พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 532 (เล่ม 37)

ป. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ รูปายตนะ สัททาย
ตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ
เตโชธาตุ วาโยธาตุ น้ำอสุจิ น้ำตา โลหิต ฯลฯ เหงื่อ เป็นกุศลบ้าง
เป็นอกุศลบ้าง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๗๖] ส. กายเป็นรูป กายกรรมก็เป็นรูป หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มโน เป็นรูป มโนกรรมก็เป็นรูป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๗๗] ส. มโน เป็นอรูป (นาม) มโนกรรมก็เป็นอรูป หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กาย เป็นอรูป กายกรรมก็เป็นอรูป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๗๘] ส. กาย เป็นรูป แต่กายกรรมเป็นอรูป หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มโน เป็นรูป แต่มโนกรรมเป็นอรูป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๗๙] ส. มโน เป็นอรูป มโนกรรมก็เป็นอรูป หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กาย เป็นอรูป กายกรรมก็เป็นอรูป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๘๐] ส. เพราะกายเป็นรูป ฉะนั้น กายกรรมจึงเป็นรูปหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะจักขายตนะ เป็นรูป ฉะนั้น จักขุวิญญาณ จึงเป็นรูป หรือ?

532
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 533 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เพราะกายเป็นรูป ฉะนั้น กายกรรมจึงเป็นรูป หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะโสตายตนะ เป็นรูป ฉะนั้น โสตวิญญาณ จึงเป็นรูป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เพราะกายเป็นรูป ฉะนั้น กายกรรมจึงเป็นรูป หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะฆานายตนะเป็นรูป ฉะนั้น ฆานวิญญาณ จึงเป็นรูป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เพราะกายเป็นรูป ฉะนั้น กายกรรมจึงเป็นรูป หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะชิวหายตนะเป็นรูป ฉะนั้น ชิวหาวิญญาณ จึงเป็นรูป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เพราะกายเป็นรูป ฉะนั้น กายกรรมจึงเป็นรูป หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะกายายตนะเป็นรูป ฉะนั้น กายวิญญาณ จึงเป็นรูป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๘๑] ส. รูป เป็นกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวเจตนาว่า
เป็นกรรม บุคคลคิดแล้วจึงทำกรรมด้วยกาย วาจา ใจ ดังนี้
เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

533
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 534 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า รูปเป็นกรรม
[๑๒๘๒] ส. รูป เป็นกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรอานนท์ เมื่อกายมีอยู่ สุขทุกข์อันเป็น
ภายในย่อมเกิดขึ้นเพราะกายสัญเจตนาเป็นเหตุ หรือเมื่อวาจามีอยู่
สุขทุกข์อันเป็นภายในย่อมเกิดขึ้นเพราะวจีสัญเจตนาเป็นเหตุ หรือ
เมื่อใจมีอยู่ สุขทุกข์อันเป็นภายในย่อมเกิดขึ้นเพราะมโนสัญเจตนา
เป็นเหตุ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า รูป เป็นกรรม
[๑๒๘๓] ส. รูป เป็นกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายสัญเจตนา ๓ อย่าง
เป็นกายกรรมฝ่ายอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก วจีสัญ
เจตนา ๔ อย่าง เป็นวจีกรรมฝ่ายอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็น
วิบาก มโนสัญเจตนา ๓ อย่าง เป็นมโนกรรมฝ่ายอกุศล มีทุกข์เป็น
กำไร มีทุกข์เป็นวิบาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายสัญเจตนา ๓ อย่าง
เป็นกายกรรมฝ่ายกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก วจีสัญเจตนา

534
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 535 (เล่ม 37)

