พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 442 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มรรคเป็นสังขตะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มัคคสัจเป็นสังขตะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ เป็นสังขตะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มัคคสัจเป็นสังขตะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๙๓] ส. นิโรธสัจเป็นอสังขตะ นิโรธเป็นอสังขตะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทุกขสัจเป็นอสังขตะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. นิโรธสัจเป็นอสังขตะ นิโรธเป็นอสังขตะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สมุทัยสัจเป็นอสังขตะ สมุทัยเป็นอสังขตะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. นิโรธสัจเป็นอสังขตะ นิโรธเป็นอสังขตะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มัคคสัจเป็นอสังขตะ มรรคเป็นอสังขตะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๙๔] ส. ทุกขสัจเป็นอสังขตะ ทุกข์เป็นสังขตะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. นิโรธสัจเป็นอสังขตะ นิโรธเป็นสังขตะ หรือ?

442
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 443 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สมุทัยสัจเป็นอสังขตะ สมุทัยเป็นสังขตะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. นิโรธสัจเป็นอสังขตะ นิโรธเป็นสังขตะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มัคคสัจเป็นอสังขตะ มรรคเป็นสังขตะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. นิโรธสัจเป็นอสังขตะ นิโรธเป็นสังขตะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๙๕] ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัจจะ ๔ เป็นอสังขตะ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ๔ อย่างนี้ แท้ไม่ผิด
ไม่เป็นอย่างอื่น ๔ อย่าง เป็นไฉน คำว่า นี้ทุกข์ นี้แท้ นี้ไม่ผิด
นี้ไม่เป็นอย่างอื่น ฯลฯ คำว่า นี้ทุกขสมุทัย ฯลฯ คำว่า นี้ทุกข
นิโรธ ฯลฯ คำว่า นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา นี้แท้ นี้ไม่ผิด นี้
ไม่เป็นอย่างอื่น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ๔ อย่างนี้แล แท้ ไม่ผิด ไม่
เป็นอย่างอื่น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น สัจจะ ๔ ก็เป็นอสังขตะ น่ะสิ
สัจจกถา จบ
———-
อารุปปกถา
[๑๐๙๖] สกวาที อากาสานัญจายตนะเป็นอสังขตะ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว

443
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 444 (เล่ม 37)

ส. เป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็นที่หมาย เป็น
ฐานะอันไม่เคลื่อน เป็นอมตะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อากาสานัญจายตนะเป็นอสังขตะ นิพพานเป็นอสังขตะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อสังขตะ เป็น ๒ อย่าง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อสังขตะ เป็น ๒ อย่าง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ที่ต้านทาน เป็น ๒ อย่าง ฯลฯ มีระหว่างขั้นแห่งนิพพาน ๒ อย่างนั้น
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อากาสานัญจายตนะเป็นอสังขตะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อากาสานัญจายตนะเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็น
กำเนิด เป็นที่ตั้งแห่งวิญญาณ เป็นการได้อัตภาพ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อสังขตะเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด
เป็นที่ตั้งแห่งวิญญาณ เป็นการได้อัตภาพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมที่เป็นเหตุเข้าถึงอากาสานัญจายตนะ มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมที่เป็นเหตุเข้าถึงอสังขตะ มีอยู่หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

444
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 445 (เล่ม 37)

ส. สัตว์ทั้งหลายผู้เข้าถึงอากาสานัญจายตนะ มีอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์ทั้งหลายผู้เข้าถึงอสังขตะ มีอยู่หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๙๗] ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิด แก่ ตาย จุติ อุปบัติ ในอากาสานัญจายตนะ
ได้หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิด แก่ ตาย จุติ อุปบัติ ในอสังขตะ ได้หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๙๘] ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอากาสานัญจายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอสังขตะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อากาสานัญจายตนะ เป็นจตุโวการภพ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อสังขตะ เป็นจตุโวการภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๙๙] ป. ไม่พึงกล่าวว่า อรูป ๔ เป็นอสังขตะ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. อรูป ๔ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นสภาพไม่หวั่นไหว มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอรูป ๔ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นสภาพไม่หวั่นไหว ด้วยเหตุนั้น
นะท่านจึงต้องกล่าวว่า อรูป ๔ เป็นอสังขตะ
อารุปปกถา จบ
——————-

