พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 262 (เล่ม 37)

ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า ผู้อื่นพึงแนะนำ นามและโคตรของสตรีและบุรุษ พึงแนะนำทาง
และมิใช่ทาง พึงแนะนำชื่อของหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า แก่พระ
อรหันต์ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า การแนะนำของผู้อื่นสำหรับ
พระอรหันต์ยังมีอยู่
[๕๗๔] ส. เพราะผู้อื่นพึงแนะนำ นามและโคตรของสตรีและบุรุษ พึงแนะนำทาง
และมิใช่ทาง พึงแนะนำชื่อของหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า แก่พระ
อรหันต์ ฉะนั้น การแนะนำของผู้อื่นสำหรับพระอรหันต์จึงยังมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผู้อื่นพึงแนะนำโสดาปัตติผล หรือสกทาคามิผล อนาคามิผลหรือ
อรหัตผล แก่พระอรหันต์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปรวิตารณากถา จบ.
———–
วจีเภทกถา
[๕๗๕] สกวาที การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานในภพทั้งปวงมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๗๖] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานในกาลทั้งปวงมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

262
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 263 (เล่ม 37)

[๕๗๗] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานทั้งปวงมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๗๘] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจามีอยู่ในสมาบัติทั้งปวง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๗๙] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การไหวกายของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๘๐] ส. การไหวกายไม่มีแก่ผู้เข้าฌาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าฌาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๘๑] ส. วาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ การเปล่งวาจาก็มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กายของผู้เข้าฌานมีอยู่ การไหวกายก็มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๘๒] ส. กายของผู้เข้าฌานมีอยู่ แต่การไหวกายไม่มี หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ แต่การเปล่งวาจาไม่มี หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

263
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 264 (เล่ม 37)

[๕๘๓] ส. เมื่อรู้ว่าทุกข์ ย่อมเปล่งวาจาว่าทุกข์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เมื่อรู้ว่าสมุทัย ย่อมเปล่งวาจาว่าสมุทัย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๘๔] ส. เมื่อรู้ว่าทุกข์ ย่อมเปล่งวาจาว่าทุกข์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เมื่อรู้ว่านิโรธ ย่อมเปล่งวาจาว่านิโรธ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๘๕] ส. เมื่อรู้ว่าทุกข์ ย่อมเปล่งวาจาว่าทุกข์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เมื่อรู้ว่ามรรค ย่อมเปล่งวาจาว่ามรรค หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๘๖] ส. เมื่อรู้ว่าสมุทัย ก็ไม่เปล่งวาจาว่าสมุทัย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เมื่อรู้ว่าทุกข์ ก็ไม่เปล่งวาจาว่าทุกข์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๘๗] ส. เมื่อรู้ว่านิโรธ ก็ไม่เปล่งวาจาว่านิโรธ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เมื่อรู้ว่าทุกข์ ก็ไม่เปล่งวาจาว่าทุกข์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๘๘] ส. เมื่อรู้ว่ามรรค ก็ไม่เปล่งวาจาว่ามรรค หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เมื่อรู้ว่าทุกข์ ก็ไม่เปล่งวาจาว่าทุกข์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

264
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 265 (เล่ม 37)

[๕๘๙] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ญาณ (ความรู้) มีอะไรเป็นโคจร
ป. ญาณมีสัจจะเป็นโคจร
ส. โสตวิญญาณมีสัจจะเป็นโคจร หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๙๐] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โสตวิญญาณมีอะไรเป็นโคจร
ป. โสตวิญญาณมีเสียงเป็นโคจร
ส. ญาณมีเสียงเป็นโคจร หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๙๑] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ ญาณมีสัจจะเป็นโคจร โสตวิญญาณมี
เสียงเป็นโคจร หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ญาณมีสัจจะเป็นโคจร โสตวิญญาณมีเสียงเป็นโคจร ก็ต้องไม่
กล่าวว่า การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่
[๕๙๒] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ ญาณมีสัจจะเป็นโคจร โสตวิญญาณมี
เสียงเป็นโคจร หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การประชุมแห่งผัสสะ ๒ แห่งเวทนา ๒ แห่งสัญญา ๒ แห่งเจตนา ๒
แห่งจิต ๒ เป็นได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

265
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 266 (เล่ม 37)

[๕๙๓] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าสมาบัติ ที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๙๔] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าสมาบัติ ที่มีอาโปกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ ที่มี
เตโชกสิณเป็นอารมณ์ ที่มีวาโยกสิณเป็นอารมณ์ ที่มีนีลกสิณเป็น
อารมณ์ ที่มีปีตกสิณเป็นอารมณ์ ที่มีโลหิตกสิณเป็นอารมณ์ ที่
มีโอทาตกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ ของผู้เข้าอากาสานัญจายตนสมาบัติ
วิญญาณัญจายตนสมาบัติ อากิญจัญญายตนสมาบัติ ฯลฯ เนวสัญญานา
สัญญายตนสมาบัติมีอยู่ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๙๕] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าสมาบัติ ที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าสมาบัติ ที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ก็
ต้องไม่กล่าวว่า การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่
[๕๙๖] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าสมาบัติ ที่มีอาโปกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ ที่มี
โอทาตกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ ไม่มีแก่ผู้เข้าอากาสานัญจายตนสมาบัติ
วิญญาณัญจายตนสมาบัติ อากิญจัญญายตนสมาบัติ ฯลฯ เนวสัญญานา
สัญญายตนสมาบัติ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ ก็
ต้องไม่กล่าวว่า การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่

266
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 267 (เล่ม 37)

