พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 189 (เล่ม 39)

เว้นปุริสะเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าปุริสะ เรียกว่าอินทรีย์เว้นปุริสะและ
อินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าปุริสะด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าจักขุนทรีย์หรือ
ถูกแล้ว ฯลฯ
ไม่ใช่ปุริสะ ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นปุริสะเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าปุริสะ เรียกว่าอินทรีย์เว้นปุริสะและอินทรีย์
เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าปุริสะด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวินทรีย์หรือ
ถูกแล้ว
[๔๗๔] ไม่ใช่ชีวิต ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นชีวิตเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าชีวิต เรียกว่าอินทรีย์ เว้นชีวิตและอินทรีย์เสีย
อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าชีวิตด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าจักขุนทรีย์หรือ
ถูกแล้ว ฯลฯ
ไม่ใช่ชีวิต ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นชีวิตเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าชีวิต เรียกว่าอินทรีย์ เว้นชีวิตและอินทรีย์เสีย
อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าชีวิตด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวินทรีย์หรือ
ถูกแล้ว
[๔๗๕] ไม่ใช่สุข ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นสุขเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าสุข เรียกว่าอินทรีย์ เว้นสุขและอินทรีย์เสีย
อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าสุขด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าจักขุนทรีย์หรือ
ถูกแล้ว ฯลฯ
ไม่ใช่สุข ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นสุขเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าสุข เรียกว่าอินทรีย์ เว้นสุขและอินทรีย์เสีย
อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าสุขด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย

189
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 190 (เล่ม 39)

ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวินทรีย์หรือ
ถูกแล้ว ฯลฯ
[๔๗๖] ไม่ใช่ทุกข์ ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นทุกข์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าทุกข์ เรียกว่าอินทรีย์ เว้นทุกข์และอินทรีย์เสีย
อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าทุกข์ด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าจักขุนทรีย์หรือ
ถูกแล้ว ฯลฯ
ไม่ใช่ทุกข์ ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นทุกข์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าทุกข์ เรียกว่าอินทรีย์ เว้นทุกข์และอินทรีย์เสีย
อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าทุกข์ด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวินทรีย์หรือ
ถูกแล้ว
[๔๗๗] ไม่ใช่โสมนัส ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นโสมนัสเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าโสมนัส เรียกว่าอินทรีย์เว้นโสมนัส
และอินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าโสมนัสด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าจักขุนทรีย์หรือ
ถูกแล้ว ฯลฯ
ไม่ใช่โสมนัส ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นโสมนัสเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าโสมนัส เรียกว่าอินทรีย์เว้นโสมนัส
และอินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าโสมนัสด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวินทรีย์หรือ
ถูกแล้ว
[๔๗๘] ไม่ใช่โทมนัส ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นโทมนัสเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าโทมนัส เรียกว่าอินทรีย์เว้นโทมนัสและ
อินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าโทมนัสด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย

190
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 191 (เล่ม 39)

ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าจักขุนทรีย์หรือ
ถูกแล้ว ฯลฯ
ไม่ใช่โทมนัส ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นโทมนัสเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าโทมนัส เรียกว่าอินทรีย์เว้นโทมนัส
และอินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าโทมนัสด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวินทรีย์หรือ
ถูกแล้ว ฯลฯ
[๔๗๙] ไม่ใช่อุเบกขา ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นอุเบกขาเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าอุเบกขา เรียกว่าอินทรีย์เว้นอุเบกขา
และอินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าอุเบกขาด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าจักขุนทรีย์หรือ
ถูกแล้ว ฯลฯ
ไม่ใช่อุเบกขา ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นอุเบกขาเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าอุเบกขา เรียกว่าอินทรีย์เว้นอุเบกขา
และอินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าอุเบกขาด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวินทรีย์หรือ
ถูกแล้ว
[๔๘๐] ไม่ใช่สัทธา ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นสัทธาเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าสัทธา เรียกว่าอินทรีย์ เว้นสัทธา
และอินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าสัทธาด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าจักขุนทรีย์หรือ
ถูกแล้ว ฯลฯ
ไม่ใช่สัทธา ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นสัทธาเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าสัทธา เรียกว่าอินทรีย์ เว้นสัทธาและอินทรีย์เสีย
อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าสัทธาด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวินทรีย์หรือ

191
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 192 (เล่ม 39)

ถูกแล้ว
[๔๘๑] ไม่ใช่วิริยะ ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นวิริยะเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าวิริยะ เรียกว่าอินทรีย์ เว้นวิริยะและ
อินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าวิริยะด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าจักขุนทรีย์หรือ
ถูกแล้ว ฯลฯ
ไม่ใช่วิริยะ ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นวิริยะเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าวิริยะ เรียกว่าอินทรีย์ เว้นวิริยะและ
อินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าวิริยะด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวินทรีย์หรือ
ถูกแล้ว
[๔๘๒] ไม่ใช่สติ ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นสติเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าสติ เรียกว่าอินทรีย์ เว้นสติและอินทรีย์เสีย
อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าสติด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าจักขุนทรีย์หรือ
ถูกแล้ว ฯลฯ
ไม่ใช่สติ ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นสติเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าสติ เรียกว่าอินทรีย์ เว้นสติและอินทรีย์เสีย
อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าสติด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวินทรีย์หรือ
ถูกแล้ว
[๔๘๓] ไม่ใช่สมาธิ ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นสมาธิเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าสมาธิ เรียกว่าอินทรีย์ เว้นสมาธิและ
อินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าสมาธิด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าจักขุนทรีย์หรือ
ถูกแล้ว ฯลฯ

192
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 193 (เล่ม 39)

