พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 730 (เล่ม 38)

เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ บางคน
มีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัย
ที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่
อรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ
บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ
บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
[๑๕๘๑] เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงกามธาตุ มีอนุสัย
๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ การเข้าถึงรูปธาตุ ย่อมไม่มี
บุคคลนั้น เมื่อเกิดในเบื้องต่ำ ย่อมเข้าถึงกามธาตุ เท่านั้น มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง
อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป
ย่อมไม่มี.
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ บางคน
มีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัย
ที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ บางคน
มีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัย
ที่ดับไป ย่อมไม่มี.

730
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 731 (เล่ม 38)

เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่อรูปธาตุ มีอนุสัย ๗
เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ การเข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่
อรูปธาตุ ย่อมไม่มี บุคคลนั้นเมื่อเกิดในเบื้องต่ำ ย่อมเข้าถึงกามธาตุนั้น มีอนุสัย ๗ เท่านั้น
นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ที่ไม่ใช่
รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่
รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
ธาตุวาร จบ.
อนุสยยมก ที่ ๗ จบ.
ยมกปกรณ์ อันมีในเบื้องต้น จบ.
————

731
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 1 (เล่ม 39)

พระอภิธรรมปิฎก
เล่ม ๖
ยมกปกรณ์ ภาค ๒
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
จิตตยมกที่ ๘
อุทเทสวาร
อุทเทสแห่งปุคคลวาร
[๑] จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นยังไม่ดับ จิตของบุคคลนั้น จักดับจักไม่เกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใด จักดับ จักไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นยังไม่ดับ
จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น ดับ จิตของบุคคลนั้นจักไม่ดับ จักเกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่ดับ จักเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น ดับ
[๒] จิตของบุคคลใดเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น
[๓] จิตของบุคคลใดดับ จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นดับ
จิตของบุคคลใดไม่ดับ จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ

1
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 2 (เล่ม 39)

หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่ดับ
[๔] จิตของบุคคลใดเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นเคยเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น
จิตของบุคคลใดเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นจักเกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น
จิตของบุคคลใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักเกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว
จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๕] จิตของบุคคลใดดับ จิตของบุคคลนั้นเคยดับแล้วหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดเคยดับแล้ว จิตของบุคคลนั้นดับ
จิตของบุคคลใดไม่ดับ จิตของบุคคลนั้นไม่เคยดับแล้วหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เคยดับแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่ดับ
จิตของบุคคลใดดับ จิตของบุคคลนั้นจักดับหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักดับ จิตของบุคคลนั้นดับ
จิตของบุคคลใดไม่ดับ จิตของบุคคลนั้นจักไม่ดับหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่ดับ จิตของบุคคลนั้นไม่ดับ
จิตของบุคคลใดเคยดับแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักดับหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักดับ จิตของบุคคลนั้นเคยดับแล้ว
จิตของบุคคลใดไม่เคยดับแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักไม่ดับหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่ดับ จิตของบุคคลนั้นไม่เคยดับไปแล้ว
[๖] จิตของบุคคลใดเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นเคยดับแล้วหรือ

2
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 3 (เล่ม 39)

หรือว่า จิตของบุคคลใดเคยดับแล้ว จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เคยดับแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น
จิตของบุคคลใดเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นจักดับหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักดับ จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่ดับไป จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น
จิตของบุคคลใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักดับหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักดับ จิตของบุคคลนั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว
จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่ดับ จิตของบุคคลนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๗] จิตของบุคคลใดเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นไม่ดับหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่ดับ จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นดับหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดดับ จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น
[๘] จิตของบุคคลใดกำลังเกิดขึ้นอยู่ จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นกำลังเกิดขึ้นอยู่
จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นอยู่ จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นอยู่
[๙] จิตของบุคคลใดกำลังดับอยู่ จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นกำลังดับอยู่
จิตของบุคคลใดไม่ดับอยู่ จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่ดับอยู่
[๑๐] จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นเคยเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้ว
จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักเกิดขึ้นหรือ

3
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 4 (เล่ม 39)

หรือว่า จิตของบุคคลใดจักเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้ว
จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้ว
จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้ว
[๑๑] จิตของบุคคลใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตของ
บุคคลนั้นจักเกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่จิตของบุคคล
นั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว
จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตของบุคคล
นั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตของ
บุคคลนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๑๒] จิตเกิดขึ้นแล้ว กำลังเกิดขึ้นอยู่หรือ จิตกำลังเกิดขึ้นอยู่ เกิดขึ้นแล้วหรือ
จิตไม่เกิดขึ้นแล้ว ไม่เกิดขึ้นอยู่หรือ จิตไม่เกิดขึ้นอยู่ ไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
[๑๓] จิตที่ดับแล้ว กำลังดับอยู่หรือ จิตกำลังดับอยู่ ดับแล้วหรือจิตไม่ดับแล้ว
กำลังไม่ดับอยู่หรือ จิตไม่ดับอยู่ ไม่ดับแล้วหรือ
[๑๔] จิตของบุคคลใดเมื่อเกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว จิต
ของบุคคลนั้น เมื่อดับไป ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้วหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดเมื่อดับไป ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว จิต
ของบุคคลนั้นเมื่อเกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว
จิตของบุคคลใดเมื่อไม่เกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว จิตของ
บุคคลนั้นเมื่อไม่ดับไป ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้วหรือ
หรือว่า จิตของบุคคลใดเมื่อไม่ดับไป ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว
จิตของบุคคลนั้นเมื่อไม่เกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว
อุทเทสแห่งปุคคลวาร จบ

4
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 5 (เล่ม 39)

