พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 330 (เล่ม 38)

[๙๓๔] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักดับไปหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ของพระอรหันต์
ทั้งหลาย สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด สัตว์เหล่านั้น และของ
อสัญญสัตว์ทั้งหลายจักดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจ
ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้จักดับไป และสมุทยสัจก็จักดับไป.
คำที่กำหนดด้วยบทว่า ยสฺส (ของสัตว์) ยตฺถ (ในภูมิใด) ก็ดี คำที่กำหนดด้วยบทว่า
ยสฺส (ของสัตว์ใด) ยตฺถ (ในภูมิใด) ก็ดี เหมือนกัน.
[๙๓๕] ทุกขสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ของพระอรหันต์
ทั้งหลาย สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป
แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไป และ
ทุกขสัจก็จักไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต.
[๙๓๖] ทุกขสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย
และของปุถุชนทั้งหลาย ที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น
จักไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็จักไม่ดับไป
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต.
[๙๓๗] สมุทยสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป
หรือ?

330
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 331 (เล่ม 38)

สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะ
ซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น
จักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของ
พระอรหันต์ทั้งหลาย จักไม่ดับไป มัคคสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น คือปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคจักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจ
ของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค
และของพระอรหันต์ทั้งหลาย จักไม่ดับไป และสมุทยสัจก็จักไม่ดับไป.
[๙๓๘] ทุกขสัจในภูมิใด จักไม่ดับไป ฯลฯ.
[๙๓๙] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักไม่ดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักไม่ดับไป.
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย
และสัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น และ
อสัญญสัตว์ทั้งหลาย จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจ
ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็จักไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต.
[๙๔๐] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักไม่ดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักไม่ดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์
ทั้งหลาย และของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ของอาปายิกสัตว์ และอสัญญสัตว์ทั้งหลาย
จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็จักไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต.

331
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 332 (เล่ม 38)

[๙๔๑] สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักไม่ดับไปหรือ?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใด
จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป แต่มัคคสัจ
ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ใน
ภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย ของอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และ
มัคคสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักไม่ดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอาปายิกสัตว์ และของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะ
ซึ่งมรรค จักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย และอสัญญสัตว์
จักไม่ดับไป และสมุทยสัจก็จักไม่ดับไป.
[๙๔๒] ทุกขสัจของสัตว์ใด ย่อมดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ใน
ปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของ
สัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นที่กำลังจุติอยู่ทั้งหมด ในภังคขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาล เคยดับไปแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.
[๙๔๓] ทุกขสัจของสัตว์ใด ย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังมิได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ใน
ปวัตติกาล ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์
เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ย่อมดับไป และ
มัคคสัจก็เคยดับไปแล้ว.

332
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 333 (เล่ม 38)

หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของ
สัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้วที่กำลังจุติอยู่ ใน
ภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล เคยดับไปแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.
[๙๔๔] สมุทยสัจของสัตว์ใด ย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้ว
หรือ?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป
แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว
ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป และมัคคสัจก็เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหา
วิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ และผู้ซึ่งเข้านิโรธเคยดับไปแล้ว แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไป
ก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในภังคขณะแห่งตัณหาเคยดับไปแล้ว และ
สมุทยสัจก็ย่อมดับไป.
[๙๔๕] ทุกขสัจในภูมิใด ย่อมดับไป ฯลฯ.
[๙๔๖] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
เคยดับไปแล้วหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต
ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว
ก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น นอกนี้ ซึ่งกำลังจุติอยู่จากจตุโวการภูมิ จากปัญจ
โวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป และสมุทยสัจก็เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นใน
ภูมินั้นย่อมดับไป?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ เคยดับไป

333
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 334 (เล่ม 38)

แล้ว แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นใน
ภูมินั้น ที่กำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว ในภังคขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาล และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.
[๙๔๗] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
เคยดับไปแล้วหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่งอุปัตติจิต
ซึ่งเป็นสัตว์ที่ยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ซึ่งเป็นสัตว์ที่กำลัง
จุติจากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ใน
ปวัตติกาล ย่อมดับไป และมัคคสัจก็เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
ย่อมดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาท
ขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ เคยดับไปแล้ว
แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลเคยดับไปแล้ว และทุกขสัจ
ก็ย่อมดับไป.
[๙๔๘] สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
เคยดับไปแล้วหรือ?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับ
ไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป และมัคคสัจก็เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้นใน
ภูมินั้นย่อมดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งตรัสรู้แล้ว ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อ
ตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป

