ทั้งหลาย ที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่
แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์.
หรือว่า มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่ปุถุชนเหล่านั้น ที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่ง
ตัณหา แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่ปุถุชนเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นและสมุทยสัจ
ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย
และแก่ปุถุชนทั้งหลายที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิต
เป็นไปอยู่ แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์.
[๙๐๑] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.
[๙๐๒] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจ
โวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ
แต่สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และสมุทยสัจ
ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย
ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น
ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แก่สัตว์ที่กำลังจุติ
จากอสัญญสัตตภูมิ.
หรือว่า สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น
สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค แก่
พระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับ
แห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และสัตว์ที่กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ
แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้น และทุกขสัจ
ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย
ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น