445
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 446 (เล่ม 37)

นิโรธสมาปัตติกถา
[๑๑๐๐] สกวาที นิโรธสมาบัติ เป็นอสังขตะ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็นที่หมาย เป็น
ฐานะอันไม่จุติ เป็นอมตะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. นิโรธสมาบัติเป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อสังขตะ เป็น ๒ อย่าง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อสังขตะเป็น ๒ อย่าง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ที่ต้านทาน เป็น ๒ อย่าง ฯลฯ มีระหว่างขั้นแห่งนิพพาน ๒ อย่างนั้น
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. นิโรธสมาบัติเป็นอสังขตะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มีคนบางพวก เข้านิโรธ ได้นิโรธ ยังนิโรธให้เกิดขึ้น ให้เกิดขึ้นพร้อม
ให้ตั้งขึ้น ให้ตั้งขึ้นพร้อม ให้บังเกิด ให้บังเกิดขึ้นอย่างยิ่ง ให้เกิด
ให้เกิดพร้อมได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มีคนบางพวก เข้าอสังขตะ ได้อสังขตะ ยังอสังขตะให้เกิดขึ้น ให้เกิด
ขึ้นพร้อม ให้ตั้งขึ้น ให้ตั้งขึ้นพร้อม ให้บังเกิด ให้บังเกิดขึ้นอย่างยิ่ง
ให้เกิด ให้เกิดพร้อมได้ หรือ?

446
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 447 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความผ่องแผ้ว ความออกจากนิโรธ ปรากฏได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความผ่องแผ้ว ความออกจากอสังขตะ ปรากฏได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผู้เข้านิโรธ มีวจีสังขารดับไปก่อน แต่นั้นกายสังขารดับ แต่นั้น
จิตตสังขารดับ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผู้เข้าอสังขตะก็มีวจีสังขารดับไปก่อน แต่นั้นกายสังขารดับ แต่นั้น
จิตตสังขารดับ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผู้ออกจากนิโรธมีจิตตสังขารเกิดขึ้นก่อน แต่นั้นกายสังขารเกิดขึ้น แต่
นั้นวจีสังขารเกิดขึ้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผู้ออกจากอสังขตะ ก็มีจิตตสังขารเกิดขึ้นก่อน แต่นั้นกายสังขารเกิดขึ้น
แต่นั้นวจีสังขารเกิดขึ้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๐๑] ส. ผัสสะ ๓ คือ สุญญตผัสสะ อนิมิตตผัสสะ อัปปณิหิตผัสสะ ย่อมถูก
ต้องผู้ออกจากนิโรธแล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผัสสะ ๓ คือ สุญญตผัสสะ อนิมิตตผัสสะ อัปปณิหิตผัสสะ ย่อมถูก
ต้องผู้ที่ออกจากอสังขตะแล้ว หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

447
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 448 (เล่ม 37)

[๑๑๐๒] ส. จิตของผู้ที่ออกจากนิโรธแล้ว เป็นธรรมชาติโน้มไปสู่วิเวก เอียงไปสู่วิเวก
น้อมไปสู่วิเวก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จิตของผู้ที่ออกจากอสังขตะแล้ว ก็เป็นธรรมชาติโน้มไปสู่วิเวก เอียงไป
สู่วิเวก น้อมไปสู่วิเวก หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๐๓] ป. ไม่พึงกล่าวว่า นิโรธสมาบัติเป็นอสังขตะ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. นิโรธสมาบัติเป็นสังขตะหรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น นิโรธสมาบัติก็เป็นอสังขตะ น่ะสิ
นิโรธสมาปัตติกถะ จบ
————–
อากาสกถา
[๑๑๐๔] สกวาที อากาศเป็นอสังขตะหรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็นที่หมาย เป็น
ฐานะอันไม่เคลื่อน เป็นอมตะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๐๕] ส. อากาศเป็นอสังขตะ นิพพานเป็นอสังขตะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อสังขตะ เป็น ๒ อย่าง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

