[๙๕๓] อสันตุฏฐิตา ความไม่สันโดษ เป็นไฉน
ความอยากได้มากยิ่ง ของบุคคลผู้ไม่สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลาน
ปัจจยเภสัช และบริขาร ตามมีตามได้หรือด้วยกามคุณ ๕ ความปรารถนาการปรารถนา ความไม่
สันโดษ ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯความกำหนัดนักแห่งจิตอันใดมีลักษณะเช่น
ว่านี้ นี้เรียกว่า อสันตุฏฐิตา ความไม่สันโดษ
อสัมปชัญญตา ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะ เป็นไฉน
ความไม่รู้ ความไม่เห็น ฯลฯ ลิ่มคืออวิชชา อกุศลมูลคือ โมหะ อันใดนี้เรียกว่า
อสัมปชัญญตา ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะ
มหิจฉตา ความมักมาก เป็นไฉน
ความอยากได้มากยิ่งของบุคคลผู้ไม่สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลาน
ปัจจยเภสัช และบริขาร ตามมีตามได้หรือด้วยกามคุณ ๕ ความปรารถนา การปรารถนา ความมักมาก
ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯความกำหนัดนักแห่งจิต อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้
เรียกว่า มหิจฉตา ความมักมาก
[๙๕๔] อหิริกะ ความไม่ละอายต่อการประพฤติทุจริต เป็นไฉน
ความไม่ละอายต่อการประพฤติทุจริตอันเป็นสิ่งที่ควรละอาย ความไม่ละอายต่อการ
ประกอบอกุศลบาปธรรมทั้งหลาย อันใด นี้เรียกว่า อหิริกะ ความไม่ละอายต่อการประพฤติ
ทุจริต
อโนตตัปปะ ความไม่เกรงกลัวต่อการประพฤติทุจริต เป็นไฉน
ความไม่เกรงกลัวต่อการประพฤติทุจริตอันเป็นสิ่งที่ควรเกรงกลัว ความไม่เกรงกลัวต่อการ
ประกอบอกุศลบาปธรรมทั้งหลาย อันใด นี้เรียกว่า อโนตตัปปะความไม่เกรงกลัวต่อการ
ประพฤติทุจริต
ปมาทะ ความประมาท เป็นไฉน
การปล่อยจิต ความเพิ่มพูน การปล่อยจิตไปในกายทุจริต วจีทุจริตมโนทุจริต หรือ
ในกามคุณ ๕ หรือความทำโดยความไม่เคารพ ความทำโดยไม่ติดต่อ ความไม่มั่นคง
ความประพฤติย่อหย่อน ความทอดทิ้งฉันทะ ความทอดทิ้งธุระ ความไม่เสพให้มาก ความไม่ทำ
ให้เจริญ ความไม่ทำให้มาก ความไม่ตั้งมั่น ความไม่ประกอบเนืองๆ ความประมาทในการ