พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓ ธาตุกถา-ปุคคลปัญญัติปกรณ์ - หน้าที่ 90 (เล่ม 36)

๓. ฆานินทรีย์
๔. ชิวหินทรีย์
๕. กายินทรีย์
๖. มนินทรีย์
๗. อิตถินทรีย์
๘. ปุริสินทรีย์
๙. ชีวิตินทรีย์
๑๐. สุขินทรีย์
๑๑. ทุกขินทรีย์
๑๒. โสมนัสสินทรีย์
๑๓. โทมนัสสินทรีย์
๑๔. อุเปกขินทรีย์
๑๕. สัทธินทรีย์
๑๖. วิริยินทรีย์
๑๗. สตินทรีย์
๑๘. สมาธินทรีย์
๑๙. ปัญญินทรีย์
๒๐. อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์
๒๑. อัญญินทรีย์
๒๒. อัญญาตาวินทรีย์
การบัญญัติธรรมที่เป็นใหญ่ว่า อินทรีย์ ก็มี ๒๒ ตามจำนวนธรรมเหล่านี้
๖. บุคคลบัญญัติ
การบัญญัติจำพวกบุคคลของบุคคลทั้งหลาย มีเท่าไร

90
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓ ธาตุกถา-ปุคคลปัญญัติปกรณ์ - หน้าที่ 91 (เล่ม 36)

เอกกมาติกา
(บุคคล ๑ จำพวก)
[๗] บุคคลผู้พ้นแล้วในสมัย
บุคคลผู้ที่มิใช่พ้นแล้วในสมัย
บุคคลผู้มีธรรมกำเริบ
บุคคลผู้มีธรรมไม่กำเริบ
บุคคลผู้มีธรรมอันเสื่อม
บุคคลผู้มีธรรมอันไม่เสื่อม
บุคคลผู้ควรโดยเจตนา
บุคคลผู้ควรโดยตามรักษา
บุคคลผู้ที่เป็นปุถุชน
โคตรภูบุคคล
บุคคลผู้งดเว้นเพราะกลัว
บุคคลมิใช่ผู้งดเว้นเพราะกลัว
บุคคลผู้ควรแก่การบรรลุมรรคผล
บุคคลผู้ไม่ควรแก่การบรรลุมรรคผล
บุคคลผู้เที่ยงแล้ว
บุคคลผู้ไม่เที่ยง
บุคคลผู้ปฏิบัติ
บุคคลผู้ตั้งอยู่แล้วในผล
บุคคลผู้ชื่อว่า สมสีสี
บุคคลผู้ชื่อว่า ฐิตกัปปี
บุคคลผู้เป็นอริยะ
บุคคลผู้ไม่เป็นอริยะ
บุคคลผู้เป็นเสกขะ

91
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓ ธาตุกถา-ปุคคลปัญญัติปกรณ์ - หน้าที่ 92 (เล่ม 36)

บุคคลผู้เป็นอเสกขะ
บุคคลผู้เป็นเสกขะก็มิใช่ ผู้เป็นอเสกขะก็มิใช่
บุคคลผู้มีวิชชา ๓
บุคคลผู้มีอภิญญา ๖
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระปัจเจกพุทธเจ้า
บุคคลผู้ชื่อว่า อุภโตภาควิมุต
บุคคลผู้ชื่อว่า ปัญญาวิมุต
บุคคลผู้ชื่อว่า กายสักขี
บุคคลผู้ชื่อว่า ทิฏฐิปัตตะ
บุคคลผู้ชื่อว่า สัทธาวิมุต
บุคคลผู้ชื่อว่า ธัมมานุสารี
บุคคลผู้ชื่อว่า สัทธานุสารี
บุคคลผู้ชื่อว่า สัตตักขัตตุปรมะ
บุคคลผู้ชื่อว่า โกลังโกละ
บุคคลผู้ชื่อว่า เอกพีชี
บุคคลผู้ชื่อว่า สกทาคามี
บุคคลผู้ชื่อว่า อนาคามี
บุคคลผู้ชื่อว่า อันตราปรินิพพายี
บุคคลผู้ชื่อว่า อุปหัจจปรินิพพายี
บุคคลผู้ชื่อว่า อสังขารปรินิพพายี
บุคคลผู้ชื่อว่า สสังขารปรินิพพายี
บุคคลผู้ชื่อว่า อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี
บุคคลผู้ชื่อว่า โสดาบัน
บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล

