
[๔๘๙] ปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมด้วยจิตที่เป็นปีติสหคตธรรม
พิจารณากุศลกรรมนั้นด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
บุคคลออกจากฌานที่เป็นปีติสหคตธรรม ออกจากมรรค ออกจากผลแล้ว พิจารณา
กุศลกรรมนั้นด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้วที่เป็นปีติสหคตธรรม พิจารณากิเลสที่ข่ม
แล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดย
ความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ย่อมยินดี ย่อม
เพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น วิจิกิจฉา เกิดขึ้น อุทธัจจะ เกิดขึ้น
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นปีติสหคตธรรม โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติ
ญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
เกิดขึ้น
[๔๙๐] ปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมด้วยจิตที่เป็นปีติสหคตธรรม
แล้วพิจารณากุศลกรรมนั้นด้วยจิตที่เป็นปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม

154
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 155 (เล่ม 41)

บุคคลออกจากฌานที่เป็นปีติสหคตธรรม ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณา
กุศลกรรมนั้นด้วยจิตที่เป็นปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้วที่เป็นปีติสหคตธรรม พิจารณากิเลสที่ข่ม
แล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ด้วยจิตที่เป็นปีติสหคตธรรม และสุข
สหคตธรรม
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดย
ความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ด้วยจิตที่เป็นปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม ย่อม
ยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็นปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม
เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม และ
สุขสหคตธรรม เกิดขึ้น
[๔๙๑] สุขสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สุขสหคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
สุขสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปีติสหคตธรรม ฯลฯ
เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ
เป็นปัจจัยแก่ปีติสหคตธรรม และสุขสหคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสุขสหคตธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปีติสหคตธรรม
และสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น
[๔๙๒] อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอารัมมณ
ปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
แล้วพิจารณากุศลกรรมนั้นด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
บุคคลออกจากฌานที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ มรรค ฯลฯ ออกจากผลแล้ว
พิจารณากุศลกรรมนั้นด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม

155