๔ อย่าง เป็นวจีกรรมฝ่ายกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก มโน
สัญเจตนา ๓ อย่าง เป็นมโนกรรมฝ่ายกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุข
เป็นวิบาก ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า รูป เป็นกรรม
[๑๒๘๔] ส. รูป เป็นกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรอานนท์ ถ้าสมิทธิ ผู้โมฆบุรุษนี้
ถูกปาตลิบุตรปริพาชกถามอย่างนี้ ควรพยากรณ์อย่างนี้ว่า อาวุโส
ปาตลิบุตร บุคคลทำกรรมอันเป็นด้วยสัญเจตนา ด้วยกาย วาจา
ใจ เป็นกรรมที่จะให้ได้เสวยความสุขแล้ว เขาย่อมจะได้เสวยความ
สุข บุคคลทำกรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนาด้วยกาย วาจา ใจ เป็น
กรรมที่จะให้ได้เสวยความทุกข์แล้ว เขาย่อมจะได้เสวยความทุกข์
บุคคลทำกรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนาด้วยกาย วาจา ใจ เป็น
กรรมที่จะให้ได้เสวยเวทนาอันมิใช่ทุกข์มิใช่สุขแล้ว เขาย่อมจะได้
เสวยเวทนาอันมิใช่ทุกข์มิใช่สุข ดูกรอานนท์ สมิทธิ ผู้โมฆบุรุษ
เมื่อพยากรณ์อย่างนี้แล้ว ชื่อว่า พึงพยากรณ์โดยชอบแก่ปาตลิ
บุตรปริพาชก ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า รูป เป็นกรรม
รูปังกัมมันติกถา จบ
———-

535
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 536 (เล่ม 37)

ชีวิตินทริยกถา
[๑๒๘๕] สกวาที รูปชีวิตินทรีย์ ไม่มี หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่อง
กันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ ไม่มีแก่รูปธรรม
ทั้งหลาย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่อง
กันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ มีแก่รูปธรรมทั้ง
หลาย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ ความ
ที่สืบเนื่องกันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ มีแก่รูป
ธรรมทั้งหลาย ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูปชีวิตินทรีย์ไม่มี
[๑๒๘๖] ส. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่อง
กันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ มีแก่นามธรรมทั้ง
หลาย และอรูปชีวิตินทรีย์ มีอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่อง
กันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ มีแก่รูปธรรมทั้ง
หลาย และรูปชีวิตินทรีย์ มีอยู่หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

536
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 537 (เล่ม 37)

[๑๒๘๗] ส. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่อง
กันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ มีแก่รูปธรรมทั้ง
หลาย แต่รูปชีวิตินทรีย์ ไม่มีหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่อง
กันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ มีอยู่แก่นามธรรม
ทั้งหลาย แต่อรูปชีวิตินทรีย์ไม่มี หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๘๘] ส. อายุของนามธรรมทั้งหลาย เป็นอรูปชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อายุของรูปธรรมทั้งหลาย เป็นรูปชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๘๙] ส. อายุของรูปธรรมทั้งหลาย ไม่พึงกล่าวว่า เป็นรูปชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อายุของนามธรรมทั้งหลาย ไม่พึงกล่าวว่า เป็นอรูปชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๙๐] ส. อายุของรูปธรรมทั้งหลาย เป็นอรูปชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อายุของนามธรรมทั้งหลาย เป็นรูปชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๙๑] ส. อายุของนามธรรมทั้งหลาย ไม่พึงกล่าวว่า เป็นรูปชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

537
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 538 (เล่ม 37)

ส. อายุของรูปธรรมทั้งหลาย ไม่พึงกล่าวว่า อรูปชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๙๒] ส. อายุของรูปธรรมและนามธรรมทั้งหลาย เป็นอรูปชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อายุของรูปธรรมและนามธรรมทั้งหลาย เป็นรูปชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๙๓] ส. อายุของรูปธรรมและนามธรรมทั้งหลาย ไม่พึงกล่าวว่า เป็นรูปชีวิตินทรีย์
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อายุของรูปธรรมและนามธรรมทั้งหลาย ไม่พึงกล่าวว่า เป็นอรูปชีวิตินทรีย์
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๙๔] ส. รูปชีวิตินทรีย์ ไม่มีหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผู้เข้านิโรธ ไม่มีชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๙๕] ส. ผู้เข้านิโรธ มีชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ผู้เข้านิโรธมีชีวิตินทรีย์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูปชีวิตินทรีย์ ไม่มี
[๑๒๙๖] ส. ผู้เข้านิโรธมีชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เนื่องในขันธ์ไหน?
ป. เนื่องในสังขารขันธ์
ส. ผู้เข้านิโรธมีสังขารขันธ์ หรือ?