92
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓ ธาตุกถา-ปุคคลปัญญัติปกรณ์ - หน้าที่ 93 (เล่ม 36)

บุคคลผู้ชื่อว่า สกทาคามี
บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล
บุคคลผู้ชื่อว่า อนาคามี
บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล
บุคคลผู้ชื่อว่า อรหันต์
บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล
เอกกมาติกา จบ
ทุกมาติกา
[๘] บุคคล ๒ จำพวก
บุคคลผู้มักโกรธ
บุคคลผู้ผูกโกรธ
บุคคลผู้ลบหลู่บุญคุณของผู้อื่น
บุคคลผู้ตีเสมอผู้อื่น
บุคคลผู้มีความริษยา
บุคคลผู้มีความตระหนี่
บุคคลผู้โอ้อวด
บุคคลผู้มีมารยา
บุคคลผู้ไม่มีหิริ
บุคคลผู้ไม่มีโอตตัปปะ
บุคคลผู้ว่ายาก
บุคคลผู้มีมิตรชั่ว
บุคคลผู้มีทวารอันไม่คุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย
บุคคลผู้ไม่รู้ประมาณในโภชนะ
บุคคลผู้มีสติหลง

93
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓ ธาตุกถา-ปุคคลปัญญัติปกรณ์ - หน้าที่ 94 (เล่ม 36)

บุคคลผู้ไม่มีสัมปชัญญะ
บุคคลผู้มีศีลวิบัติ
บุคคลผู้มีทิฐิวิบัติ
บุคคลผู้มีสัญโญชน์ในภายใน
บุคคลผู้มีสัญโญชน์ในภายนอก
บุคคลผู้ไม่มักโกรธ
บุคคลผู้ไม่ผูกโกรธ
บุคคลผู้ไม่ลบหลู่บุญคุณของผู้อื่น
บุคคลผู้ไม่ตีเสมอผู้อื่น
บุคคลผู้ไม่มีความริษยา
บุคคลผู้ไม่มีความตระหนี่
บุคคลผู้ไม่โอ้อวด
บุคคลผู้ไม่มีมารยา
บุคคลผู้มีหิริ
บุคคลผู้มีโอตตัปปะ
บุคคลผู้ว่าง่าย
บุคคลผู้มีมิตรดี
บุคคลผู้มีทวารอันคุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย
บุคคลผู้รู้ประมาณในโภชนะ
บุคคลผู้มีสติตั้งมั่น
บุคคลผู้มีสัมปชัญญะ
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยศีล
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฐิ
บุคคล ๒ จำพวกที่หาได้ยากในโลก
บุคคล ๒ จำพวกที่ให้อิ่มได้ยาก

94
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓ ธาตุกถา-ปุคคลปัญญัติปกรณ์ - หน้าที่ 95 (เล่ม 36)

