พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 622 (เล่ม 37)

ผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตสหรคตด้วยโมหะ ฯลฯ ผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต
สหรคตด้วยอโนตตัปปะ ชื่อว่า ผู้เข้าสมาบัติ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๖๘] ส. จิตตสันตติเป็นสมาธิ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสืบต่อแห่งอกุศลจิต เป็นสมาชิก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. จิตตสันตติที่สหรคตด้วยราคะ ฯลฯ ที่สหรคตด้วยโทสะ ฯลฯ ที่สหรคต
ด้วยโมหะ ฯลฯ ที่สหรคตด้วยอโนตตัปปะเป็นสมาธิ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๖๙] ป. ไม่พึงกล่าวว่า จิตตสันตติเป็นสมาธิ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรอาวุโส นิครนถ์ทั้งหลาย เรานี่แหละ
พอที่จะไม่หวั่นไหวด้วยกาย ไม่กล่าววาจา เป็นผู้เสวยสุขโดยส่วน
เดียว อยู่ตลอด ๗ คืน ๗ วัน ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น จิตตสันตติ ก็เป็นสมาธิ น่ะสิ
สมาธิกถา จบ
———–
ธัมมัฏฐิตตากถา
[๑๔๗๐] สกวาที ธรรมฐิติ (ความตั้งอยู่แห่งธรรม) เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. ความตั้งอยู่แห่งธรรมฐิตินั้น ก็เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ?

622
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 623 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความตั้งอยู่แห่งธรรมฐิตินั้น ก็เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความตั้งอยู่นั้นๆ แลไม่มีการทำที่สุดแห่งทุกข์ ไม่มีความขาดตอนแห่ง
วัฏฏะ ไม่มีอนุปาทาปรินิพพาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๗๑] ส. ความตั้งอยู่ของรูป เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความตั้งอยู่แห่งความตั้งอยู่ของรูปนั้น ก็เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความตั้งอยู่แห่งความตั้งอยู่ของรูปนั้น ก็เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความตั้งอยู่นั้นๆ แลไม่มีการทำที่สุดแห่งทุกข์ ไม่มีความขาดตอนแห่ง
วัฏฏะ ไม่มีอนุปาทาปรินิพพาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความตั้งอยู่ของเวทนา ฯลฯ ความตั้งอยู่ของสัญญา ฯลฯ ความตั้งอยู่ของ
สังขารทั้งหลาย ฯลฯ ความตั้งอยู่ของวิญญาณ เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความตั้งอยู่แห่งความตั้งอยู่ของวิญญาณนั้น ก็เป็นภาวะที่สำเร็จ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความตั้งอยู่แห่งความตั้งอยู่ของวิญญาณนั้น เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว

623
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 624 (เล่ม 37)

ส. ความตั้งอยู่นั้นๆ แล ไม่มีการทำที่สุดแห่งทุกข์ ไม่มีความขาดตอนแห่ง
วัฏฏะ ไม่มีอนุปาทาปรินิพพาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ธัมมัฏฐิตตากถา จบ
———-
อนิจจตากถา
[๑๔๗๒] สกวาที อนิจจตา (ความไม่เที่ยง) เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. ความไม่เที่ยงแห่งอนิจจตานั้น ก็เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความไม่เที่ยงแห่งอนิจจตานั้น ก็เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความไม่เที่ยงนั้นๆ แล ไม่มีการทำที่สุดแห่งทุกข์ ไม่มีความขาดตอน
แห่งวัฏฏะ ไม่มีอนุปาทาปรินิพพาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๗๓] ส. ชรา เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความชราแห่งชรานั้น ก็เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความชราแห่งชรานั้น เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความชรานั้นๆ แล ไม่มีการทำที่สุดแห่งทุกข์ ไม่มีความขาดตอนแห่ง
วัฏฏะ ไม่มีอนุปาทาปรินิพพาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

624
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 625 (เล่ม 37)

[๑๔๗๔] ส. มรณะ เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มรณะของมรณะนั้น ก็เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มรณะของมรณะนั้น ก็เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มรณะนั้นๆ แล ไม่มีการทำที่สุดแห่งทุกข์ ไม่มีความขาดตอนแห่งวัฏฏะ
ไม่มีอนุปาทาปรินิพพาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๗๕] ส. รูปเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความไม่เที่ยงของรูปก็มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความไม่เที่ยงเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความไม่เที่ยงของความไม่เที่ยง
ก็มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความชราของรูปก็มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชราเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความชราของชราก็มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความแตก ความอันตรธานของรูปก็มีอยู่
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มรณะเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความแตก ความอันตรธานของมรณะนั้น
ก็มีอยู่ หรือ?

