พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 252 (เล่ม 35)

สมาธิ เป็นไฉน
ความตั้งอยู่แห่งจิต ฯลฯ สัมมาสมาธิ สมาธิสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่อง
ในมรรค อันใด นี้เรียกว่า สมาธิ
ปธานสังขาร เป็นไฉน
การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ วิริยสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่งมรรค
นับเนื่องในมรรค อันใด นี้เรียกว่า ปธานสังขาร
ภิกษุ เป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว เข้าไปถึงแล้วด้วยดี เข้ามาถึงแล้ว เข้ามาถึงแล้วด้วยดี เข้า
ถึงแล้ว เข้าถึงแล้วด้วยดี ประกอบแล้ว ด้วยวีมังสา สมาธิและปธานสังขาร ดังกล่าวมานี้
ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า ประกอบด้วยวีมังสาสมาธิปธานสังขาร ด้วยประการฉะนี้
[๕๓๐] คำว่า อิทธิ ได้แก่ ความสำเร็จ ความสำเร็จด้วยดี การสำเร็จ การสำเร็จ
ด้วยดี ความได้ ความได้อีก ความถึง ความถึงด้วยดี ความถูกต้อง ความกระทำให้แจ้ง
ความเข้าถึง ซึ่งธรรมเหล่านั้น
คำว่า อิทธิบาท ได้แก่ ผัสสะ ฯลฯ ปัคคาหะ อวิกเขปะ ของบุคคลผู้บรรลุธรรม
เหล่านั้น
คำว่า เจริญอิทธิบาท ได้แก่ ย่อมเสพ เจริญ ทำให้มาก ซึ่งธรรมเหล่านั้น ด้วยเหตุนั้น
จึงเรียกว่า เจริญอิทธิบาท
[๕๓๑] อิทธิบาท ๔ คือ
๑. ฉันทิทธิบาท
๒. วิริยิทธิบาท
๓. จิตติทธิบาท
๔. วีมังสิทธิบาท
[ฉันทิทธิบาท]
[๕๓๒] ในอิทธิบาท ๔ นั้น ฉันทิทธิบาท เป็นไฉน
ภิกษุในศาสนานี้ เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจากโลกให้เข้าสู่นิพพาน
เพื่อประหาณทิฏฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุ
ปฐมฌาน ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา
อยู่ ในสมัยใด ความพอใจการทำความพอใจ ความใคร่เพื่อจะทำ ความฉลาด ความพอใจในธรรม

252
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 253 (เล่ม 35)

ในสมัยนั้น อันใด นี้เรียกว่า ฉันทิทธิบาท ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุต
ด้วยฉันทิทธิบาท
[วิริยิทธิบาท]
[๕๓๓] วิริยิทธิบาท เป็นไฉน
ภิกษุในศาสนานี้ เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจากโลกให้เข้าสู่นิพพาน
เพื่อประหาณทิฏฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุ
ปฐมฌาน ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา
อยู่ ในสมัยใด การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ วิริยสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่ง
มรรคนับเนื่องในมรรค ในสมัยนั้น อันใด นี้เรียกว่า วิริยิทธิบาท ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า
ธรรมที่สัมปยุตด้วยวิริยิทธิบาท
[จิตติทธิบาท]
[๕๓๔] จิตติทธิบาท เป็นไฉน
ภิกษุในศาสนานี้ เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจากโลกให้เข้าสู่นิพพาน
เพื่อประหาณทิฏฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุ
ปฐมฌาน ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา
อยู่ ในสมัยใด จิต มโนมานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน อันใด นี้เรียกว่า จิตติทธิบาท
ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตติทธิบาท
[วีมังสิทธิบาท]
[๕๓๕] วีมังสิทธิบาท เป็นไฉน
ภิกษุในศาสนานี้ เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจากโลกให้เข้าสู่นิพพาน
เพื่อประหาณทิฏฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐม
ฌาน ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา
อยู่ ในสมัยใด ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ ธัมมวิจย
สัมโพชฌงค์อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค ในสมัยนั้น อันใด นี้เรียกว่า วีมัง
สิทธิบาท ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยวีมังสิทธิบาท
อภิธรรมภาชนีย์ จบ

253
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 254 (เล่ม 35)

