พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 502 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ปีติโสมนัสเกี่ยวด้วยอายตนะ ๕ นั้น มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า
อายตนะ ๕ เท่านั้น เป็นกาม
[๑๒๑๕] ป. ไม่พึงกล่าวว่า อายตนะ ๕ เท่านั้น เป็นกาม หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามคุณนี้ ๕ อย่าง ๕
อย่างเป็นไฉน? รูปที่เป็นวิสัยแห่งจักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพะที่
เป็นวิสัยแห่งกายวิญญาณ ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ จำเริญใจ น่ารัก
ยั่วกาม เป็นที่ตั้งแห่งความยินดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ อย่าง
ฉะนี้แล ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น ก็อายตนะ ๕ เท่านั้น เป็นกาม น่ะสิ
[๑๒๑๖] ส. อายตนะ ๕ เท่านั้น เป็นกาม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามคุณนี้ ๕ อย่าง
๕ อย่างเป็นไฉน? รูปอันเป็นวิสัยแห่งจักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพะ
อันเป็นวิสัยแห่งกายวิญญาณ ที่น่าปรารถนา น่าใคร จำเริญใจ
น่ารัก ยั่วกาม เป็นที่ตั้งแห่งความยินดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามคุณ
๕ อย่าง ฉะนี้แล อีกอย่างหนึ่ง ทั้ง ๕ อย่างนี้มิใช่กาม (แต่) ทั้ง
๕ อย่างนี้ เรียกในวินัยของพระอริยะว่า กามคุณ
ความกำหนัดด้วยอำนาจความดำริเป็นกามของบุรุษ สิ่งที่สวยงามใน
โลกไม่ใช่กาม ความกำหนัดด้วยอำนาจความดำริ เป็นกามของบุรุษ
สิ่งที่สวยงามย่อมตั้งอยู่ในโลกอย่างนี้แล แต่ว่านักปราชญ์ ย่อม
กำจัดความพอใจในสิ่งที่สวยงามนี้ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่
หรือ?

502
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 503 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า อายตนะ ๕ เท่านั้น เป็นกาม
กามกถา จบ
——–
รูปธาตุกถา
[๑๒๑๗] สกวาที รูปธรรม รูปเป็นธาตุ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. รูป เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็น
วิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงรูปมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงรูปมีอยู่หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในรูป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในรูป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูป เป็นปัญจโวการภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๑๘] ส. รูปธาตุ เป็นภพ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูป เป็นภพ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

503
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 504 (เล่ม 37)

ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงรูปธาตุมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงรูปมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงรูปธาตุมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงรูปมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในรูปธาตุ
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ในรูป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในรูปธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในรูป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปธาตุ เป็นปัญจโวการภพ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูป เป็นปัญจโวการภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปธรรมเป็นรูปธาตุ รูปมีอยู่ในกามธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กามธาตุอันนั้น รูปธาตุก็อันนั้นแหละ หรือ?

504
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 505 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กามธาตุอันนั้น รูปธาตุก็อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลประกอบด้วยกามภพ เป็นผู้ประกอบด้วยภพสอง คือกามภพ และ
รูปภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
รูปธาตุกถา จบ
———–
อรูปธาตุกถา
[๑๒๑๙] สกวาที อรูปธรรม เป็นอรูปธาตุ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เวทนา เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็น
วิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงเวทนามีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงเวทนามีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ในเวทนา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในเวทนา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

505
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 506 (เล่ม 37)

ส. เวทนาเป็นจตุโวการภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๒๐] ส. อรูปธาตุ เป็นภพ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนา เป็นภพ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงอรูปธาตุมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงเวทนามีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงอรูปธาตุมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงเวทนามีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ในอรูปธาตุ
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ในเวทนา
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอรูปธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในเวทนา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

506
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 507 (เล่ม 37)