538
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 539 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผู้เข้านิโรธมีสังขารขันธ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผู้เข้านิโรธมีเวทนาขันธ์ ฯลฯ สัญญาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๙๗] ส. ผู้เข้านิโรธ มีเวทนาขันธ์ ฯลฯ สัญญาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มิใช่ผู้เข้านิโรธ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๙๘] ส. รูปชีวิตินทรีย์ ไม่มีหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อสัญญสัตว์ทั้งหลาย ไม่มีชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อสัญญสัตว์ทั้งหลายมีชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า อสัญญสัตว์มีชีวิตินทรีย์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูปชีวิตินทรีย์ไม่มี
[๑๒๙๙] ส. อสัญญสัตว์มีชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เนื่องด้วยขันธ์ไหน?
ป. เนื่องด้วยสังขารขันธ์
ส. อสัญญสัตว์มีสังขาร หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อสัญญสัตว์มีสังขารขันธ์ หรือ?

539
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 540 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. อสัญญสัตว์มีเวทนาขันธ์ ฯลฯ สัญญาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อสัญญสัตว์มีเวทนาขันธ์ ฯลฯ สัญญาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นปัญจโวการภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๐๐] ส. ชีวิตินทรีย์ที่ตั้งขึ้นด้วยจิตดวงแสวงหาอุปบัติ ดับไปส่วนหนึ่งในเมื่อจิต
ดวงแสวงหาอุปบัติดับ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผัสสะที่ตั้งขึ้นด้วยจิตดวงแสวงหาอุปบัติ ดับไปส่วนหนึ่งในเมื่อจิตดวง
แสวงหาอุปบัติดับ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๐๑] ส. ผัสสะที่ตั้งขึ้นด้วยจิตดวงแสวงหาอุปบัติ ดับไปหมด ในเมื่อจิตดวงแสวง
หาอุปบัติดับไป หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชีวิตินทรีย์ที่ตั้งขึ้นด้วยจิตดวงแสวงหาอุปบัติ ดับไปหมดในเมื่อจิตดวง
แสวงหาอุปบัติดับ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๐๒] ป. ชีวิตินทรีย์เป็น ๒ อย่าง หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลเป็นอยู่ด้วยชีวิต ๒ อย่าง ตายด้วยมรณะ ๒ อย่าง หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ชีวิตินทริยกถา จบ
———–

540
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 541 (เล่ม 37)

กัมมเหตุกถา
[๑๓๐๓] สกวาที พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้เพราะเหตุแห่งกรรม หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. พระโสดาบัน เสื่อมจากโสดาปัตติผลได้ เพราะเหตุแห่งกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ เพราะเหตุแห่งกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระสกทาคามี ฯลฯ พระอนาคามี เสื่อมจากอนาคามิผลได้ เพราะเหตุ
แห่งกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๐๔] ส. โสดาบัน ไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผล เพราะเหตุแห่งกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ ไม่เสื่อมจากอรหัตผล เพราะเหตุแห่งกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระสกทาคามี ฯลฯ พระอนาคามี ไม่เสื่อมจากอนาคามิผล เพราะเหตุ
แห่งกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ไม่เสื่อมจากอรหัตผล เพราะเหตุแห่งกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๐๕] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ เพราะเหตุแห่งกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะเหตุแห่งกรรมคือปาณาติบาต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

541