ปัญหาปุจฉกะ
[๕๓๖] อิทธิบาท ๔ คือ
๑. ภิกษุในศาสนานี้ เจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยฉันทสมาธิปธานสังขาร
๒. เจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยวิริยสมาธิปธานสังขาร
๓. เจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยจิตตสมาธิปธานสังขาร
๔. เจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยวีมังสาสมาธิปธานสังขาร
ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา
บรรดาอิทธิบาท ๔ อิทธิบาทไหนเป็นกุศล อิทธิบาทไหนเป็นอกุศลอิทธิบาทไหนเป็น
อัพยากฤต ฯลฯ อิทธิบาทไหนเป็นสรณะ อิทธิบาทไหนเป็นอรณะ
ติกมาติกาวิสัชนา
[๕๓๗] อิทธิบาท ๔ เป็นกุศลอย่างเดียว อิทธิบาท ๔ เป็นสุขเวทนาสัมปยุตก็มี
เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นวิปากธัมมธรรมอิทธิบาท ๔ เป็นอนุปาทินนา
นุปาทานิยะ อิทธิบาท ๔ เป็นอสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกะอิทธิบาท ๔ เป็นสวิตักกสวิจาระก็มี
เป็นอวิตักกวิจารมัตตะก็มี เป็นอวิตักกาวิจาระก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นปีติสหคตะก็มี เป็นสุขสห
คตะก็มี เป็นอุเปกขาสหคตะก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพะ อิทธิบาท ๔
เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ อิทธิบาท ๔ เป็นอปจยคามี อิทธิบาท ๔เป็นเสกขะ
อิทธิบาท ๔ เป็นอัปปมาณะ อิทธิบาท ๔ เป็นอัปปมาณารัมมณะอิทธิบาท ๔ เป็นปณีตะ อิทธิบาท ๔
เป็นสัมมัตตนิยตะ อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นมัคคารัมมณะ เป็นมัคคเหตุกะ ไม่เป็นมัคคาธิปติ
อิทธิบาท ๔ เป็นอุปปันนะก็มีเป็นอนุปปันนะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอุปปาที อิทธิบาท ๔
เป็นอดีตก็มี เป็นอนาคตก็มี เป็นปัจจุบันก็มี อิทธิบาท ๔ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอตีตารัมมณะ
แม้เป็นอนาคตารัมมณะ แม้เป็นปัจจุปปันนารัมมณะ อิทธิบาท ๔ เป็นอัชฌัตตะก็มี เป็นพหิทธา
ก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธาก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นพหิทธารัมมณะอิทธิบาท ๔ เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆะ
ทุกมาติกาวิสัชนา
๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา
[๕๓๘] วีมังสิทธิบาท เป็นเหตุ อิทธิบาท ๓ เป็นนเหตุ อิทธิบาท ๔เป็นสเหตุกะ
อิทธิบาท ๔ เป็นเหตุสัมปยุต วีมังสิทธิบาท เป็นเหตุสเหตุกะอิทธิบาท ๓ กล่าวไม่ได้ว่า

254
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 255 (เล่ม 35)