334
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 335 (เล่ม 38)

ก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในภังคขณะแห่งตัณหาเคยดับไป
แล้ว และสมุทยสัจก็ย่อมดับไป.
[๙๔๙] ทุกขสัจของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นไม่เคยดับไป
แล้วหรือ?
เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อม ไม่ดับไป.
ไม่มี.
[๙๕๐] ทุกขสัจของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นไม่เคยดับไปหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของ
สัตว์เหล่านั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลัง
เกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมไม่
ดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ใน
ปวัตติกาล ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของ
สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลไม่
เคยดับไปแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป.
[๙๕๑] สมุทยสัจของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไป
แล้วหรือ?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่เข้านิโรธ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา
ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ไม่เคยดับไป
แล้วก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อ
ตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป?

335
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 336 (เล่ม 38)

มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังมิได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ไม่เคยดับไปแล้ว
แต่สมุทยของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้
ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของอสัญญสัตว์
ไม่เคยดับไปแล้ว และสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป.
[๙๕๒] ทุกขสัจในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ฯลฯ.
[๙๕๓] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นใน
ภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่
ดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะแห่ง
อุปปัตติจิต และสัตว์ซึ่งเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไป และสมุทยสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นใน
ภูมินั้นย่อมไม่ดับไป?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่งอุปัตติจิต
และสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะ
แห่งอุปปัตติจิต และสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมไม่
ดับไป.
[๙๕๔] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะแห่งอุปัตติจิต ของสัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังเกิดขึ้น
อยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไป
และมัคคสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว.

336
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 337 (เล่ม 38)

หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป.
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต
ของสัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ของสัตว์ซึ่งกำลัง
จุติจากอสัญญสัตตภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป
ก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ของสัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้
ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ
ไม่เคยดับไปแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป.
[๙๕๕] สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมิ
นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ใน
เมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ไม่เคยดับไปแล้ว
ก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่
ของสัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของ
อสัญญสัตว์ทั้งหลาย ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ไม่เคย
ดับไปแล้ว แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ของสัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้
ในเมื่ออุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของอสัญญสัตว์ทั้งหลาย
ไม่เคยดับไปแล้ว และสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป.
[๙๕๖] ทุกขสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ใน
ภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น

337
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 338 (เล่ม 38)

ในภังคขณะแห่งจิตนั้นย่อมดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของ
สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ นอกนี้ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป และ
สมุทยสัจก็จักดับไป.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดจักดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ใน
ปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์
เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ในภังคขณะแห่ง
จิต ในปวัตติกาล จักดับไป และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.
[๙๕๗] ทุกขสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ใน
ภังคขณะแห่งจิต และของปุถุชนซึ่งจะไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ใน
ปวัตติกาล ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะ
ซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของ
สัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป
และมัคคสัจก็จักดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดจักดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่ง
อรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์
เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ใน
ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ย่อม
ดับไปก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจของสัตว์
เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่นซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่
ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล จักดับไป และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.
[๙๕๘] สมุทยสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ?
ปุถุชนเหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค สมุทยสัจของปุถุชนเหล่านั้น และของสัตว์เหล่านั้น
ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจ

338
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 339 (เล่ม 38)

ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรคของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป
และมัคคสัจก็จักดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดจักดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่ง
อรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์
เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไป
อยู่ ของผู้เข้านิโรธ ของอสัญญสัตว์ทั้งหลาย จักดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ย่อม
ดับไปก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่ง
ตัณหา จักดับไป และสมุทยสัจก็ย่อมดับไป.
[๙๕๙] ทุกขสัจในภูมิใดย่อมดับไป ฯลฯ.
[๙๖๐] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักดับไปหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์
ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของ
สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ของสัตว์ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมดับไป แต่
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่
จากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ นอกนี้ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป
และสมุทยสัจก็จักดับไป.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
ย่อมดับไป?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไป
แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล จักดับไป
และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.

339