625
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 626 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณ เป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว
แต่ความไม่เที่ยงของวิญญาณก็มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อนิจจตาเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความไม่เที่ยงของอนิจจตา ก็มีอยู่
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิญญาณเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความชราแห่งวิญญาณก็มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชราเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความชราแห่งชราก็มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิญญาณเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความแตก ความอันตรธานแห่ง
วิญญาณนั้นก็มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มรณะเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว แต่ความแตก ความอันตรธานแห่งมรณะ
ก็มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อนิจจตากถา จบ
วรรคที่ ๑๑ จบ.
————
วรรคที่ ๑๒
สังวโรกัมมันติกถา
[๑๔๗๖] สกวาที ความสำรวมเป็นกรรม หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว

626
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 627 (เล่ม 37)

ส. ความสำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความสำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมในฆานินทรีย์ ฯลฯ ความ
สำรวมในชิวหินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความสำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความสำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมในฆานินทรีย์ ฯลฯ ความ
สำรวมในชิวหินทรีย์ เป็นชิวหากรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความสำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความสำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความสำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมในฆานินทรีย์ ฯลฯ ความ
สำรวมในชิวหินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

627
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 628 (เล่ม 37)

[๑๔๗๗] ส. ความไม่สำรวม เป็นกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความไม่สำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความไม่สำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในฆานินทรีย์ ฯลฯ
ความไม่สำรวมในชิวหินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในกายินทรีย์ เป็น
กายกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความไม่สำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความไม่สำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความไม่สำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความไม่สำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในฆานินทรีย์ ฯลฯ
ความไม่สำรวมในชิวหินทรีย์ เป็นชิวหากรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความไม่สำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความไม่สำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความไม่สำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความไม่สำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว

628
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 629 (เล่ม 37)

ส. ความไม่สำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในฆานินทรีย์ ฯลฯ
ความไม่สำรวมในชิวหินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในกายินทรีย์ เป็น
กายกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๗๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ความสำรวมก็ดี ความไม่สำรวมก็ดี เป็นกรรม หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้
เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว เป็นผู้ถือนิมิต ฯลฯ ไม่เป็นผู้ถือนิมิต ฟังเสียง
ด้วยโสตแล้ว ฯลฯ รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว เป็นผู้ถือนิมิต ฯลฯ
ไม่เป็นผู้ถือนิมิต ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น ความสำรวมก็ดี ความไม่สำรวมก็ดี ก็เป็นกรรม น่ะสิ
สังวโรกัมมันติกถา จบ.
————-
กัมมกถา
[๑๔๗๙] สกวาที กรรมทั้งปวงมีวิบาก หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ก็มีวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว

629
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 630 (เล่ม 37)

ส. เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ก็มีวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ฝ่ายกามาพจร ก็มีวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ฝ่ายรูปาวจร ฝ่ายอรูปาวจร ฝ่ายโลกุตตระ
ก็มีวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ฝ่ายกามาวจร ก็มีวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ฝ่ายรูปาวจร ฝ่ายอรูปาวจร ก็มีวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๘๐] ส. เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ไม่มีวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ไม่มีวิบาก ก็ต้องไม่กล่าวว่า เจตนา
ทั้งปวงมีวิบาก
[๑๔๘๑] ส. เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ไม่มีวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว

630
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 631 (เล่ม 37)

ส. หากว่า เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ไม่มีวิบาก ก็ต้องไม่กล่าวว่า เจตนา
ทั้งปวงมีวิบาก
[๑๔๘๒] ส. เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ฝ่ายกามาวจร ฝ่ายรูปาวจร ฝ่ายอรูปาวจร
ฝ่ายโลกุตตระ ไม่มีวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ฝ่ายโลกุตตระ ไม่มีวิบาก ก็ต้องไม่
กล่าวว่า เจตนาทั้งปวงมีวิบาก
[๑๔๘๓] ส. เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ฝ่ายกามาวจร ฝ่ายรูปาวจร ฝ่ายอรูปาวจร ไม่
มีวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ฝ่ายอรูปาวจร ไม่มีวิบาก ก็ต้องไม่
กล่าวว่า เจตนาทั้งปวงมีวิบาก
[๑๔๘๔] ป. ไม่พึงกล่าวว่า กรรมทั้งปวงมีวิบาก หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวว่า กรรม
ทั้งหลายที่ทำด้วยความจงใจ อันบุคคลกระทำแล้ว สั่งสมแล้ว จะสิ้นสุด
ได้โดยมิได้เสวยวิบาก ก็กรรมนั้นแล ย่อมให้ผลในปัจจุบัน หรือใน
อัตภาพถัดไป หรือในอัตภาพสืบๆ ไป ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่
หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น กรรมทั้งปวงก็มีวิบาก น่ะสิ
กัมมกถา จบ.
———

631