ส. อรูปธาตุเป็นจตุโวการภพ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนาเป็นจตุโวการภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อรูปธรรม เป็นอรูปธาตุ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณมีอยู่ในกาม
ธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กามธาตุอันนั้น อรูปธาตุก็อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กามธาตุอันนั้น อรูปธาตุก็นั้นแหละ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ประกอบด้วยกามภพ เป็นผู้ประกอบด้วยภพสองคือกามภพ และ
อรูปภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปธรรม เป็นรูปธาตุ อรูปธรรม เป็นอรูปธรรม รูป เวทนาสัญญา
สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในกามธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กามธาตุอันนั้น รูปธาตุก็อันนั้นแหละ อรูปธาตุก็อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กามธาตุอันนั้น รูปธาตุก็อันนั้นแหละ อรูปธาตุก็อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ประกอบด้วยกามภพ เป็นผู้ประกอบด้วยภพสาม คือ กามภพ
รูปภพ และอรูปภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรูปธาตุกถา จบ
———–

507
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 508 (เล่ม 37)

รูปธาตุยา อายตนะกถา
[๑๒๒๑] สกวาที อัตภาพอันมีอายตนะ ๖ มีอยู่ในรูปธาตุ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. ในอรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีคันธายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีรสายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น มีกายายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีโผฏฐัพพายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๒๒] ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีคันธายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีฆานายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีรสายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีชิวหายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

508
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 509 (เล่ม 37)

ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีโผฏฐัพพายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีกายายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๒๓] ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ และรูปายตนะด้วย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ และคันธายตนะด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ และรูปายตนะด้วย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ และรสายตนะด้วย ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น
มีกายายตนะ และมีโผฏฐัพพายตนะด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๒๔] ส. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะ และสัททายตนะด้วย ฯลฯ ในรูปธาตุนั้นมี
มนายตนะ และธัมมายตนะด้วย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ และคันธายตนะด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น มีมนายตนะ และธัมมายตนะด้วย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ และรสายตนะด้วย ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มี
กายายตนะ และมีโผฏฐัพพายตนะด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

509
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 510 (เล่ม 37)

[๑๒๒๕] ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ แต่ไม่มีคันธายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ แต่ไม่มีรูปายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ แต่ไม่มีคันธายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะ แต่ไม่มีสัททายตนะ ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น
มีมนายตนะ แต่ไม่มีธัมมายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๒๖] ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ แต่ไม่มีรสายตนะ ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มี
กายายตนะ แต่ไม่มีโผฏฐัพพายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ แต่ไม่มีรูปายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น มีกายายตนะ แต่ไม่มีโผฏฐัพพายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะ แต่ไม่มีสัททายตนะ ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มี
มนายตนะ แต่ไม่มีธัมมายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๒๗] ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ มีรูปายตนะ และเห็นรูปนั้นได้ด้วยจักษุ
นั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ มีคันธายตนะ และสูดกลิ่นนั้นด้วยฆานะ
นั้น หรือ?

510
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 511 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ มีรูปายตนะ และเห็นรูปนั้นได้ด้วยจักษุ
นั้นหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ มีรสายตนะ และลิ้มรสนั้นได้ด้วยชิวหา
นั้น ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มีกายายตนะ มีโผฏฐัพพายตนะ และถูกต้อง
โผฏฐัพพะนั้นได้ด้วยกายนั้นหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๒๘] ส. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะ มีสัททายตนะ ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มีมนายตนะ
มีธัมมายตนะ และรู้แจ้งธรรมนั้นด้วยมโนนั้นหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ มีคันธายตนะ และสูดกลิ่นนั้นได้ด้วย
ฆานะนั้นหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น มีมนายตนะ มีธัมมายตนะ และรู้แจ้งธรรมนั้นได้ด้วยมโน
นั้นหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ มีรสายตนะ ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มีกายาย
ตนะ มีโผฏฐัพพายตนะ และถูกต้องโผฏฐัพพะนั้นได้ด้วยกายนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๒๙] ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ มีคันธายตนะ แต่สูดกลิ่นนั้นด้วยฆานะนั้น
ไม่ได้หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ มีรูปายตนะ แต่เห็นรูปนั้นด้วยจักษุนั้นไม่
ได้ หรือ?

511