บุคคล ๒ จำพวกที่ให้อิ่มได้ง่าย
อาสวะย่อมเจริญแก่บุคคล ๒ จำพวก
อาสวะย่อมไม่เจริญแก่บุคคล ๒ จำพวก
บุคคลผู้มีอัธยาศัยเลว
บุคคลผู้มีอัธยาศัยประณีต
บุคคลผู้อิ่มแล้ว
บุคคลผู้ให้คนอื่นอิ่ม
ทุกมาติกา จบ
ติกมาติกา
[๙] บุคคล ๓ จำพวก
บุคคลผู้ไม่มีความหวัง
บุคคลผู้มีความหวัง
บุคคลผู้มีความหวังปราศไปแล้ว
บุคคลเปรียบด้วยคนไข้ ๓ จำพวก
บุคคลผู้ชื่อว่า กายสักขี
บุคคลผู้ชื่อว่า ทิฏฐิปัตตะ
บุคคลผู้ชื่อว่า สัทธาวิมุต
บุคคลผู้มีวาจาเหมือนคูถ
บุคคลผู้มีวาจาเหมือนดอกไม้
บุคคลผู้มีวาจาเหมือนน้ำผึ้ง
บุคคลผู้มีจิตเหมือนแผลเรื้อรัง
บุคคลผู้มีจิตเหมือนฟ้าแลบ
บุคคลผู้มีจิตเหมือนฟ้าผ่า
บุคคลผู้บอด

95
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓ ธาตุกถา-ปุคคลปัญญัติปกรณ์ - หน้าที่ 96 (เล่ม 36)

บุคคลผู้มีตาข้างเดียว
บุคคลผู้มีตาสองข้าง
บุคคลผู้มีปัญญาดังหม้อคว่ำ
บุคคลผู้มีปัญญาดังหน้าตัก
บุคคลผู้มีปัญญามาก
บุคคลบางจำพวกยังไม่สิ้นทั้งกามราคะและภวราคะ
บุคคลบางจำพวกสิ้นกามราคะแล้วแต่ภวราคะยังมีอยู่
บุคคลบางจำพวกสิ้นหมดแล้วทั้งกามราคะและภวราคะ
บุคคลเสมือนรอยขีดในหิน
บุคคลเสมือนรอยขีดในแผ่นดิน
บุคคลเสมือนรอยขีดในน้ำ
บุคคลเปรียบด้วยผ้าป่าน ๓ จำพวก
บุคคลเปรียบด้วยผ้าแคว้นกาสี ๓ จำพวก
บุคคลที่ประมาณได้ง่าย
บุคคลที่ประมาณได้ยาก
บุคคลที่ประมาณไม่ได้
บุคคลบางคนไม่ควรสมาคม ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าใกล้
บุคคลบางคนควรสมาคม ควรคบ ควรเข้าใกล้
บุคคลบางคนควรสักการะเคารพแล้ว จึงสมาคมจึงคบ จึงเข้าใกล้
บุคคลบางคนควรเกลียด ไม่ควรสมาคม ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าใกล้
บุคคลบางคนควรเฉยๆ เสีย ไม่ควรสมาคม ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าใกล้
บุคคลบางคนควรสมาคม ควรคบ ควรเข้าใกล้
บุคคลบางคนมีปกติทำให้บริบูรณ์ในศีล มีปกติทำพอประมาณในสมาธิ มีปกติ
ทำพอประมาณในปัญญา

96
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓ ธาตุกถา-ปุคคลปัญญัติปกรณ์ - หน้าที่ 97 (เล่ม 36)

บุคคลบางคนมีปกติทำให้บริบูรณ์ในศีลด้วย มีปกติทำให้บริบูรณ์ในสมาธิด้วย
มีปกติทำพอประมาณในปัญญา
บุคคลบางคนมีปกติทำให้บริบูรณ์ในศีลด้วย มีปกติทำให้บริบูรณ์ในสมาธิด้วย
มีปกติทำให้บริบูรณ์ในปัญญาด้วย
ศาสดา ๓ ประเภท
ศาสดา ๓ ประเภท แม้อื่นอีก
ติกมาติกา จบ
จตุกกมาติกา
[๑๐] บุคคล ๔ จำพวก
คนที่เป็นอสัตบุรุษ
คนที่เป็นอสัตบุรุษยิ่งกว่าอสัตบุรุษ
คนที่เป็นสัตบุรุษ
คนที่เป็นสัตบุรุษยิ่งกว่าสัตบุรุษ
คนลามก
คนลามกยิ่งกว่าคนลามก
คนดี
คนดียิ่งกว่าคนดี
คนมีธรรมลามก
คนมีธรรมลามกยิ่งกว่าคนมีธรรมลามก
คนมีธรรมงาม
คนมีธรรมงามยิ่งกว่าคนมีธรรมงาม