เป็นเหตุสเหตุกะ เป็นแต่สเหตุกนเหตุ วีมังสิทธิบาท เป็นเหตุเหตุสัมปยุต อิทธิบาท ๓
กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุเหตุสัมปยุตเป็นแต่เหตุสัมปยุตตนเหตุ อิทธิบาท ๓ เป็นนเหตุสเหตุกะ
วีมังสิทธิบาท กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนเหตุสเหตุกะ แม้เป็นนเหตุอเหตุกะ
๒,๓,๔,๕,๖,๗,๘,๙. จูฬันตรทุกาทิวิสัชนา
[๕๓๙] อิทธิบาท ๔ เป็นสัปปัจจยะ อิทธิบาท ๔ เป็นสังขตะอิทธิบาท ๔ เป็นอนิทัสสนะ
อิทธิบาท ๔ เป็นอัปปฏิฆะ อิทธิบาท ๔ เป็นอรูปอิทธิบาท ๔ เป็นโลกุตตระ อิทธิบาท ๔ เป็นเกน
จิวิญเญยยะ เป็นเกนจินวิญเญยยะ อิทธิบาท ๔ เป็นโนอาสวะ อิทธิบาท ๔ เป็นอนาสวะ
อิทธิบาท ๔เป็นอาสววิปปยุต อิทธิบาท ๔ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสวสาสวะ แม้เป็นสาสวโน
อาสวะ อิทธิบาท ๔ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสวอาสวสัมปยุต แม้เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะ
อิทธิบาท ๔ เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวะ อิทธิบาท ๔เป็นโนสัญโญชนะ ฯลฯ อิทธิบาท ๔
เป็นโนคันถะ ฯลฯ อิทธิบาท ๕ เป็นโนโอฆะ ฯลฯ อิทธิบาท ๔ เป็นโนโยคะ ฯลฯ อิทธิบาท ๔
เป็นโนนีวรณะ ฯลฯอิทธิบาท ๔ เป็นโนปรามาสะ ฯลฯ
๑๐. มหันตรทุกวิสัชนา
[๕๔๐] อิทธิบาท ๔ เป็นสารัมมณะ อิทธิบาท ๓ เป็นโนจิตตะจิตติทธิบาท เป็นจิตตะ
อิทธิบาท ๓ เป็นเจตสิกะ จิตติทธิบาท เป็นอเจตสิกะอิทธิบาท ๓ เป็นจิตตสัมปยุต จิตติทธิบาท
กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นจิตตสัมปยุตแม้เป็นจิตตวิปปยุต อิทธิบาท ๓ เป็นจิตตสังสัฏฐะ
จิตติทธิบาท กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นจิตตสังสัฏฐะ แม้เป็นจิตตวิสังสัฏฐะ อิทธิบาท ๓ เป็น
จิตตสมุฏฐานะจิตติทธิบาท เป็นโนจิตตสมุฏฐานะ อิทธิบาท ๓ เป็นจิตตสหภู จิตติทธิบาท
เป็นโนจิตตสหภู อิทธิบาท ๓ เป็นจิตตานุปริวัตติ จิตติทธิบาท เป็นโนจิตตานุปริวัตติ
อิทธิบาท ๓ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะ จิตติทธิบาท เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะ อิทธิบาท ๓
เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภู จิตติทธิบาท เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภู อิทธิบาท ๓
เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติจิตติทธิบาท เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติ
อิทธิบาท ๓ เป็นพาหิระจิตติทธิบาท เป็นอัชฌัตติกะ อิทธิบาท ๔ เป็นนอุปาทา อิทธิบาท ๔
เป็นอนุปาทินนะ
๑๑,๑๒,๑๓. อุปาทานโคจฉกาทิวิสัชนา
[๕๔๑] อิทธิบาท ๔ เป็นนอุปาทานะ ฯลฯ อิทธิบาท ๔ เป็นโนกิเลสะ ฯลฯ อิทธิบาท ๔
เป็นนทัสสนปหาตัพพะ อิทธิบาท ๔ เป็นนภาวนาปหาตัพพะ อิทธิบาท ๔ เป็นนทัสสนปหาตัพพ

255
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 256 (เล่ม 35)

เหตุกะ อิทธิบาท ๔ เป็นนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ อิทธิบาท ๔ เป็นสวิตักกะก็มี เป็นอวิตักกะก็มี
อิทธิบาท ๔เป็นสวิจาระก็มี เป็นอวิจาระก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นสัปปีติกะก็มี เป็นอัปปีติกะก็มี
อิทธิบาท ๔ เป็นปีติสหคตะก็มี เป็นนปีติสหคตะก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นสุขสหคตะก็มี เป็นนสุข
สหคตะก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นอุเปกขาสหคตะก็มี เป็นนอุเปกขาสหคตะก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นกา
มาวจร อิทธิบาท ๔ เป็นนรูปาวจรอิทธิบาท ๔ เป็นนอรูปาวจร อิทธิบาท ๔ เป็นอปริยาปันนะ
อิทธิบาท ๔ เป็นนิยยานิกะ อิทธิบาท ๔ เป็นนิยตะ อิทธิบาท ๔ เป็นอนุตตระ อิทธิบาท ๔
เป็นอรณะ ฉะนี้แล
ปัญหาปุจฉกะ จบ
อิทธิปาทวิภังค์ จบบริบูรณ์

256
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 257 (เล่ม 35)

๑๐. โพชฌงควิภังค์
สุตตันตภาชนีย์
โพชฌงค์ ๗ นัยที่ ๑
[๕๔๒] โพชฌงค์ ๗ คือ
๑. สติสัมโพชฌงค์
๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
๓. วิริยสัมโพชฌงค์
๔. ปีติสัมโพชฌงค์
๕. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์
๖. สมาธิสัมโพชฌงค์
๗. อุเบกขาสัมโพชฌงค์
[๕๔๓] ในโพชฌงค์ ๗ นั้น สติสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
ภิกษุในศาสนานี้ เป็นผู้มีสติ ประกอบด้วยสติและปัญญาอันยิ่ง ระลึกได้ระลึกได้ย่อยๆ
ซึ่งกิจที่ทำไว้นานๆ หรือวาจาที่กล่าวไว้นานๆ นี้เรียกว่าสติสัมโพชฌงค์
ภิกษุนั้น มีสติอย่างนั้นอยู่ วิจัย เลือกสรร พิจารณา ซึ่งธรรมนั้นด้วยปัญญา นี้เรียกว่า
ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
ความเพียร ความไม่ย่อหย่อน อันภิกษุนั้นผู้วิจัย เลือกสรร พิจารณาซึ่งธรรมนั้น
ด้วยปัญญา ปรารภแล้ว นี้เรียกว่า วิริยสัมโพชฌงค์
ปีติ อันปราศจากอามิส เกิดขึ้นแก่พระภิกษุผู้มีความเพียรอันปรารภแล้วนี้เรียกว่า
ปีติสัมโพชฌงค์
กายก็ดี จิตก็ดี ของภิกษุผู้มีใจปีติ ย่อมสงบระงับ นี้เรียกว่าปัสสัทธิสัมโพชฌงค์
จิตของภิกษุผู้มีกายสงบระงับแล้ว มีความสุขสบาย ย่อมตั้งมั่น นี้เรียกว่า สมาธิ
สัมโพชฌงค์
ภิกษุนั้น เป็นผู้เพ่งเล็งอยู่ด้วยดี ซึ่งจิตที่ตั้งมั่นอย่างนั้น นี้เรียกว่าอุเบกขาสัมโพชฌงค์