[๕๙๗] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าโลกิยสมาบัติมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๙๘] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกิยะมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าทุติยฌาน ฯลฯ ตติยฌาน ฯลฯ จตตุถฌาน ที่
เป็นโลกิยะมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๙๙] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าโลกิยสมาบัติ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าโลกิยสมาบัติ ก็ต้องไม่กล่าวว่า การ
เปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่
[๖๐๐] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกิยะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกิยะ ก็ต้องไม่กล่าว
ว่า การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่
[๖๐๑] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าทุติยฌาน ฯลฯ ตติยฌาน ฯลฯ จตุตถฌาน
ที่เป็นโลกิยะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

267
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 268 (เล่ม 37)

ส. หากว่า การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าจตุตถฌานที่เป็นโลกิยะ ก็ต้องไม่
กล่าวว่า การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่
[๖๐๒] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกุตตระมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกิยะมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๖๐๓] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกุตตระมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ฯลฯ จตุตถฌานที่เป็นโลกิยะ
มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๖๐๔] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกิยะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกุตตระ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๖๐๕] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ฯลฯ จตุตถฌานที่เป็น
โลกิยะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกุตตระ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๖๐๖] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกุตตระมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าทุติยฌานที่เป็นโลกุตตระมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

268
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 269 (เล่ม 37)

[๖๐๗] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกุตตระมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าตติยฌาน ฯลฯ จตุตถฌานที่เป็นโลกุตตระมีอยู่
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๖๐๘] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าทุติยฌานที่เป็นโลกุตตระ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกุตตระ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๖๐๙] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าตติยฌาน ฯลฯ จตุตถฌานที่เป็นโลกุตตระ
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกุตตระ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๖๑๐] ป. ไม่พึงกล่าวว่า การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัส วิตก วิจารว่า เป็นวจีสังขาร (ธรรมชาติผู้ปรุงแต่ง
วาจา) และวิตก วิจารของผู้เข้าปฐมฌานก็มีอยู่ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากพระผู้มีพระภาคได้ตรัส วิตก วิจารว่า เป็นวจีสังขาร และวิตก วิจาร
ของผู้เข้าปฐมฌานก็มีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า การเปล่ง
วาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่
[๖๑๑] ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัส วิตก วิจารว่า เป็นวจีสังขาร และวิตก วิจาร ของ
ผู้เข้าปฐมฌานก็มีอยู่ การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌานนั้นจึงมีอยู่ หรือ?

269
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 270 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. วิตก วิจาร ของผู้เข้าปฐมฌาน ที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์มีอยู่ การเปล่ง
วาจาของผู้นั้นจึงมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๖๑๒] ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัส วิตก วิจารว่า เป็นวจีสังขาร และวิตก วิจาร ของ
ผู้เข้าปฐมฌานก็มีอยู่ การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌานนั้น จึงมีอยู่
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิตก วิจาร ของผู้เข้าปฐมฌานที่มีอาโปกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ ที่มีเตโช
กสิณเป็นอารมณ์ ที่มีวาโยกสิณเป็นอารมณ์ ที่มีนีลกสิณเป็นอารมณ์
ที่มีปีติกสิณเป็นอารมณ์ ที่มีโลหิตกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ ที่มีโอทาตกสิณ
เป็นอารมณ์ ก็มีอยู่ การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌาน ที่มีโอทาตกสิณเป็น
อารมณ์นั้น ก็มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๖๑๓] ป. ไม่พึงกล่าวว่า การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสวาจาว่า มีวิตกเป็นสมุฏฐาน และวิตก วิจาร ของผู้
เข้าปฐมฌานก็มีอยู่ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสวาจาว่า มีวิตกเป็นสมุฏฐาน และ วิตก วิจาร
ของผู้เข้าปฐมฌานก็มีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า การเปล่ง
วาจาของผู้เข้าปฐมฌานมีอยู่
[๖๑๔] ส. เพราะพระผู้มีพระภาคได้ตรัสวาจาว่า มีวิตกเป็นสมุฏฐาน และวิตก วิจาร
ของผู้เข้าปฐมฌานก็มีอยู่ ฉะนั้น การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌานนั้น
จึงมีอยู่ หรือ?

270
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 271 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสวาจาว่า มีสัญญาเป็นสมุฏฐาน และสัญญาของผู้
เข้าทุติยฌานก็มีอยู่ วิตก วิจาร ของผู้เข้าทุติยฌานนั้นจึงมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๖๑๕] ส. เพราะพระผู้มีพระภาคได้ตรัสวาจาว่า มีวิตกเป็นสมุฏฐาน และวิตก วิจาร
ของผู้เข้าปฐมฌานก็มีอยู่ ฉะนั้น การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌานนั้น จึง
มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสวาจาว่า มีสัญญาเป็นสมุฏฐาน และสัญญาของผู้
เข้าตติยฌาน ฯลฯ จตุตถฌาน อากาสานัญจายตนสมาบัติ วิญญาณัญจาย
ตนสมาบัติ ฯลฯ อากิญจัญญายตนสมาบัติ ก็มีอยู่ วิตก วิจาร ของผู้เข้า
อากิญจัญญายตนสมาบัตินั้น จึงยังมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๖๑๖] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. คำว่า วาจาของผู้เข้าปฐมฌานเป็นธรรมชาติดับแล้ว ดังนี้ เป็นสูตร
มีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า คำว่า วาจาของผู้เข้าปฐมฌานเป็นธรรมชาติดับแล้ว ดังนี้
เป็นสูตรมีอยู่จริง ก็ต้องไม่กล่าวว่า การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่
[๖๑๗] ส. คำว่า วาจาของผู้เข้าปฐมฌานเป็นธรรมชาติดับไปแล้ว ดังนี้ เป็น
สูตรมีอยู่จริง ถึงกระนั้น การเปล่งวาจาของผู้นั้น ก็มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

271