อุทเทสแห่งธรรมวาร
[๑๕] จิตใดเกิดขึ้น ยังไม่ดับ จิตนั้นจักดับ จักไม่เกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตใดจักดับ จักไม่เกิดขึ้น จิตนั้นเกิดขึ้น ไม่ดับ
จิตใดไม่เกิดขึ้น ดับ จิตนั้นจักไม่ดับ จักเกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตใดจักไม่ดับ จักเกิดขึ้น จิตนั้น ไม่เกิดขึ้น ดับ
[๑๖] จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้น เกิดขึ้น
จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่เกิดขึ้น
[๑๗] จิตใดดับ จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นดับ
จิตใดไม่ดับ จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่ดับ
[๑๘] จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นเคยเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเกิดขึ้น
จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่เกิดขึ้น
จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นจักเกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตใดจักเกิดขึ้น จิตนั้นเกิดขึ้น
จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตใดจักไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เกิดขึ้น
จิตใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักเกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตใดจักเกิดขึ้น จิตนั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว
จิตใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตใดจักไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว

5
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 6 (เล่ม 39)

[๑๙] จิตใดดับ จิตนั้นเคยดับแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดเคยดับแล้ว จิตนั้นดับ
จิตใดไม่ดับ จิตนั้นไม่เคยดับแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดไม่เคยดับแล้ว จิตนั้นไม่ดับ
จิตใดดับ จิตนั้นจักดับหรือ
หรือว่า จิตใดจักดับ จิตนั้นดับ
จิตใดไม่ดับ จิตนั้นจักไม่ดับหรือ
หรือว่า จิตใดจักไม่ดับ จิตนั้นไม่ดับ
จิตใดเคยดับแล้ว จิตนั้นจักดับหรือ
หรือว่า จิตใดจักดับ จิตนั้นเคยดับแล้ว
จิตใดไม่เคยดับแล้ว จิตนั้นจักไม่ดับหรือ
หรือว่า จิตใดจักไม่ดับ จิตนั้นไม่เคยดับแล้ว
[๒๐] จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นเคยดับแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดเคยดับแล้ว จิตนั้นเกิดขึ้น
จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เคยดับแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดไม่เคยดับแล้ว จิตนั้นไม่เกิดขึ้น
จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นจักดับหรือ
หรือว่า จิตใดจักดับ จิตนั้นเกิดขึ้น
จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นจักไม่ดับหรือ
หรือว่า จิตใดจักไม่ดับ จิตนั้นไม่เกิดขึ้น
จิตใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักดับหรือ
หรือว่า จิตใดจักดับ จิตนั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว
จิตใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักไม่ดับหรือ
หรือว่า จิตใดจักไม่ดับ จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๒๑] จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นยังไม่ดับหรือ
หรือว่า จิตใดไม่ดับ จิตนั้นเกิดขึ้น

6
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 7 (เล่ม 39)

จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นดับหรือ
หรือว่า จิตใดดับ จิตนั้นไม่เกิดขึ้น
[๒๒] จิตใดกำลังเกิดขึ้นอยู่ จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเกิดขึ้นอยู่
จิตใดไม่เกิดขึ้นอยู่ จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่เกิดขึ้นอยู่
[๒๓] จิตใดกำลังดับอยู่ จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นดับอยู่
จิตใดไม่ดับอยู่ จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่ดับอยู่
[๒๔] จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเคยเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว
จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักเกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตใดจักเกิดขึ้น จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว
จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้ว
จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตใดจักไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้ว
[๒๕] จิตใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตนั้นจักเกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตใดจักเกิดขึ้น จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตนั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว
จิตใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตใดจักไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๒๖] จิตที่เกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นอยู่หรือ จิตที่เกิดขึ้นอยู่ เกิดขึ้นแล้วหรือ จิตที่เกิด
ขึ้นแล้ว ไม่เกิดขึ้นอยู่หรือ จิตที่ไม่เกิดขึ้นอยู่ ไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
[๒๗] จิตที่ดับแล้ว กำลังดับอยู่หรือ จิตที่ดับอยู่ ดับแล้วหรือจิตที่ไม่ดับแล้ว
ไม่ดับอยู่หรือ จิตที่ไม่ดับอยู่ ไม่ดับแล้วหรือ

7
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 8 (เล่ม 39)

[๒๘] จิตใดเมื่อเกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลก้าวล่วงแล้วจิตนั้นเมื่อดับ
ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดเมื่อดับ ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลก้าวล่วงแล้วจิตนั้นเมื่อเกิด
ขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้วหรือ
จิตใดเมื่อไม่เกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้วจิตนั้นเมื่อ
ดับ ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดเมื่อยังไม่ดับ ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว จิต
นั้นเมื่อยังไม่เกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้วหรือ
อุทเทสแห่งธรรมวาร จบ
อุทเทสแห่งปุคคลธรรมวาร
[๒๙] จิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้น ยังไม่ดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นจักดับจักไม่เกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตใดของบุคคลใด จักดับ จักไม่เกิดขึ้น จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิดขึ้นไม่ดับ
จิตใดของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น ดับ จิตนั้นของบุคคลนั้น จักไม่ดับจักเกิดขึ้นหรือ
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดจักไม่ดับ จักเกิดขึ้น จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น ดับ
[๓๐] จิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้น จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
จิตใดของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น
[๓๑] จิตใดของบุคคลใดดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นดับ
จิตใดของบุคคลใดไม่ดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ดับ
[๓๒] จิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้น จิตนั้นของบุคคลนั้นเคยเกิดขึ้นแล้วหรือ
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิดขึ้น

8