257
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 258 (เล่ม 35)

โพชฌงค์ ๗ นัยที่ ๒
[๕๔๔] โพชฌงค์ ๗ คือ
๑. สติสัมโพชฌงค์
๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
๓. วิริยสัมโพชฌงค์
๔. ปีติสัมโพชฌงค์
๕. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์
๖. สมาธิสัมโพชฌงค์
๗. อุเบกขาสัมโพชฌงค์
[๕๔๕] ในโพชฌงค์ ๗ นั้น สติสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
สติในธรรมภายใน มีอยู่ สติในธรรมภายนอก มีอยู่ สติในธรรมภายในแม้ใด สติใน
ธรรมภายในแม้นั้น ก็ชื่อว่า สติสัมโพชฌงค์ ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้
เพื่อนิพพาน สติในธรรมภายนอกแม้ใด สติในธรรมภายนอกแม้นั้น ก็ชื่อว่าสติสัมโพชฌงค์
ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
[๕๔๖] ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
ความเลือกสรรในธรรมภายใน มีอยู่ ความเลือกสรรในธรรมภายนอกมีอยู่ ความเลือก
สรรในธรรมภายในแม้ใด ความเลือกสรรในธรรมภายในแม้นั้นก็ชื่อว่า ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน ความเลือกสรรในธรรมภายนอกแม้ใด
ความเลือกสรรในธรรมภายนอกแม้นั้น ก็ชื่อว่า ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง
เพื่อความตรัสรู้เพื่อนิพพาน
[๕๔๗] วิริยสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
ความเพียรทางกาย มีอยู่ ความเพียรทางใจ มีอยู่ ความเพียรทางกายแม้ใด ความเพียร
ทางกายแม้นั้น ก็ชื่อว่า วิริยสัมโพชฌงค์ ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
ความเพียรทางใจแม้ใด ความเพียรทางใจแม้นั้น ก็ชื่อว่าวิริยสัมโพชฌงค์ ย่อมเป็นไปเพื่อความ
รู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้เพื่อนิพพาน
[๕๔๘] ปีติสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
ปีติที่มีวิตก มีวิจาร มีอยู่ ปีติที่ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีอยู่ ปีติที่มีวิตกมีวิจารแม้ใด
ปีติที่มีวิตก มีวิจารแม้นั้น ก็ชื่อว่า ปีติสัมโพชฌงค์ ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้

258
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 259 (เล่ม 35)

เพื่อนิพพาน ปีติที่ไม่มีวิตก ไม่มีวิจารแม้ใดปีติที่ไม่มีวิตก ไม่มีวิจารแม้นั้น ก็ชื่อว่าปีติ
สัมโพชฌงค์ ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่งเพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
[๕๔๙] ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
กายปัสสัทธิ มีอยู่ จิตตปัสสัทธิ มีอยู่ กายปัสสัทธิแม้ใด กายปัสสัทธิแม้นั้น
ก็ชื่อว่า ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้เพื่อนิพพาน
จิตตปัสสัทธิแม้ใด จิตตปัสสัทธิแม้นั้น ก็ชื่อว่า ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง
เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
[๕๕๐] สมาธิสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
สมาธิที่มีวิตก มีวิจาร มีอยู่ สมาธิที่ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีอยู่ สมาธิที่มีวิตก มีวิจาร
แม้ใด สมาธิที่มีวิตก มีวิจารแม้นั้น ก็ชื่อว่า สมาธิสัมโพชฌงค์ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง
เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน สมาธิที่ไม่มีวิตก ไม่มีวิจารแม้ใด สมาธิที่ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร
แม้นั้น ก็ชื่อว่าสมาธิสัมโพชฌงค์ ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
[๕๕๑] อุเบกขาสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
อุเบกขาในธรรมภายใน มีอยู่ อุเบกขาในธรรมภายนอก มีอยู่ อุเบกขาในธรรมภายใน
แม้ใด อุเบกขาในธรรมภายในแม้นั้น ก็ชื่อว่า อุเบกขาสัมโพชฌงค์ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง
เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน อุเบกขาในธรรมภายนอกแม้ใด อุเบกขาในธรรมภายนอกแม้นั้น
ก็ชื่อว่าอุเบกขาสัมโพชฌงค์ ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
โพชฌงค์ ๗ นัยที่ ๓
[๕๕๒] โพชฌงค์ ๗ คือ
๑. สติสัมโพชฌงค์
๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
๓. วิริยสัมโพชฌงค์
๔. ปีติสัมโพชฌงค์
๕. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์
๖. สมาธิสัมโพชฌงค์
๗. อุเบกขาสัมโพชฌงค์