ไม่ใช่สมาธิ ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นสมาธิเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าสมาธิ เรียกว่าอินทรีย์ เว้นสมาธิและ
อินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าสมาธิด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวินทรีย์หรือ
ถูกแล้ว
[๔๘๔] ไม่ใช่ปัญญา ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นปัญญาเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าปัญญา เรียกว่าอินทรีย์เว้นปัญญาและ
อินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าปัญญาด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าจักขุนทรีย์หรือ
ถูกแล้ว ฯลฯ
ไม่ใช่ปัญญา ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นปัญญาเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าปัญญา เรียกว่าอินทรีย์ เว้นปัญญาและ
อินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าปัญญาด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวินทรีย์หรือ
ถูกแล้ว
[๔๘๕] ไม่ใช่อนัญญาตัญญัสสามีติ ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นอนัญญาตัญญัสสามีติเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ เรียกว่า
อินทรีย์ เว้นอนัญญาตัญญัสสามีติ และอินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือไม่เรียกว่าอนัญญาตัญญัส
สามีติด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าจักขุนทรีย์หรือ
ถูกแล้ว ฯลฯ
ไม่ใช่อนัญญาตัญญัสสามีติ ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นอนัญญาตัญญัสสามีติเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าอนัญญาตัญญัสสามีติ เรียกว่า
อินทรีย์ เว้นอนัญญาตัญญัสสามีติและอินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าอนัญญาตัญญัส
สามีติด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย

193
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 194 (เล่ม 39)

ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวินทรีย์หรือ
ถูกแล้ว
[๔๘๖] ไม่ใช่อัญญะ ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นอัญญะเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าอัญญะ เรียกว่าอินทรีย์เว้นอัญญะและ
อินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าอัญญะด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าจักขุนทรีย์หรือ
ถูกแล้ว ฯลฯ
ไม่ใช่อัญญะ ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นอัญญะเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าอัญญะ เรียกว่าอินทรีย์เว้นอัญญะและ
อินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าอัญญะด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวินทรีย์หรือ
ถูกแล้ว
[๔๘๗] ไม่ใช่อัญญาตาวี ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นอัญญาตาวีเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวี เรียกว่าอินทรีย์เว้น
อัญญาตาวีและอินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวีด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าจักขุนทรีย์หรือ
ถูกแล้ว ฯลฯ
ไม่ใช่อัญญาตาวี ไม่เรียกว่าอินทรีย์หรือ
เว้นอัญญาตาวีเสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวี เรียกว่าอินทรีย์เว้น
อัญญาตาวีและอินทรีย์เสีย อินทรีย์ที่เหลือ ไม่เรียกว่าอัญญาตาวีด้วย ไม่เรียกว่าอินทรีย์ด้วย
ไม่ใช่อินทรีย์ ไม่เรียกว่าอัญญินทรีย์หรือ
ถูกแล้ว
นิทเทสวาร จบ
ปัณณัตติวาร จบ

194
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 195 (เล่ม 39)

ปวัตติวาร
[๔๘๘] จักขุนทรีย์ เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ
จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุ ไม่มีโสตะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
แต่โสตินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและโสตินทรีย์ก็ย่อม
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ มีโสตะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
หรือว่า โสตินทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
โสตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่โสตะ ไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
แต่จักขุนทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและจักขุนทรีย์ก็ย่อม
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสตะ มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
[๔๘๙] จักขุนทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ
จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุ ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่
ฆานินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุ มีแต่ฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
หรือว่า ฆานินทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่ฆานะ ไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่
จักขุนทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่ฆานะ มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
[๔๙๐] จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ
จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุ ไม่ใช่อิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่
อิตถินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและอิตถินทรีย์ก็ย่อม
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุ เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
หรือว่า อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี ไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่
จักขุนทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี มีแต่จักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

195
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 196 (เล่ม 39)

[๔๙๑] จักขุนทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ
จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุ ไม่ใช่ปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
แต่ปุริสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อม
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุ เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
หรือว่า ปุริสินทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นซึ่งเป็นปุริสะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่
จักขุนทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้นซึ่งเป็นปุริสะ มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
[๔๙๒] จักขุนทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่จักขุนทรีย์
จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
[๔๙๓] จักขุนทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ
จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ เว้นโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่
โสมนัสสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็
ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ถูกแล้ว
[๔๙๔] จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ
จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ เว้นอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่
อุเปกขินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อม
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
หรือว่า อุเปกขินทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น

196
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 197 (เล่ม 39)

อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีอุเบกขา ไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่
จักขุนทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิด
ขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีอุเบกขา มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
[๔๙๕] จักขุนทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ
จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ เป็นอเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
แต่สัทธินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและสัทธินทรีย์ก็ย่อม
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์ ไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
แต่จักขุนทรีย์ จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อม
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
[๔๙๖] จักขุนทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ
จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ปราศจากปัญญาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
แต่ปัญญินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อม
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งประกอบด้วยปัญญาไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้น
อยู่ แต่จักขุนทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์
ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้ประกอบด้วยปัญญามีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
[๔๙๗] จักขุนทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า มนินทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่
จักขุนทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
[๔๙๘] ฆานินทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ

197
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 198 (เล่ม 39)

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ซึ่งมีฆานะ ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่
อิตถินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและอิตถินทรีย์ก็ย่อม
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
หรือว่า อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่
ฆานินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
[๔๙๙] ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ
ฆานินทรีย์ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ไม่เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
แต่ปุริสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิด
ขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปุริสะ ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่
ฆานินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ย่อมเกิด
ขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปุริสะ มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
[๕๐๐] ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์
จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
[๕๐๑] ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ
ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ เว้นโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่
โสมนัสสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์
ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะมีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

198