448
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 449 (เล่ม 37)

ส. อสังขตะ เป็น ๒ อย่าง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ที่ต้านทาน เป็น ๒ อย่าง ฯลฯ มีระหว่างขั้นแห่งนิพพาน ๒ อย่างนั้น
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๐๖] ส. อากาศเป็นอสังขตะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มีชนบางพวกทำอนากาศให้เป็นอากาศได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มีชนบางพวกทำสังขตะให้เป็นอสังขตะได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๐๗] ส. มีชนบางพวก ทำอากาศให้เป็นอนากาศได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มีชนบางพวกทำอสังขตะให้เป็นสังขตะได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๐๘] ส. ในอากาศ นกทั้งหลายบินไปได้ พระจันทร์และพระอาทิตย์โคจรไปได้
ดวงดาวทั้งหลายโคจรไปได้ ผู้มีฤทธิ์แสดงฤทธิ์ได้ ชนทั้งหลายไกวแขนได้
โบกมือได้ ขว้างก้อนดินไปได้ แผลงฤทธิ์ไปได้ แผลงศรไปได้หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในอสังขตะ นกทั้งหลายก็บินไปได้ พระจันทร์และพระอาทิตย์ก็โคจร
ไปได้ ดวงดาวทั้งหลายก็โคจรไปได้ ผู้มีฤทธิ์ก็แสดงฤทธิ์ได้ ชนทั้งหลาย
ก็ไกวแขนได้ โบกมือได้ ขว้างก้อนดินไปได้ ขว้างลูกขลุบไปได้ แผลง
ฤทธิ์ไปได้ แผลงศรไปได้หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

449
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 450 (เล่ม 37)

[๑๑๐๙] ส. ชนทั้งหลายล้อมอากาศ ทำให้เป็นเรือน ทำให้เป็นฉางได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชนทั้งหลายล้อมอสังขตะ ทำให้เป็นเรือน ทำให้เป็นฉางได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๑๐] ส. เมื่อขุดบ่ออยู่ อนากาศ (ที่มิใช่อากาศ) กลายเป็นอากาศได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สังขตะ ก็กลายเป็นอสังขตะได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๑๑] ส. เมื่อถมบ่อเปล่าอยู่ ยังฉางเปล่าให้เต็มอยู่ ยังหม้อเปล่าให้เต็มอยู่
อากาศอันตรธานไปได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อสังขตะ ก็อันตรธานไปได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๑๒] ป. ไม่พึงกล่าวว่า อากาศเป็นอสังขตะ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. อากาศเป็นอสังขตะ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น อากาศก็เป็นอสังขตะ น่ะสิ
อากาสกถา จบ
———–
อากาโสสนิทัสสโนติกถา
[๑๑๑๓] สกวาที อากาศเป็นสนิทัสสนะ (เห็นได้ด้วยจักษุ) หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว

450
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 451 (เล่ม 37)

ส. เป็นรูป เป็นรูปายตนะ เป็นรูปธาตุ เป็นสีเขียว เป็นสีเหลือง เป็น
สีแดง เป็นสีขาว เป็นวิสัยแห่งจักขุวิญญาณ กระทบที่จักษุ มาสู่
คลองแห่งจักษุ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๑๔] ส. อากาศเป็นสนิทัสสนะหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อาศัยจักษุและอากาศ จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๑๕] ส. อาศัยจักษุและอากาศ จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. คำว่า อาศัยจักษุและอากาศ จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่
จริง หรือ?
ป. ไม่มี
ส. คำว่า อาศัยจักษุและรูปจึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่
จริง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า คำว่า อาศัยจักษุและรูปจึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น ดังนี้ เป็น
สูตรมีอยู่จริง ก็ต้องไม่กล่าวว่า อาศัยจักษุและอากาศ จึงเกิดจักขุ
วิญญาณขึ้น
[๑๑๑๖] ป. ไม่พึงกล่าวว่า อากาศเป็นสนิทัสสนะ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ส. ท่านเห็นช่องในระหว่างต้นไม้ทั้งสอง ช่องในระหว่างเสาทั้งสอง ช่อง
ดาล ช่องหน้าต่าง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว

451