พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 312 (เล่ม 37)

ส. ถูกแล้ว
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
ไม่ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๑๘] ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะ ทั่วไปแก่
พระสาวก หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งความยิ่งและหย่อนแห่งอินทรีย์
ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๑๙] ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งความยิ่งและหย่อนแห่งอินทรีย์
ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
พลกถา จบ.
——–
อริยันติกถา
[๗๒๐] สกวาที กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะ เป็น
อริยะ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว

312
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 313 (เล่ม 37)

ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดาปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผล
เป็นสกทาคามิมรรค เป็นสกทาคามิผล เป็นอนาคามิมรรค เป็นอนาคา
มิผล เป็นอรหัตมรรค เป็นอรหัตผล เป็นสติปัฏฐาน เป็นสัมมัปปธาน
เป็นอิทธิบาท เป็นอินทรีย์ เป็นพละ เป็นโพชฌงค์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๒๑] ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มีสุญญตะ เป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มีสุญญตะ เป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระตถาคตทรงทำไว้ในพระทัยซึ่งฐานะและอฐานะด้วย ทรงทำไว้ใน
พระทัยซึ่งสุญญตะด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระตถาคตทรงทำไว้ในพระทัยซึ่งฐานะและอฐานะด้วย ทรงทำไว้ใน
พระทัยซึ่งสุญญตะด้วย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นความประชุมแห่งผัสสะ ๒ อย่าง แห่งจิต ๒ ดวง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ
หรือ?
ป. ถูกแล้ว

313
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 314 (เล่ม 37)

ส. มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ หรือ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระตถาคตทรงทำไว้ในพระทัยซึ่งฐานะและอฐานะด้วย ทรงทำไว้ใน
พระทัยซึ่งอัปปณิหิตะด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระตถาคตทรงทำไว้ในพระทัยซึ่งฐานะและอฐานะด้วย ทรงทำไว้ใน
พระทัยซึ่งอัปปณิหิตะด้วย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นความประชุมแห่งผัสสะ ๒ อย่าง แห่งจิต ๒ ดวง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๒๒] ส. สติปัฏฐาน เป็นอริยะ มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ
มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สติปัฏฐาน เป็นอริยะ มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะ เป็น
อารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอนฐานะ เป็นอริยะ
มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๒๓] ส. สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ เป็นอริยะ มีสุญญตะ
เป็นอารมณ์ หรือ?

314
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 315 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ มี
สุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โพชฌงค์เป็นอริยะ มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็น
อารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ มี
อัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๒๔] ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ
แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สติปัฏฐานเป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ
แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สติปัฏฐานเป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ
แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์
ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?

315
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 316 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. สัมมัปปธาน ฯลฯ โพชฌงค์ เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอัปปณิ
หิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๒๕] ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย
เป็นอริยะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดาปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผล
ฯลฯ เป็นโพชฌงค์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๒๖] ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้ง
หลาย เป็นอริยะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระตถาคตทรงทำไว้ในพระทัย ซึ่งจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลายด้วย
ทรงทำไว้ในพระทัยซึ่งสุญญตะด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระตถาคตทรงทำไว้ในพระทัย ซึ่งจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลายด้วย
ทรงทำไว้ในพระทัยซึ่งสุญญตะด้วย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นความประชุมแห่งผัสสะ ๒ อย่าง แห่งจิต ๒ ดวง หรือ?

316
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 317 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย
เป็นอริยะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระตถาคตทรงทำไว้ในพระทัย ซึ่งจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลายด้วย
ทรงทำไว้ในพระทัยซึ่งอัปปณิหิตะด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระตถาคตทรงทำไว้ในพระทัย ซึ่งจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลายด้วย
ทรงทำไว้ในพระทัยซึ่งอัปปณิหิตะด้วย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นความประชุมแห่งผัสสะ ๒ อย่าง แห่งจิต ๒ ดวง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๒๗] ส. สติปัฏฐาน เป็นอริยะ มีสุญญตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอนิมิตตะเป็น
อารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย
เป็นอริยะ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัมมัปปธาน ฯลฯ โพชฌงค์ เป็นอริยะ มีสุญญตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ
มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?

317
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 318 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย
เป็นอริยะ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๒๘] ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย
เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอนิมิตตะเป็น
อารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สติปัฏฐาน เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอัปปณิหิตะ เป็นอารมณ์
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๒๙] ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามความจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์
ทั้งหลาย เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอนิ
มิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัมมัปปธาน ฯลฯ โพชฌงค์ เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอัปปณิหิตะ
เป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๓๐] ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
เป็นอริยะ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ
หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

318
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 319 (เล่ม 37)

[๗๓๑] ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
เป็นอริยะ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย
เป็นอริยะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๓๒] ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะ ไม่พึงกล่าว
ว่าเป็นอริยะ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
ก็ไม่พึงกล่าวว่าเป็นอริยะ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๓๓] ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย
ไม่พึงกล่าวว่าเป็นอริยะ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
ก็ไม่พึงกล่าวว่าเป็นอริยะ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๓๔] ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
เป็นอริยะ มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะก็เป็นอริยะ
มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

319
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 320 (เล่ม 37)

ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
เป็นอริยะ มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะก็เป็นอริยะ
มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๓๕] ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
เป็นอริยะ มีสุญญตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ
มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย
ก็เป็นอริยะ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๓๖] ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ
แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ
แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์
หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
ก็เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?

320
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 321 (เล่ม 37)

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๓๗] ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย
เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอนิมิตตะเป็น
อารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
ก็เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อริยันติกถา จบ.
———–
วิมุจจติกถา
[๗๓๘] สกวาที จิตมีราคะหลุดพ้นได้ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. จิตสหรคตด้วยราคะ เกิดพร้อมกับราคะ ระคนด้วยราคะ สัมปยุตด้วย
ราคะ ปรากฏพร้อมกับราคะ แปรไปตามราคะ เป็นอกุศล เป็นโลกิยะ
เป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ เป็นอารมณ์ของ
คันถะ เป็นอารมณ์ของโอฆะ เป็นอารมณ์ของโยคะ เป็นอารมณ์ของ
นิวรณ์ เป็นอารมณ์ของปรามาสะ เป็นอารมณ์ของอุปทาน เป็นอารมณ์
ของสังกิเลส หลุดพ้นได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๓๙] ส. จิตมีผัสสะหลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งผัสสะและจิต หรือ?
ป. ถูกแล้ว

321