259
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 260 (เล่ม 35)

ในโพชฌงค์ ๗ นั้น สติสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
ภิกษุในศาสนานี้ เจริญสติสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะอาศัยนิโรธ
น้อมไปเพื่อความสละ เจริญธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ เจริญวิริยสัมโพชฌงค์ เจริญปีติสัมโพชฌงค์
เจริญปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ เจริญสมาธิสัมโพชฌงค์ เจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก
อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปเพื่อความสละ
สุตตันตภาชนีย์ จบ
อภิธรรมภาชนีย์
เอกโตปุจฉาวิสัชนานัย
[๕๕๓] โพชฌงค์ ๗ คือ
๑. สติสัมโพชฌงค์
๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
๓. วิริยสัมโพชฌงค์
๔. ปีติสัมโพชฌงค์
๕. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์
๖. สมาธิสัมโพชฌงค์
๗. อุเบกขาสัมโพชฌงค์
ในธรรมเหล่านั้น โพชฌงค์ ๗ เป็นไฉน
ภิกษุในศาสนานี้ เจริญโลกุตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจากโลกให้เข้าสู่นิพพาน
เพื่อประหาณหิฏฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุ
ปฐมฌาน ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา
อยู่ ในสมัยใด โพชฌงค์๗ คือ สติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ มีในสมัยนั้น
[๕๕๔] ในโพชฌงค์ ๗ นั้น สติสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
สติ ความรำลึก ฯลฯ สัมมาสติ สติสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่อง
ในมรรค อันใด นี้เรียกว่า สติสัมโพชฌงค์
[๕๕๕] ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน

260
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 261 (เล่ม 35)

ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค อันใด นี้เรียกว่า ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
[๕๕๖] วิริยสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ วิริยสัมโพชฌงค์อันเป็นองค์แห่งมรรค
นับเนื่องในมรรค อันใด นี้เรียกว่า วิริยสัมโพชฌงค์
[๕๕๗] ปีติสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
ความอิ่มใจ ความปราโมทย์ ความยินดียิ่ง ความบันเทิง ความร่าเริงความรื่นเริง
ความปลื้มใจ ความปีติอย่างโลดโผน ความที่จิตชื่นชมยินดี ปีติสัมโพชฌงค์ อันใด นี้เรียกว่า
ปีติสัมโพชฌงค์
[๕๕๘] ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
การสงบ การสงบระงับ กิริยาที่สงบ กิริยาที่สงบระงับ ความสงบระงับแห่งเวทนาขันธ์
สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์อันใด นี้เรียกว่า ปัสสัทธิ
สัมโพชฌงค์
[๕๕๙] สมาธิสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
ความตั้งอยู่แห่งจิต ฯลฯ สัมมาสมาธิ สมาธิสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่อง
ในมรรค อันใด นี้เรียกว่า สมาธิสัมโพชฌงค์
[๕๖๐] อุเบกขาสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
ความวางเฉย กิริยาที่วางเฉย ความเพ่งเล็งยิ่ง ความเป็นกลางแห่งจิตอุเบกขา
สัมโพชฌงค์ อันใด นี้เรียกว่า อุเบกขาสัมโพชฌงค์
ธรรมเหล่านี้ เรียกว่า โพชฌงค์ ๗ ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่าธรรมที่สัมปยุตด้วย
โพชฌงค์ ๗
ปาฏิเยกกปุจฉาวิสัชนานัย
[๕๖๑] โพชฌงค์ ๗ คือ
๑. สติสัมโพชฌงค์
๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
๓. วิริยสัมโพชฌงค์
๔. ปีติสัมโพชฌงค์

261