97
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓ ธาตุกถา-ปุคคลปัญญัติปกรณ์ - หน้าที่ 98 (เล่ม 36)

คนมีที่ติ
คนมีที่ติมาก
คนมีที่ติน้อย
คนไม่มีที่ติ
บุคคลผู้เป็นอุคฆฏิตัญญู
บุคคลผู้เป็นวิปัญจิตัญญู
บุคคลผู้เป็นเนยยะ
บุคคลผู้เป็นปทปรมะ
บุคคลผู้โต้ตอบถูกต้องแต่ไม่ว่องไว
บุคคลผู้โต้ตอบว่องไวแต่ไม่ถูกต้อง
บุคคลผู้โต้ตอบถูกต้องและว่องไว
บุคคลผู้โต้ตอบไม่ถูกต้องและไม่ว่องไว
บุคคลผู้เป็นธรรมกถึก ๔ ประเภท
บุคคลผู้เปรียบด้วยวลาหก ๔ จำพวก
บุคคลผู้เปรียบด้วยหนู ๔ จำพวก
บุคคลผู้เปรียบด้วยมะม่วง ๔ จำพวก
บุคคลผู้เปรียบด้วยหม้อ ๔ จำพวก
บุคคลผู้เปรียบด้วยห้วงน้ำ ๔ จำพวก
บุคคลผู้เปรียบด้วยโคถึก ๔ จำพวก
บุคคลผู้เปรียบด้วยอสรพิษ ๔ จำพวก
บุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว พูดสรรเสริญคนที่ไม่ควรสรรเสริญ
บุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว พูดติเตียนคนที่ควรสรรเสริญ
บุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว มีความเลื่อมใสในฐานะที่ไม่ควร
เลื่อมใส

98
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓ ธาตุกถา-ปุคคลปัญญัติปกรณ์ - หน้าที่ 99 (เล่ม 36)

บุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว ไม่เลื่อมใสในฐานะที่ควรเลื่อมใส
บุคคลบางคนใคร่ครวญ ไตร่ตรองแล้ว พูดติเตียนคนที่ควรติเตียน
บุคคลบางคนใคร่ครวญไตร่ตรองแล้ว พูดสรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ
บุคคลบางคนใคร่ครวญไตร่ตรองแล้ว ไม่เลื่อมใสในฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใส
บุคคลบางคนใคร่ครวญไตร่ตรองแล้ว เลื่อมใสในฐานะที่ควรเลื่อมใส
บุคคลบางคนพูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้ตามกาล แต่ไม่พูดสรรเสริญ
คนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาล
บุคคลบางคนพูดสรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาล แต่ไม่พูด
ติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้ตามกาล
บุคคลบางคนพูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้ตามกาล และพูดสรรเสริญ
คนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาล
บุคคลบางคนไม่พูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้ตามกาล และไม่พูด
สรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาล
บุคคลผู้ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่น มิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งบุญ
บุคคลดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งบุญ มิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่น
บุคคลดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่นด้วย ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งบุญด้วย
บุคคลผู้มิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่น ทั้งมิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่ง
บุญด้วย
บุคคลผู้มีความมืดมามืดไป
บุคคลผู้มีความมืดมาสว่างไป
บุคคลผู้สว่างมามืดไป
บุคคลผู้สว่างมาสว่างไป
บุคคลผู้ต่ำมาแล้วต่ำไป
บุคคลผู้ต่ำมาแล้วสูงไป
บุคคลผู้สูงมาแล้วต่ำไป

99